สมเด็จพระสังฆราช วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 4 หน้า 42
หน้าที่ 42 / 124

สรุปเนื้อหา

สําหรับใช้แทน รตนตฺตย ปภาวาภิยาจนคาถา ทรง รับเป็นสังฆมนตรีว่าการองค์การเผยแผ่ตามพระราช บัญญัติคณะสงฆ์พุทธศักราช ๒๔๘๔ และทรงเป็น สังฆนายกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๐๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช องค์ เอกอัครศาสนูปถัมภ์ ได้ทรงกรุณาโปรดให้สถาปนา เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๖ แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ สมเด็จพระสังฆราช (จวน) นอกจากจะ ทรงสนพระทัยต่อการส่งเสริมการศึกษา ปฏิบัติสมณธรรมของคณะสงฆ์ เผยแผ่พระศาสนา และ แล้ว ยังสนพระทัยต่อการสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ ที่ตกทุกข์ได้ยาก โดยทรงนำปัจจัย ๔ ที่ได้รับ การถวายออกมาบริจาคสงเคราะห์เด็กยากจน ในสมัยนั้น การศึกษาทางโลกเจริญก้าว หน้ามากขึ้นเป็นลำดับตามการเปลี่ยนแปลงของ โลก สมเด็จพระสังฆราช จึงทรงให้มีการอนุวัติ การศึกษาทางพ

