สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 4 หน้า 38
หน้าที่ 38 / 124

สรุปเนื้อหา

มีความลึกซึ้งแตกฉานมากกว่า ๕ ประโยค สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณ วโรรส เมื่อทรงผนวชครบ ๓ พรรษา พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาพระอิสริยยศ ขึ้นเป็นกรมหมื่นวชิรญาณวโรรส และโปรดให้ทรง สมณศักดิ์พระราชาคณะผู้ใหญ่ พระองค์ทรงริเริ่มสถาปนาการศึกษาของ คณะสงฆ์ โดยเปลี่ยนระบบต่าง ๆ เกี่ยวกับการ ศึกษาจากระบบโบราณที่ยากแก่การเล่าเรียนมา เป็นแบบใหม่ เพื่อให้เล่าเรียนง่ายขึ้น ได้ผล รวดเร็วขึ้นและให้แพร่หลาย ทรงนิพนธ์ตำรา ทรงรจนาหลักสูตรสำหรับนักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ขึ้นใช้ ทรงเปลี่ยนระบบการสอนพระปริยัติธรรม ภาษาบาลีแบบแปลปาก มาเป็นแบบแปลโดย วิธีเขียน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔ และประกาศใช้เป็น ทางราชการสำหรับการสอบทุกประโยคเมื่อ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ นอกจากการศึกษาของคณะสงฆ์แล้ว พระองค์ยังทรงเป็น

หัวข้อประเด็น

- สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มีความลึกซึ้งแตกฉานมากกว่า ๕ ประโยค สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณ วโรรส เมื่อทรงผนวชครบ ๓ พรรษา พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาพระอิสริยยศ ขึ้นเป็นกรมหมื่นวชิรญาณวโรรส และโปรดให้ทรง สมณศักดิ์พระราชาคณะผู้ใหญ่ พระองค์ทรงริเริ่มสถาปนาการศึกษาของ คณะสงฆ์ โดยเปลี่ยนระบบต่าง ๆ เกี่ยวกับการ ศึกษาจากระบบโบราณที่ยากแก่การเล่าเรียนมา เป็นแบบใหม่ เพื่อให้เล่าเรียนง่ายขึ้น ได้ผล รวดเร็วขึ้นและให้แพร่หลาย ทรงนิพนธ์ตำรา ทรงรจนาหลักสูตรสำหรับนักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ขึ้นใช้ ทรงเปลี่ยนระบบการสอนพระปริยัติธรรม ภาษาบาลีแบบแปลปาก มาเป็นแบบแปลโดย วิธีเขียน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔ และประกาศใช้เป็น ทางราชการสำหรับการสอบทุกประโยคเมื่อ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ นอกจากการศึกษาของคณะสงฆ์แล้ว พระองค์ยังทรงเป็นบุคคลสำคัญพระองค์หนึ่ง ของชาติ ในการวางรากฐานการศึกษาสมัยใหม่ จนพัฒนาแพร่หลายเป็นการศึกษาของชาติที่ เจริญแพร่หลายออกไปทั่วพระราชอาณาจักร สำหรับการเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น ก็ทรงวางแนวแห่งการเผยแผ่และจัดระดับธรรม ต่าง ๆ ไว้สำหรับสั่งสอนพุทธศาสนิกชนให้เหมาะ สมกับบุคคล ในสมัยของพระองค์ได้มีพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองพระสงฆ์ ร.ศ.๑๒๑ (พ.ศ. ๒๕๕๕) ขึ้นเป็นครั้งแรกเป็นการจัดแบ่งส่วนการ ปกครอง ให้มีมหาเถรสมาคมปกครองบังคับ บัญชากันตามลำดับขั้น สิ้นรัชกาลที่ ๕ เมื่อขึ้นรัชกาลใหม่ พระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณา โปรดให้ตั้งพระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก และ เลื่อนอิสริยยศขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๓ พระองค์ทรงริเริ่มก่อตั้งมหามกุฎราช วิทยาลัย เป็นสถานศึกษาความรู้ต่าง ๆ แก่พระภิกษุ สามเณร และไม่ได้สอนเฉพาะด้านพระพุทธ ศาสนาอย่างเดียว ยังสอนวิชาความรู้ที่ทันสมัย อีกด้วย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณ วโรรส มีพระชนมายุสิริรวม ๖๒ พรรษา ทรงดำรง ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ๑๒ ปี ๓๖ ก ล ย า ณ ม ต ร สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวร สิริวัฒน์ มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าภุชงค์ ชมพูนุท พระโอรสองค์ใหญ่ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุน เจริญผลพูนสวัสดิ์ และหม่อมปุ่น เมื่อทรงพระเยาว์ ได้ทรงเล่าเรียนอักขรสมัย เรียนภาษาอังกฤษกับฝรั่ง ตาม เพื่อเตรียมตัวเสด็จไปศึกษายังต่างประเทศ พระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ครั้นพระชนมายุได้ ๑๕ ปี จึงได้ทรงผนวช เป็นสามเณรตามประเพณี แล้วทรงศึกษาธรรมวินัย ทรงมีความเลื่อมใสศรัทธาในสมณเพศ เมื่อได้ทรง ผนวชเป็นพระภิกษุ ทรงพระฉายาว่า “สิริวฑฺฒโน” ทรงศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม สอบเปรียญได้ ๕ ประโยค ครั้นเมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา วชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้าพระองค์ที่ ๑๐ สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔ พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) จึงโปรดให้ สถาปนาพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ ขึ้นทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกล มหาสังฆปริณายก เมื่อ ๒๐ สิงหาคม ๒๔๖๔ ครั้นต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๗ โปรดสถาปนาเลื่อน ๑๑ พระอิสริยยศขึ้นเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวง ชินวรสิริวัฒน์ เมื่อ ๒๐ เมษายน ๒๔๖๙ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ทรงวางระเบียบ การปกครองคณะสงฆ์ให้รัดกุมยิ่งขึ้นที่เรียกว่า สังฆราชาณัติ ที่มีข้อปฏิบัติข้อห้ามต่าง ๆ ทำให้ เกิดความเรียบร้อยขึ้นในสังฆมณฑล เช่นห้าม พระภิกษุสามเณรให้การบวชหญิงเป็นบรรพชิต ระเบียบการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ นอกจาก นั้นก็มีระเบียบประกาศต่าง ๆ เช่น การเที่ยว มหรสพ การรักษาศาสนสมบัติ เป็นต้น และยัง ทรงมีพระนิพนธ์ที่ทรงถอดความบาลีเป็นภาษา ไทย และทรงให้คำแปลอันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ทรงธรรมเช่น สามเณรานุสิกขา อภิธานันปทีปิกา ทรงเป็นประธานกรรมการตรวจชำระบาลีพระ ไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ประทับ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงเป็น เจ้าอาวาสวัดราชบพิธองค์ที่ ๒ สิ้นพระชนม์เมื่อ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๐ รวมพระชนมายุได้ ๗๙ พรรษา ทรงผนวช ๕๘ พรรษา ดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระสังฆราช ๑๖ ปี Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More