การศึกษาพุทธศาสนาและการสังคายนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 4 หน้า 64
หน้าที่ 64 / 124

สรุปเนื้อหา

ใ น ก า ร ศึ ก ษ า ประวัติ พุทธศาสนา โดย นัก วิ ช า ก า ร ช า ว ต่างประเทศ น น น ศ า ส น า ต่ า ง ๆ น น ที่เ มี ธ ร ร ม ช า ติ ที่ เ ห มื อ น กั น อย่างหนึ่ง ๖๒ ก ล ย า ณ ม ต ร เป็นความรู้สึกร่วมกัน อาตมาจะย้อนพูดถึงพระไตรปิฎกของเราสักนิดหนึ่งว่า ในพระไตรปิฎกของเรานั้น ไม่มีตอนไหน ตอนใดตอนหนึ่งเลยที่พระพุทธเจ้าทรงบอกว่า คำสั่งสอนของพระองค์นั้น มีอยู่เพียงเท่านี้ นอกจากนี้ไปแล้วไม่มี พระองค์ไม่เคยบอกเลยว่า ที่เทศน์ครั้งนี้ สำหรับคัมภีร์ของนิกายเถรวาทหมวดนั้นหมวดนี้ หรือของมหายานนิกายนั้น นิกายนี้ ชื่อสูตรนั้นสูตรนี้ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น พระองค์ท่านให้หลักไว้มากมาย แต่หลักสำคัญคือ “มหาปเทส ๔” เป็นการให้หลักไว้คร่าว ๆ ว่า คำสอนของ พระพุทธเจ้าหรือพระธรรมวินัยนั้นมีหลักอย่างไรบ้าง อันไ

หัวข้อประเด็น

- การศึกษาพุทธศาสนาและการสังคายนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ใ น ก า ร ศึ ก ษ า ประวัติ พุทธศาสนา โดย นัก วิ ช า ก า ร ช า ว ต่างประเทศ น น น ศ า ส น า ต่ า ง ๆ น น ที่เ มี ธ ร ร ม ช า ติ ที่ เ ห มื อ น กั น อย่างหนึ่ง ๖๒ ก ล ย า ณ ม ต ร เป็นความรู้สึกร่วมกัน อาตมาจะย้อนพูดถึงพระไตรปิฎกของเราสักนิดหนึ่งว่า ในพระไตรปิฎกของเรานั้น ไม่มีตอนไหน ตอนใดตอนหนึ่งเลยที่พระพุทธเจ้าทรงบอกว่า คำสั่งสอนของพระองค์นั้น มีอยู่เพียงเท่านี้ นอกจากนี้ไปแล้วไม่มี พระองค์ไม่เคยบอกเลยว่า ที่เทศน์ครั้งนี้ สำหรับคัมภีร์ของนิกายเถรวาทหมวดนั้นหมวดนี้ หรือของมหายานนิกายนั้น นิกายนี้ ชื่อสูตรนั้นสูตรนี้ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น พระองค์ท่านให้หลักไว้มากมาย แต่หลักสำคัญคือ “มหาปเทส ๔” เป็นการให้หลักไว้คร่าว ๆ ว่า คำสอนของ พระพุทธเจ้าหรือพระธรรมวินัยนั้นมีหลักอย่างไรบ้าง อันไหนที่ตรงกันก็ถือว่า เข้ากันได้ ก็ถือว่านั่นคือค่าสอนของพระองค์ อะไรที่ไม่ใช่ก็ถือว่าไม่ใช่ การจะศึกษา พุทธศาสนาในยุคต้นให้เข้าใจอย่างแท้จริงนั้น ก็หมายความว่าต้องเอาคัมภีร์ต่าง ๆ ซึ่งมีกระจัดกระจายกันอยู่ทั่วไปในนิกายต่าง ๆ มารวมกันดูซิ เรามาจัดหมวดหมู่ แยกแยะกันดูซิว่า อันไหนมันตรงกันอันไหนไม่ตรงกัน นำมาเปรียบเทียบกันดู แล้วมาดู อันไหนที่มันตรงกันมากที่สุด และพิจารณาความหมายของคำพูดในคัมภีร์ตามยุคตามสมัยว่า ธรรมอันใดน่าจะเป็นคำสอนในช่วงซึ่งเก่าที่สุดนั้น เราก็จะทราบว่าอันไหนมันน่าจะเก่าจริง การทำอย่างนี้ไม่ใช่ของง่าย เราจะต้องใช้ระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์ การจัดระบบ หมวดหมู่ทางด้านคัมภีร์ต่าง ๆ ต้องรัดกุม ระบบนี้เอง แม้กระทั่งในประเทศไทยปัจจุบัน เราก็ยังไม่ได้นำมาใช้กันเลย ได้พบว่าพุทธศาสนาเกือบทุกนิกายบันทึกตรงกันว่า หลังจากพุทธปรินิพพานแล้ว เดือน มีการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๑ ที่กรุงราชคฤห์ หลังจากนั้น อีกประมาณ ๑๐๐ ปี ซึ่งก็เป็นเพียงตัวเลขกะคร่าว ๆ มีการสังคายนาครั้งที่ ๒ สำหรับเถรวาทเราก็ว่ามีการสังคายนาครั้งที่ ๓ โดยมีพระเจ้าอโศกทรงเป็น ผู้สนับสนุนในการทำสังคายนาที่กรุงเวสาลี เพื่อทะนุบำรุงและขจัดมลทินของศาสนา จับพระเดียรถีย์สึกไปถึง ๖๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ รูป เป็นที่น่าประหลาดใจว่า ในพุทธศาสนานิกายอื่นนั้น ไม่มีเรื่องการทำสังคายนา ครั้งที่ ๓ เลย แต่มีการทำสังคายนาอีกครั้งหนึ่งในแคว้นแคชเมียร์ ซึ่งอยู่ทาง ตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียผู้สนับสนุนการทำสังคายนาครั้งนั้นก็คือ พระเจ้ากนิษกะ กษัตริย์ซึ่งทรงทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างมาก คือมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แม้พุทธศาสนาก็ไม่มีข้อยกเว้น มีการเปลี่ยนแปลง อยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน พออีกประมาณ พ.ศ.๕๐๐ คือก่อนคริสตกาลประมาณ ๑๐๐ ปี มีปรัชญาอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในพุทธศาสนา เรียกว่า “ปรัชญามหายาน” แล้วก็ระบาด ในอินเดียภาคเหนือ อาตมาต้องเรียนให้ท่านทั้งหลายทราบเสียก่อนว่า ๆ มหายานนั้นไม่ใช่นิกาย มหายานนั้นเป็นเพียงปรัชญาอย่างหนึ่งซึ่งเกิดขึ้น และก็ค่อย ๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น ๆ ในสังคมของชาวพุทธในยุคโน้น และก็ทวีอิทธิพลมากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ ใครฟังแล้วก็คิดเลื่อมใสต้องการจะเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปรารถนาพุทธภูมิ อธิษฐานเป็นพระโพธิสัตว์กันมาก เกิดการเจริญเติบโตทางของความคิดนี้มากมาย จนในที่สุดครอบคลุมพุทธศาสนา นิกายต่าง ๆ ทั่วประเทศอินเดียตอนเหนือ พุทธศาสนาทั้งหมดนั้นก็เลยใช้ชื่อ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More