ประวัติสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา วชิรญาณวโรรส วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 4 หน้า 37
หน้าที่ 37 / 124

สรุปเนื้อหา

สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ dürden sicherlichen weinde dummerichung สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา วชิรญาณวโรรส ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ ๑๐ แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ เป็นพระองค์ที่ ๓ ในรัชสมัยพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระองค์เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๔๗ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติ แต่เจ้าจอมมารดาแพ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้า ชายมนุษยนาคมานพ ทรงผนวชเป็นสามเณรครั้งแรก ศ ครั้งพระชนมายุได้ ๑๓ พรรษา ณ วัดพระศรีรัตน ศาสดาราม ทรงผนวชอยู่ ๘ เดือน ทรงศึกษาเล่าเรียน ทั้งหนังสือขอมและภาษามคธ แปลได้เป็นอย่างดี เมื่อทรงลาผนวชแล้วเข้ารับราชการ ต่อมาเมื่อพระ ชนมายุครบกำหนดผนวช จึงกราบทูลลามาทรงผนวช เป็นพระภิกษุ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เมื่อทรงผน

หัวข้อประเด็น

- ประวัติสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา วชิรญาณวโรรส

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๐ dürden sicherlichen weinde dummerichung สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา วชิรญาณวโรรส ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ ๑๐ แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ เป็นพระองค์ที่ ๓ ในรัชสมัยพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระองค์เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๔๗ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติ แต่เจ้าจอมมารดาแพ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้า ชายมนุษยนาคมานพ ทรงผนวชเป็นสามเณรครั้งแรก ศ ครั้งพระชนมายุได้ ๑๓ พรรษา ณ วัดพระศรีรัตน ศาสดาราม ทรงผนวชอยู่ ๘ เดือน ทรงศึกษาเล่าเรียน ทั้งหนังสือขอมและภาษามคธ แปลได้เป็นอย่างดี เมื่อทรงลาผนวชแล้วเข้ารับราชการ ต่อมาเมื่อพระ ชนมายุครบกำหนดผนวช จึงกราบทูลลามาทรงผนวช เป็นพระภิกษุ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เมื่อทรงผนวชพรรษาแรก การตัดสินพระทัย ครั้งสำคัญบังเกิดขึ้น ทำให้วงการพระพุทธศาสนา ได้บุคลากรที่วางรากฐานของการศึกษาในยุค สมัยใหม่ และได้สมเด็จพระสังฆราชเจ้าที่ทรง ทำงานเกี่ยวกับการศึกษาพระปริยัติธรรมมากที่สุด พระองค์หนึ่ง ด้วยความรู้ที่เชี่ยวชาญในวิชาพระ พุทธศาสนาอันยอดเยี่ยม ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย ในการทำงาน และได้ทรงประกอบศาสนกิจอยู่โดย สม่ำเสมอจนกระทั่งวาระสุดท้ายของพระองค์ การ ตัดสินพระทัยนั้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา วชิรญาณวโรรส ทรงเล่าถึงมูลเหตุที่ทรงตัดสินพระทัย ครั้งนั้นว่า “ฯลฯ ถึงหน้าเข้าพรรษา ล้นเกล้าฯ เสด็จ ถวายพุ่มที่วัดนี้ เคยเสด็จทรงประเคนพุ่มพระเจ้า น้องยาเธอผู้ทรงผนวชใหม่ถึงตำหนัก เป็นการทรง เยือนด้วยเสด็จกุฏิเรา ทรงประเคนพุ่ม เราเห็นท่าน ทรงกราบด้วยความเคารพอย่างเป็นพระ แปลกจาก พระอาการที่ทรงแสดงแก่พระองค์อื่น เพียงประคอง อัญชลี เรานึกสลดใจว่าโดยฐานะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ท่านก็เป็นเจ้าของเรา โดยฐานะเนื่องในพระราชวงศ์ เดียวกัน ท่านก็เป็นพระเชษฐาของเรา โดยฐานะเป็น ผู้แนะนำราชการพระราชทาน ท่านก็เป็นครูของเรา เห็นท่านทรงกราบ แม้จะนึกว่าท่านทรงเคารพแต่ ธงชัยพระอรหันต์ต่างหาก ก็วางใจไม่ลง ไม่ปรารถนา จะให้ท่านทอดพระเนตรเห็นเรา ผู้ที่ท่านลงกราบ แล้วถือเพศเป็นคฤหัสถ์อีก ตรงคำที่เขาพูดกันว่า กลัวจัญไรกิน เราตกลงว่าจะไม่สึกในเวลานั้น แต่หาได้ ทูลไม่" - ความในพระทัยที่ลึกซึ้ง จึงทรงตัดสินพระทัย แน่วแน่ ในการถือเพศพรหมจรรย์ไปจนตลอดพระชนม์ ชีพในพรรษาต้นนั้นเอง เมื่อทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ทรงศึกษาพระ ปริยัติธรรม และทรงสอบได้เปรียญ ๕ ประโยค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๔ นับเป็นเปรียญที่ต่อกันโดยฉับไว แต่ได้ทรงยุติแค่นั้น ในความจริงแล้วพระองค์ทรง • พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัช กาลที่ ๕ กั ล ย า ณ ม ต ร ๓๕ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More