การพัฒนาจิตใจ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 4 หน้า 32
หน้าที่ 32 / 124

สรุปเนื้อหา

คำสอนของพระพุทธเจ้า ยิ่งต้อง อ่านให้ลึกซึ้ง ไม่ใช่เรื่องของคนโง่ แต่พุทธศาสนาสอนให้คนฉลาด ถ้า ประเทศของเราเจริญด้านวัตถุมาก เราก็ต้อง พัฒนาจิตใจไปพร้อม ๆ กัน ไม่ใช่พัฒนา วัตถุอย่างเดียว แต่เราพัฒนาจิตใจไม่ทันวัตถุ พุทธศาสนาไม่ได้เขียนคิดกันความเจริญ ด้านวัตถุ อย่างความเจริญทางวิทยาศาสตร์ ก็ช่วยด้านพุทธศาสนามาก คือให้รู้จักใช้ เหตุผล คนสมัยใหม่มักไม่ยอมเชื่อ ภาษาไทย ผมภาคภูมิใจมากทั้งที่ ผมมิได้เป็นราชบัณฑิตทางภาษาไทย แต่เป็นกรรมการทําพจนานุกรรม ได้ใกล้ชิด ผู้ใหญ่ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ จนถึงเดี๋ยวนี้ กรรมการในปัจจุบันมี ๒ คนเท่านั้น ที่ทํางานติดต่อกันมานาน อีกท่านหนึ่งคือ ดร.บรรจบ พันธุเมธา งานราชบัณฑิตยสถาน ไม่มีใครสนใจ ที่ให้ความสนใจมีเพียง ๒ ท่านคือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม กับ ท่านธานินทร์ กรัยวิเชีย