หัวข้อประเด็น

- สมเด็จพระสังฆราช

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สําหรับใช้แทน รตนตฺตย ปภาวาภิยาจนคาถา ทรง รับเป็นสังฆมนตรีว่าการองค์การเผยแผ่ตามพระราช บัญญัติคณะสงฆ์พุทธศักราช ๒๔๘๔ และทรงเป็น สังฆนายกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๐๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช องค์ เอกอัครศาสนูปถัมภ์ ได้ทรงกรุณาโปรดให้สถาปนา เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๖ แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ สมเด็จพระสังฆราช (จวน) นอกจากจะ ทรงสนพระทัยต่อการส่งเสริมการศึกษา ปฏิบัติสมณธรรมของคณะสงฆ์ เผยแผ่พระศาสนา และ แล้ว ยังสนพระทัยต่อการสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ ที่ตกทุกข์ได้ยาก โดยทรงนำปัจจัย ๔ ที่ได้รับ การถวายออกมาบริจาคสงเคราะห์เด็กยากจน ในสมัยนั้น การศึกษาทางโลกเจริญก้าว หน้ามากขึ้นเป็นลำดับตามการเปลี่ยนแปลงของ โลก สมเด็จพระสังฆราช จึงทรงให้มีการอนุวัติ การศึกษาทางพระปริยัติธรรม ทรงให้จัดทำ หลักสูตรในการศึกษาเพิ่มขึ้นอีกแผนกหนึ่งคือ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ พระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริ) ทรงดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๗ แห่งกรุงรัตน โกสินทร์ ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๕๑๕ ถึงพุทธ ศักราช ๒๕๑๗ โดยทั่วไปพุทธศาสนิกชนชาวไทยจะรู้จัก พระองค์ในพระนามเรียกทั่ว ๆ ไปว่า “สมเด็จป๋า” พระนามเดิมของพระองค์คือ “ปุ่น สุขเจริญ” ประสูติ ณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ตระกูลของ ชาวนา เมื่อ “สมเด็จป่า" พระชนม์ได้ ๑๕ พรรษา ได้เข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ กับพระป่วน ที่วัด มหาธาตุฯ (สมณศักดิ์หลังสุดคือ พระครูบริหาร บรมธาตุ อดีตเจ้าอาวาสวัดนางชี เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ) ศึกษาอยู่ประมาณหนึ่งปี ก็ย้ายมาศึกษาต่อ กับ “พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)” (อดีตเจ้าอาวาส วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ) ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา อยู่ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เมื่อพระชนม์ได้ ๑๖ พรรษา ได้บรรพชา เป็นสามเณรที่วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ หลักสูตรพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา เพื่อ ๑ พรรษา ก็ลาสิกขาไปช่วยทำนาเสีย ๑ ปี จึงกลับมา ให้ผู้ศึกษาได้มีโอกาสบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ ทั้งทางโลกและทางธรรมควบคู่กันไป นอกจาก นั้นทรงออกคำสั่งมหาเถรสมาคมเรื่องการศึกษา ของมหาวิทยาลัยสงฆ์ พุทธศักราช ๒๕๑๒ มีผล ทำให้มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่งคือ สภาการ ศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย และมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ สมเด็จพระสังฆราช ทรงพระนิพนธ์เกี่ยวกับ พระธรรมเทศนา และปาฐกถาไว้มาก เช่น “สมมุต ปาสาทิกา” ทรงแปลเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ พระนิพนธ์ เรื่องมงคลในพระพุทธศาสนา พระนิพนธ์เรื่อง “นาถกรณธรรม (ธรรมเป็นที่พึ่ง) เป็นต้น สมเด็จพระสังฆราช (จวน) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ สมเด็จพระวันรัต เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชทรงผนวช ได้ปฏิบัติหน้าที่พระราช กรรมวาจาจารย์ถวาย เมื่อ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๙ สมเด็จพระสังฆราช (จวน) สิ้นพระชนม์โดย ประสบอุบัติเหตุรถบรรทุกชนรถพระประเทียบบน ทางหลวงแผ่นดินสาย ๓๔ (บางนา-ตราด) ท้องที่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ มีพระชนมายุ ๗๔ พรรษา ดำรงสมณเพศมาเป็นพรรษาที่ ๕๔ ดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระสังฆราช 5 ปี ๔๐ ก ล ย า ณ ม ต ร บรรพชาใหม่เป็นสามเณร จนอายุครบอุปสมบท เป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดสองพี่น้องนั่นเอง ได้พระนาม สมณฉายาว่า “ปุณฺณสิริ” จึงได้ย้ายมาอยู่ที่วัด พระเชตุพนฯ เพื่อทรงศึกษาภาษาบาลี ทรงใฝ่การ ศึกษาอย่างขะมักเขม้น ปรากฏว่าทรงสอบเป็นเปรียญ ตั้งแต่บรรพชาเป็นสามเณรเรื่อยมาจนได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค “สมเด็จป้า” ทรงรับตำแหน่งหน้าที่สำคัญ ๆ เช่น กรรมการสังคายนาพระธรรมวินัย พ.ศ. ๒๔๗๖ ทรงเป็นพระคณาจารย์เอกทางศาสนา เป็นสมาชิกสังฆสภา เป็นสังฆมนตรี ๒ สมัย ทรงเป็นแม่กองงานพระธรรมทูต ทรงเป็นกรรมการ มหาเถรสมาคม ทรงเป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นต้น “สมเด็จป๋า” ทรงได้รับสถาปนาขึ้นดำรง ตำแหน่งพระสังฆราช เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นสมเด็จพระสังฆราช ในรัชกาลพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ ๙ ประทับ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม “สมเด็จป้า” ทรงสนพระทัยการประพันธ์ มาตั้งแต่บรรพชาเป็นสามเณร ทรงพอพระทัยเรื่องการ อ่านและการสะสมหนังสือมาก ทรงใช้นามปากกา ในพระนิพนธ์ว่า “ป. ปุณณสิริ” เริ่มพระนิพนธ์ บทความต่าง ๆ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเนื่องในวัน สำคัญทางพระพุทธศาสนา พระนิพนธ์ที่มีชื่อเสียง มากและแพร่หลายคือ “สันติวัน” พระนิพนธ์อื่นก็มีเช่น จดหมายสองพี่น้อง พุทธชยันตี คุณนายชั้นเอก พรสวรรค์ อ้าย เกียรติกานดา เบื้องหลังชีวิต หนี้กรรมหนี้เวร และรวมเรื่องสั้น “ลิขิตสมเด็จฯ” สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระ สังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริ) สิ้นพระชนม์เมื่อ ๗ ธันวาคม ๒๕๑๖ ทรงมีพระชนมายุ ๗๗ พรรษา ดำรงสมณเพศ พรรษาที่ ๕๖ ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ได้เพียงปีเศษ ๆ เท่านั้น สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๗ อบบ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More