สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด) วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 4 หน้า 40
หน้าที่ 40 / 124

สรุปเนื้อหา

สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ พระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ ป.ธ.๙) มีพระนาม เดิมว่า “ปลด” เป็นบุตรของขุนพิษณุโลกประชานาถ (ล้ำ) และคุณปลั่ง ท่านบิดาเป็นมหาดเล็กใกล้ชิด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จ พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี สมเด็จพระศรีพัชรินทรา พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระสังฆราชทรงอยู่ใน นามสกุล “เกตุทัต พระองค์ทรงเป็นนักศึกษาที่สนพระทัยการ ศึกษามาตลอด กล่าวคือ ก่อนจะบรรพชาเป็นสามเณร (ก่อนพระชนมายุ ๘ พรรษา) ได้ศึกษาอักขรสมัย จนอ่านออกเขียนได้ ครั้นพระชนม์ ๘ พรรษาได้เริ่ม เรียนภาษาบาลีมูลกัจจายน์จนจบและเรียนธรรม ปทัฏฐกถา ปลายปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ สามเณรปลด ได้เข้าสอบพระปริยัติธรรมที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรุณนิภาคุณากร วัดราชบพิธฯ

หัวข้อประเด็น

- สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด)

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๔ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ พระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ ป.ธ.๙) มีพระนาม เดิมว่า “ปลด” เป็นบุตรของขุนพิษณุโลกประชานาถ (ล้ำ) และคุณปลั่ง ท่านบิดาเป็นมหาดเล็กใกล้ชิด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จ พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี สมเด็จพระศรีพัชรินทรา พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระสังฆราชทรงอยู่ใน นามสกุล “เกตุทัต พระองค์ทรงเป็นนักศึกษาที่สนพระทัยการ ศึกษามาตลอด กล่าวคือ ก่อนจะบรรพชาเป็นสามเณร (ก่อนพระชนมายุ ๘ พรรษา) ได้ศึกษาอักขรสมัย จนอ่านออกเขียนได้ ครั้นพระชนม์ ๘ พรรษาได้เริ่ม เรียนภาษาบาลีมูลกัจจายน์จนจบและเรียนธรรม ปทัฏฐกถา 12 ปลายปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ สามเณรปลด ได้เข้าสอบพระปริยัติธรรมที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรุณนิภาคุณากร วัดราชบพิธฯ ทรงเป็นอธิบดีการสอบไล่ และพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนิน มาทรงฟังการแปลในครั้งนั้นด้วย เมื่อสามเณรปลด เข้าแปลได้ประโยค ๑ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ถึงกับ รับสั่งว่า “เณรเล็ก ๆ ก็แปลได้” และรับสั่งถาม ขอน่าถวายตัว และโปรดให้อยู่วัดเบญจมบพิตร ดุสิตวนาราม ตั้งแต่นั้นมา สมเด็จพระสังฆราช (ปลด) เมื่อครั้งยังเป็น สามเณรปลด ทรงขยันหมั่นเพียรต่อการเรียนพระ ปริยัติธรรมจนสอบได้สูงขึ้นตามลำดับ สมเด็จพระ มหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงยกย่อง ในเชิงความรู้มาก เคยรับสั่งว่า “ท่านแม้จะเป็น เปรียญ ๙ ประโยค แต่ความรู้แล้วพระเปรียญ ๙ ประโยคทำอะไรไม่ได้” ความรู้แตกฉานทางพระปริยัติธรรมปรากฏ อย่างน่าอัศจรรย์ จนสอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค เมื่อพระชนมายุ ๑๖ พรรษา (พ.