สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 4 หน้า 39
หน้าที่ 39 / 124

สรุปเนื้อหา

สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๒ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ พระสังฆราช (แพ) พระนามฉายาว่า “ติสฺสเทโว” เป็นชาวกรุงเทพฯ บิดาชื่อ บุตร มารดาชื่อ อัน พระชนม์ได้ ๑๓ ปีได้ผนวชเป็นสามเณร (พ.ศ. ๒๔๑๑) ติดตามสมเด็จพระวันรัต (สมบูรณ์) มาอยู่ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ศึกษาเล่าเรียน พระปริยัติธรรมเรื่อยมา ต่อมาย้ายกลับวัดเศวตฉัตร เพราะสมเด็จพระวันรัตมรณภาพ เป็นพระภิกษุก็มาประทับ ณ วัดสุทัศนเทพวราราม ศึกษาได้เปรียญ ๕ ประโยค พอครบผนวช ครั้นปีพุทธศักราช ๒๔๘๐ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สิ้นพระชนม์ สมเด็จพระวันรัต (แพ) จึงได้รับสถาปนา ขึ้นเป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระ สังฆราช ทรงปฏิบัติศาสนกิจที่สำคัญคือ เสด็จเปิด ประชุมสมัยสามัญแห่งสังฆสภาครั้งแรกในวัน วิสาขบูชา ๒

หัวข้อประเด็น

- สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ)

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๒ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ พระสังฆราช (แพ) พระนามฉายาว่า “ติสฺสเทโว” เป็นชาวกรุงเทพฯ บิดาชื่อ บุตร มารดาชื่อ อัน พระชนม์ได้ ๑๓ ปีได้ผนวชเป็นสามเณร (พ.ศ. ๒๔๑๑) ติดตามสมเด็จพระวันรัต (สมบูรณ์) มาอยู่ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ศึกษาเล่าเรียน พระปริยัติธรรมเรื่อยมา ต่อมาย้ายกลับวัดเศวตฉัตร เพราะสมเด็จพระวันรัตมรณภาพ เป็นพระภิกษุก็มาประทับ ณ วัดสุทัศนเทพวราราม ศึกษาได้เปรียญ ๕ ประโยค พอครบผนวช ครั้นปีพุทธศักราช ๒๔๘๐ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สิ้นพระชนม์ สมเด็จพระวันรัต (แพ) จึงได้รับสถาปนา ขึ้นเป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระ สังฆราช ทรงปฏิบัติศาสนกิจที่สำคัญคือ เสด็จเปิด ประชุมสมัยสามัญแห่งสังฆสภาครั้งแรกในวัน วิสาขบูชา ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ทรงวาง ระเบียบพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ ทรง เป็นประธานแปลพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระ สังฆราช (แพ) มีพระชนมายุ ๘๙ พรรษา ดำรง ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช 5 ปี ทรงผนวชได้ ๖๖ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๓ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมหลวงวชิร ญาณวงศ์ พระนามเดิมว่า หม่อมราชวงศ์ชื่น นพวงศ์ โอรสในหม่อมเจ้าถนอมและหม่อมเอม ทรงบรรพชา เป็นสามเณรเมื่อพระชนม์ ๑๕ และได้ทรงอุปสมบท เป็นพระภิกษุ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงมีฉายาว่า "สุจิตฺโต” พุทธศักราช ๒๕๓๓ ขณะยังทรงเป็นสามเณร ได้ทรงเข้าสอบไล่พระปริยัติธรรมครั้งแรกที่วัดพระศรี รัตนศาสดาราม ทรงสอบได้เปรียญ ๕ ประโยค พอทรงผนวชเป็นพระภิกษุทรงเข้าสอบไล่อีกครั้งได้อีก ๒ ประโยค เป็น ๗ ประโยค ทรงประกอบศาสนกิจในพระองค์ที่สำคัญ ๆ ถึง ๕ แผ่นดิน ตั้งแต่ประกอบพิธีฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ อันเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่แห่งพระพุทธ ศาสนาในราชอาณาจักรไทย พระองค์ทรงมีพระบัญชาให้จัดตั้ง สภา การศึกษามหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่ง ประเทศไทย เปิดการสอนพระนักศึกษาเป็น รุ่นแรก พุทธศักราช ๒๔๙๙ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นพระราชอุปัธยาจารย์ ในการเสด็จออก ทรงผนวชของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ - ความตอนหนึ่งของ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล ได้กล่าวไว้ในหนังสือวชิรญาณวงศ์ ๒๕๐๗ ในการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ เพื่อทรงประกอบพิธีเปิดอาคารเรียน “วชิร ญาณวงศ์” โรงเรียนวัดบวรนิเวศเมื่อ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๐๗ ทรงนิพนธ์เรื่องสมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัด บวรนิเวศวิหาร (หน้า ๑๒) ความตอนหนึ่งว่า “ข้าพเจ้ายอมรับนับถือในพระองค์ท่าน ด้วยความเคารพรักเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้เห็นได้รู้ แก่ใจแล้วว่า ท่านทรงเป็นชิโนรสแท้ ไม่มีมึนเมา ในทางโลก ไม่อยู่ในอำนาจกิเลส มีกำลังพระทัย แข็งแรงที่ทางโลกจะเรียกได้ว่า คนจริง, จะเห็น ได้ในเวลากำลังประชวรมาก เมื่อพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จทรงพระผนวช ทุกคน เห็นว่า ท่านจะเสด็จไปทรงเป็นพระอุปัธยาจารย์ ไม่ได้แน่ แต่พระองค์ท่านก็โปรดให้หมอฉีดยา ถวาย โดยตรัสว่า “กายเป็นของหมอ จิตเป็น ของฉัน ฉันจะไป” แล้วก็เสด็จไปถวายการ อุปสมบทได้ตลอด จนประทับรถมาด้วยกันกับ พระภิกษุภูมิพโล ซึ่งราษฎรห้อมล้อมรถพระที่นั่ง มาตลอดทางเป็นเวลาถึง ๒ ชั่วโมง จึงเสด็จถึง วัดบวรนิเวศวิหาร หมอซึ่งตามเสด็จไปพร้อมกับ ๒ ยาและรถพยาบาลคอยอยู่ทางหลังวัดพระแก้ว ก็ต้องยอมแพ้ไป" สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ มีพระชนมายุ ๘๕ พรรษา ทรงผนวชดำรงอยู่ใน สมณเพศ ๖๖ พรรษา และทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จ พระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายก ๑๔ ปี กั ล ย า ณ ม ต ร ๓๗ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More