ข้อความต้นฉบับในหน้า
เราปรับตัวได้ง่าย ทำให้เป็นคนที่มองโลก
ในแง่ดีด้วย มองทุกอย่างด้วยเหตุผล ไม่มี
เรื่องน้อยใจ เศร้าใจ เพราะมีศูนย์กลางกาย
เป็นที่พึ่งตลอดเวลา”
ทั้งสองศรีพี่น้องกล่าวเหมือนกันว่า
“ไม่มีช่องว่างระหว่างเพื่อนฝูง อาจจะ
มีเพื่อน ๆ ล้อบ้าง เรียก “แม่ชี” ตั้งแต่ปี
ถึงปี ๔ (หัวเราะ) แต่เพื่อน ๆ จะเกรงใจเรา
เมื่อมีเรื่องไม่ดีก็จะไม่มาถึงเรา เป็นที่รู้กัน
เป็นที่ยกไว้ในฐานที่เข้าใจ แต่ถ้ามีเรื่องดี ๆ
เขาจะนึกถึงเรา บางครั้งเพื่อนพูดกับเพื่อน
คนอื่น ๆ ด้วยถ้อยคำระคายหู แต่เขาจะใช้
คำพูดดี ๆ กับเรา
ถ้าเพื่อนมีปัญหาอะไร ถ้าเราช่วยได้
เราจะช่วยทันที เช่น ให้ยืมสมุดโน้ต หรือช่วย
ติวให้เพื่อน เป็นที่รู้กันว่า เราคบกันได้ใน
ลักษณะนี้ เพื่อนก็ยังรักเรา ไม่ได้มองว่าเรา
เพี้ยน” (หัวเราะ)
ก า ร เ จ ริ ญ
ภ า ว น า พ า ใ ห้
สั ง ค ม ส ง ป สุข
น.ส.วรรณรัตน์ โล้วิชากรติกุล น้อง
นุชสุดท้อง เป็นนิสิตปีที่ ๑ คณะพาณิชยศาสตร์
และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอ
เริ่มฝึกสมาธิอย่างจริงจังเมื่อเรียนอยู่ชั้น ม.๕
โรงเรียนสตรีวิทยา ๒ เมื่อเข้าเป็นนิสิตแล้ว
ก็ได้ช่วยงานชมรมพุทธฯ เช่นเดียวกับพี่สาว
ทั้งสองคน ส่วนในวันอาทิตย์ก็จะไปช่วยงาน
ที่วัดพระธรรมกายพร้อมกับพี่มิได้ขาด
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เธอ
มั่นใจว่า การเจริญสมาธิภาวนาเป็นสิ่งสำคัญ
ในชีวิตประจำวันมากเพราะ
๑๐๘ ก ล ย า ณ มิ ต ร
การรักษาศีล ๘ นอกจากจะช่วยย่นระยะ
เวลาการเกิดเป็นหญิงให้น้อยลง ๆ แล้ว
ยังทําให้มีเวลาสร้างบุญกุศลหรือทำงาน
อื่น ๆ มากขึ้นด้วย เพราะไม่ต้องเป็น
กังวลกับอาหารเย็น งเสียเวลามาก
“ทำให้จิตใจสงบ ไม่คิดฟุ้งซ่าน
รู้จักคิดหาเหตุผล ควบคุมอารมณ์ได้ หนู
คิดว่าถ้าทุกคนศึกษาและปฏิบัติธรรมกัน
อย่างจริงจัง คนในสังคมก็จะไม่มีการ
เบียดเบียนกัน จะมีแต่เมตตากรุณาต่อกัน
มีความเห็นอกเห็นใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูล
กัน แล้วสังคมเราก็จะมีแต่ความสงบสุข”
ค ร อ บ ค รั ว แ ห่ ง
คุ ณ ธ ร ร ม
นับเป็นบุญกุศลของครอบครัว “โล้
วิชากรติกุล” ที่หัวหน้าครอบครัวและสมาชิก
Kalyanamitra.org