ข้อความต้นฉบับในหน้า
ท่านสอนภาษาอังกฤษได้เยี่ยมที่สุด
และสอนการทูต
๒. อาจารย์ประยูร ศรีจรรยง
สอนประวัติศาสตร์ ซึ่งท่านได้ให้แนวคิด
ไว้ว่าการเป็นครูต้องมีเหตุผล
๓. ร.ต.ท.แสง มนวิทูร สอนปรัชญา
กับสันสกฤต
ผมสอนพ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๐๐
เป็นช่วง ๓ ปี ที่เด็กสนใจธรรมะเพิ่มมากขึ้น
ตอนนั้นที่เด็กไม่สนใจเพราะครูผู้สอน
ไม่รู้เรื่องธรรมะ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ร้ายมาก
สอนในสิ่งที่ตนไม่รู้และเป็นตัวอย่างการ
ประพฤติดีปฏิบัติชอบไม่ได้ ครูที่สอนไม่มี
คุณภาพเพียงพอไม่เหมือนครูวิทยาศาสตร์
ที่รู้วิทยาศาสตร์ แต่ครูธรรมะไม่รู้อะไรเลย
จะเห็นได้ว่า สมัยนี้สิ่งแวดล้อม
ยั่วยุกามารมณ์มาก เราไม่มีมาตรฐานการ
แก้ไขปัญหา ผมสอนอยู่ ๓ ปี จึงเป็น
ประธานจัดตั้งโรงเรียนสอนศาสนา
วันอาทิตย์ที่มหาจุฬาฯ ในปี พ.ศ.๒๕๐๑
ซึ่งเป็นแห่งแรกในประเทศไทย งบประมาณ
ไม่มี ทำงานกันแบบไม่มีงบประมาณ
แรก ๆ มีเด็ก ๗๐ กว่าคน โดย
เปิดทำการวิจัยที่เรียกว่า แผนกธรรมวิจัย
เราเปิดเฉพาะวันอาทิตย์ จัดเป็น ๒ อย่าง
ด้วยกันคือ ฝ่ายฆราวาสและฝ่ายพระ
มีผู้ใหญ่ให้ความสนใจนั่งฟังธรรมบรรยาย
ปรัชญาทางพุทธปรัชญา เวลานี้มีสาขา
ทั่วประเทศหลายร้อยโรงเรียน เฉพาะ
สาขามหาจุฬาฯมี ๒๐๐ กว่าแห่ง เด็ก
เหล่านี้เมื่อเรียนจบก็มาช่วยงานกัน
โดยไม่คำนึงว่าจะอยู่ในตำแหน่งอะไร
พากันมาขอตั้งสมาคมศิษย์เก่ามหาจุฬาฯ
โดยผมเป็นนายกสมาคมอยู่ ๕ สมัย
เป็นเวลา ๑๐ ปี แต่ยังไม่จดทะเบียน
ทุกอย่างเริ่มจากไม่มีอะไรเลย ผมชอบ
สมเด็จพระพุฒาจารย์ ท่านชอบพูดว่า
ในความไม่มีอะไรย่อมมีอะไร แรก ๆ
ผมก็โกรธท่าน ขอตั้งห้องสมุดเงินก็ไม่มี
เราจึงนำประชาชนมาอุปถัมภ์ คุณนายลาภ
เป็นอุบาสิกาคนแรกที่เข้าใจการทำงาน
และอุปัฏฐาก อยู่ที่วชิราวุธวิทยาลัย
ท่านเป็นแม่บ้านมาฟังเทศน์ที่วัดมหาธาตุฯ
ท่านไม่เคยมาเรียนแต่ท่านเลื่อมใส ต่อมา
มีนักเรียนมาเรียนกันมากขึ้น พ่อแม่
เห็นว่า เด็ก ๆ มาเรียนอย่างนี้ดีกว่าไปเที่ยว
ได้ความรู้กลับไป เขาก็เอาอาหารมาถวาย
จนกระทั่งตั้งสมาคมผู้ปกครองขึ้น
ผมบอกพระว่า ความจริงประชาชน
พร้อมที่จะสนับสนุนเรา เพียงแต่เรา
ทำงานให้เขาเห็นว่าเราทำงาน อย่าพึ่ง
รัฐบาล งบประมาณของรัฐบาลไม่แน่นอน
คุณภาพของคนปัจจุบันน้อยลงทุกวัน
ให้ความสนใจศาสนาน้อยลง เพราะสิ่งที่เขา
ต้องคอยแก้ปัญหาชีวิตมีมากมาย คิดแต่
เพียงว่า ทำอย่างไรมันจะพอกินพอใช้
อย่างญี่ปุ่นสมัยก่อน เจ้านายรู้เรื่อง
พุทธศาสนาลึกซึ้ง เหมือนกับเจ้านาย
สมัยโบราณของเรา แล้วนำมาประยุกต์ใช้
อย่างเจ้าชายไซโตกุ ปี พ.ศ.๑๖๒๖
ท่านเป็นคนเขียนรัฐธรรมนูญขึ้น แปลกมาก....
ในรัฐธรรมนูญมีแต่เรื่องศาสนาพุทธ
เช่นในมาตราหนึ่งบอกว่า ทุกคน
ต้องเข้าถึงรัตนตรัย ของเราพูดถึงแต่สิทธิ
และหน้าที่
พุทธศาสนา ไม่ใช่จิตนิยมไม่ใช่
วัตถุนิยม แต่เป็นนามรูปนิยม วัตถุก็สำคัญ
พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า สัตว์ทั้งหลาย
อยู่ได้ด้วยอาหาร ถ้าท้องเราไม่อิ่ม
ธรรมะเราก็ไม่ได้ ท่านไม่ให้สอนคนหิว
เพราะจะเกิดโมโหหิวขึ้นได้ หรืออย่าง
ขงจื้อบอกว่า สอนคนให้มีศีลธรรม
ไม่ยากหรอก เพียงแต่จงทำท้องของเขา
ให้อิ่มก่อน ผู้นำต้องเป็นแบบฉบับ
ผู้ปกครองบ้านเมืองเปรียบเสมือนลม
ประชาชนเหมือนต้นหญ้า เมื่อลมพัด
ไปทางไหน หญ้าก็ลู่ไปตามลม ถ้า
ผู้ปกครองมีธรรมะ ประชาชนก็มีธรรมะ
เวลานี้นอกจากพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวแล้ว เราไม่รู้ว่าจะเอา
ใครเป็นหลัก ท่านปัญญานันทะ ท่าน
บอกว่าในการเผยแผ่ศาสนา ปีนี้เราจะเอา
อะไรเป็นหลัก จะสอนธรรมะเรื่องไหน
ดูความเป็นไปของสังคม ดูว่าจะเอาเรื่อง
อะไร แล้วสอนให้สอดคล้องกันเป็น
เอกภาพ
อย่างคริสต์เขาทำงาน เขาทำแบบ
Mini Organize เป็นคนกลุ่มน้อย แต่เขา
รวมกันเป็นหลักของเราทำแบบ Maccro
Organize คนมากแต่รวมกันได้ ทำแบบ
สำนักธรรมกายผมว่าดีทีเดียว ดีมากด้วย
ทำให้คนหนุ่มสาวเข้าวัด คนเหล่านี้มีปัญญา
Kalyanamitra.org