ศ. ๒๕๕๑) สามเณรปลด เปรียญ ๙ นับเป็นเอกบุรุษ ผู้มีอัจฉริยภาพอันสูงจนยากจะหาผู้ใดเสมอเท่า จึงเป็นที่พอพระราชหฤทัยของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ เป็นอย่างยิ่ง สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงโปรดปรานมาก เล่ากันว่า ถึงกับปรับพระหัตถ์และตรงเข้าทรงอุ้ม และทรงให้จัดรถเข้าขบวนแห่นำส่งถึงพระอาราม โปรดให้สามเณรปลด เปรียญ ๙ เข้ารับพระราชทาน ๓๘ ก ล ย า ณ มิตร เป็นนาคในพระบรมราชานุเคราะห์ อุปสมบทเป็น พระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ วัดพระศรีรัตน ศาสดาราม เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๒ มีพระ นามฉายาว่า “กิตติโสภโณ” จึงเป็นสามเณรรูปแรก ที่ได้รับพระกรุณาธิคุณ และถือเป็นธรรมเนียมสืบมา จนบัดนี้ว่า สามเณรรูปใดสอบได้ ป.ธ. ๙ ทรงรับ สามเณรรูปนั้นไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ให้เข้า อุปสมบทเป็นนาคหลวงเป็นกรณีพิเศษ ต่อมาทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร ดุสิตวนารามเป็นรูปที่สอง ทรงรับหน้าที่สำคัญในการ คณะสงฆ์เช่น สังฆนายก เป็นเจ้าคณะมณฑลพายัพ อีกทั้งทรงเป็นพระราชอนุสาวนาจารย์ของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันทรง ผนวชที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นพระราชาคณะ หนุ่มที่ปราชญ์เปรื่อง ปรากฏว่าได้รับความนิยมมาก จากประชาชน และหมู่พระภิกษุสามเณรโดยทั่วไป ในสังฆมณฑล และได้รับยกย่องว่าเป็นพระเถระหนุ่ม ที่แสดงธรรมมีโวหารไพเราะทันสมัย จนได้รับให้เป็น พระคณาจารย์โททางเทศนา พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 5 มีพระราช ดำรัสชมเชยพระธรรมเทศนาที่ทรงแสดงถวายใน พระราชพิธีวิสาขบูชา พ.ศ. ๒๔๖๖ ที่เพชรบุรีว่า “เป็นเทศนาที่เหมาะใจของข้าพเจ้ายิ่งนัก เพราะ Kalyanamitra.org พระศรีวิสุทธิวงศ์ได้เก็บคดีธรรมผสมกับคดีโลก อย่างสนิทสนมกลมกล่อม และใช้สำนวนโวหาร อันเข้าใจง่ายสำหรับบุคคลไม่เลือกว่าชั้นใด” พระองค์ได้รับงานด้านพระปริยัติมาโดย ตลอด ตั้งแต่ชำระคัมภีร์อรรถกถาพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกายหลายคัมภีร์ คัมภีร์สารัตถทีปนี ฎีกา พระวินัย ใช้เวลาชำระติดต่อมาจนจบ ซึ่งฎีกา พระวินัยนี้เป็นคัมภีร์ที่มีความยาวมาก พ.ศ. ๒๔๘๓ เป็นประธานกรรมาธิการ แปลพระไตรปิฎกภาษาบาลีเป็นภาษาไทย และ กรรมาธิการฝ่ายแปลพระสูตรโดยเฉพาะ พ.ศ. ๒๔๘๕ เป็นสังฆมนตรีว่าการองค์การศึกษา จนถึง พ.ศ. ๒๕๐๓ ได้ขยายหลักสูตรการศึกษาภาษา บาลีของพระภิกษุสามเณรให้สูงยิ่งขึ้น ได้แสดง พระปรีชาสามารถ ความรอบรู้แตกฉานในทาง พระปริยัติให้ปรากฏ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระ สังฆราช (ปลด) ทรงเป็นผู้กระหายธรรมมาตั้งแต่ ทรงพระเยาว์ มีพระวิริยะทุ่มเทพระสติปัญญาที่ทรง ร่ำเรียนมามาก ให้เป็นคุณอเนกอนันต์แก่พระพุทธ ศาสนา ทรงพระชนมายุ ๗๓ พรรษา ทรงผนวช ๕๓ พรรษา ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๒ ปี
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More