หัวข้อประเด็น

- การพัฒนาจิตใจ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คำสอนของพระพุทธเจ้า ยิ่งต้อง อ่านให้ลึกซึ้ง ไม่ใช่เรื่องของคนโง่ แต่พุทธศาสนาสอนให้คนฉลาด ถ้า ประเทศของเราเจริญด้านวัตถุมาก เราก็ต้อง พัฒนาจิตใจไปพร้อม ๆ กัน ไม่ใช่พัฒนา วัตถุอย่างเดียว แต่เราพัฒนาจิตใจไม่ทันวัตถุ พุทธศาสนาไม่ได้เขียนคิดกันความเจริญ ด้านวัตถุ อย่างความเจริญทางวิทยาศาสตร์ ก็ช่วยด้านพุทธศาสนามาก คือให้รู้จักใช้ เหตุผล คนสมัยใหม่มักไม่ยอมเชื่อ ภาษาไทย ผมภาคภูมิใจมากทั้งที่ ผมมิได้เป็นราชบัณฑิตทางภาษาไทย แต่เป็นกรรมการทําพจนานุกรรม ได้ใกล้ชิด ผู้ใหญ่ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ จนถึงเดี๋ยวนี้ กรรมการในปัจจุบันมี ๒ คนเท่านั้น ที่ทํางานติดต่อกันมานาน อีกท่านหนึ่งคือ ดร.บรรจบ พันธุเมธา งานราชบัณฑิตยสถาน ไม่มีใครสนใจ ที่ให้ความสนใจมีเพียง ๒ ท่านคือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม กับ ท่านธานินทร์ กรัยวิเชียร งาน บัณฑิตยสถานไม่ได้สังกัดกระทรวง ทบวงกรม การรณรงค์เรื่องเลขไทย “เราก็เป็นชาติหนึ่งที่มีภาษาเขียน มีตัวเลขใช้ ตัวเลขไทยเป็นตัวเลขที่สวย ที่สุดในโลก ไม่ใช่ผมชมเพราะผมเป็น คนไทยนะ แต่เลขไทยแสดงถึง ๑. ความงดงามในจิตใจของคนไทย ๒. เป็นประเทศที่สุขสงบ อุดมสมบูรณ์ หน้าที่รับผิดชอบของ ราชบัณฑิตยสถาน “ราชบัณฑิตยสถาน มีหน้าที่รับผิดชอบ ในด้านวิชาการโดยเฉพาะ เหมือนหน่วย ราชการทางวิชาการ ราชบัณฑิตยสถาน ไม่มีคนเข้าใจหรือเข้าใจไม่ถูก เป็นหน่วยราชการที่แปลกกว่าหน่วย ราชการอื่นตรงที่ไม่ได้สังกัดกระทรวง ทบวงกรม อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนเดียว ซึ่งท่านก็บังคับบัญชาอย่างเดียว แต่ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง บางทีเสนอ ไปยังรัฐบาลให้เปลี่ยนคนใหม่ กรรมการ ก็ต้องเสนอกันใหม่ ให้ท่านรัฐมนตรีนำเข้า คณะรัฐมนตรีเท่านั้น ถ้ามีการเลื่อนตำแหน่ง ใคร ท่านก็เป็นชื่อให้เท่านั้น ไม่ได้เข้ามา ยุ่งเกี่ยวในด้านวิชาการ บางคนไม่เคยไป ราชบัณฑิตยสถานเลย จนกระทั่งหมดอายุ ราชการ งานในด้านวิชาการมี ๒ แบบคือ แบบที่ ๑. ข้าราชการประจำ ผมเป็น ข้าราชการประจำ แบบที่ ๒. เป็นราชบัณฑิต ต้องได้รับ พระบรมราชโองการแต่งตั้ง มี ๓ สำนัก ๑. สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง แบ่งเป็น ๓ สาขา ๑.๑ สังคมศาสตร์ ได้แก่ กฎหมาย รัฐศาสตร์ การทูต เศรษฐศาสตร์ ๑.๒ ปรัชญา ได้แก่ อภิปรัชญา ตรรกศาสตร์ จริยศาสตร์ ๑.๓ ประวัติศาสตร์ ได้แก่ ต่างประเทศ, ในประเทศ โบราณคดี แล้ว ก็เพิ่มการศึกษาเข้ามาใหม่ ๒. สํานักวิทยาศาสตร์ มี ๓ สาขา ๒.๑ ชีวภาพ ๒.๒ กายภาพ ๒.๓ ประยุกต์ เช่น แพทย์, วิศวกรรม, วิศวกร ๓. สํานักศิลปกรรม มี ๒ สาขา ๓.๑ วรรณศิลป์ ได้แก่ งานด้านหนังสือ ๓.๒ สถาปัตยศิลป์ ได้แก่ งาน ด้านสถาปัตยกรรม “ผมอยู่ปรัชญา บังเอิญผมโชคดี เป็นข้าราชการประจำและเป็นราชบัณฑิต ด้วย มีคนเดียวในราชบัณฑิตยสถาน เป็น ราชบัณฑิต สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง แต่เป็นผู้อำนวยการกองศิลปกรรม เลยทำให้ได้รู้กว้างขวางหลายฝ่าย ส่วนศิลปกรรม เป็นงานที่ผมชอบ เช่น งานพจนานุกรม สารานุกรม บัญญัติศัพท์บ้าง ทำให้รู้จักผู้ที่มีความรู้กว้างขวาง เราก็สนใจงานกว้างออกไปอีก นับเป็น กําไรชีวิตอย่างมาก ผมไปเรียนศิลปะที่สหรัฐฯ อาจารย์ ที่เก่งทางศิลปะเป็นลูกศิษย์ของ ซุนยัดเซ็น ท่านสอนปรัชญาศิลปะ กลับมาเมืองไทยผมก็เป็นกรรมการท่ พจนานุกรมคำศัพท์ศิลปกรรม ต้องไป ทั่วประเทศ ไปดูโบราณสถาน โบราณวัตถุ ถ่ายภาพเก็บหลักฐานมาทำวิจัยต่อไป เวลาเรียนก็เรียนเฉพาะศิลปะต่าง ๆ ผมเป็นคนแรกที่น่าปรัชญาศิลปะมาเผยแพร่ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More