ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขึ้นเมื่อใจสะอาดขึ้น บริสุทธิ์ขึ้น กายก็
ละเอียดตามไปด้วย
เวทนาคือ ความรู้สึกเป็นสุขก็สุข
ยิ่งขึ้น ดวงธรรมภายในก็สว่างขึ้น ทั้งกาย
ก็ดี เวทนาก็ดี จิตก็ดี ธรรมก็ดี สะอาดขึ้น
ใสขึ้น สว่างขึ้น
เมื่อเข้าถึงกายทิพย์ใหม่ ๆ ก็จะ
มองเห็นคล้าย ๆ กับไม่มีชีวิต แต่ว่า
ขึ้นไปเรื่อย ๆ ใหม่ ๆ ก็เหมือนไม่มีชีวิต ตรัสรู้ธรรม เป็นกายที่เราจะใช้ศึกษาให้รู้
แต่พอใจเข้าไปติดที่ศูนย์กลางกายของ แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรมทั้งปวง
กายรูปพรหมนั้น ก็รู้สึกว่าเป็นกายที่มี กายอื่นนั้นความเห็นมันแคบ กายธรรม
ชีวิตจิตใจเช่นเดียวกัน จิตก็จะดำเนิน นั้นความรู้ความเห็นกว้างไกลกว่า เนื่อง
เข้าไปอย่างนี้เรื่อย ๆ ปรากฏการณ์ จากกายธรรมนั้นเห็นได้รอบตัว เมื่อเห็น
ได้รอบตัว ก็รู้ได้รอบตัว คำว่า "เห็น
รอบตัวนี้ เราจะรู้จักเมื่อเราเข้าถึงกายธรรม
เพราะจะเห็นได้ในเวลาเดียวกันเลย
ทำนองเดียวกัน แต่กายก็ดี เวทนาก็ดี
จิตก็ดี ธรรมก็ดีจะใสขึ้น สว่างขึ้น
ความสว่างที่เพิ่มขึ้น ๆ สว่างจนกระทั่ง
เมื่อใจของเราละเอียดจนกระทั่งไปรวม ไม่ทราบว่าจะเปรียบเทียบความสว่างนั้น ซ้ายขวา หน้าหลัง ล่างบน ตรงกลาง
สนิทที่ศูนย์กลางกายเป็นอันหนึ่งอันเดียว กับความสว่างในโลกนี้อย่างไร นอกจาก
พร้อม ๆ กันหมด จะแตกต่างจากการ
กับกายทิพย์ เราจึงทราบว่ากายทิพย์นี้ก็ จะอุปมาว่าสว่างเหมือนดวงอาทิตย์ตอน เห็นของตามนุษย์หยาบที่เห็นได้ด้านเดียว
มีชีวิตจิตใจเช่นเดียวกับตัวของเราเหมือนกัน เที่ยงวัน ปรากฏขึ้นมาสองดวง สาม
ไม่ใช่เป็นนิมิตลวงหรือภาพหลอน มีชีวิต ดวง 1 สว่างยิ่งขึ้นกว่าดวงอาทิตย์ไป
เพราะฉะนั้นความเห็นจึงผิดเพี้ยนไป
แต่ธรรมกายนั้นจะเห็นไปตามความเป็นจริง
จิตใจที่ประณีตกว่า สะอาดกว่า บริสุทธิ์กว่า เรื่อย ๆ เมื่อจิตดำเนินไปตามลำดับ ก็ เพราะเห็นได้รอบตัว เห็นได้ชัดเจน
แล้วจิตก็จะดำเนินไปตามลำดับอย่างนี้ จะเข้าถึงอีกกายหนึ่งเรียกว่า "กายอรูป-
ไปเรื่อย ๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗
ของกายทิพย์ พอใจหยุดถูกส่วนเข้า
มันก็ขยายกว้างออกไปในทํานองเดียวกัน
พรหม” ร้อนอยู่ภายในซ้อนอยู่ในกลางตัว
ใสสะอาดบริสุทธิ์ นั่งขัดสมาธิหันหน้า
ออกไปทางเดียวกับเรา ใจก็จะปล่อย
ปรากฏการณ์ก็คล้าย ๆ กันไปอย่างนั้น
วาง เข้ากลางไปเรื่อย ๆ จนในที่สุด
ขยายกว้างออกไปเรื่อย ๆ ขยายไปเอง เราก็จะเข้าถึง "กายธรรมโคตรภู” หรือ
เมื่อถูกส่วนแล้วก็มีดวงธรรมปรากฏขึ้น "พระธรรมกาย” ประกอบด้วยลักษณะ
มาในกลางของกลางนั้นต่อไป ในที่สุด มหาบุรุษ สวยงามกว่ากายที่ผ่านมา
ก็จะเข้าถึงอีกกายหนึ่งที่สวยงามกว่า ทั้งหมด งามไม่มีที่ติ ใครอยากจะดู
ประณีตกว่า สงบนิ่งอยู่ภายใน
กายนี้แปลก เป็นกายที่ไม่ใช่ผู้หญิง
แม้ท่านหญิงเมื่อเข้าไปถึง เห็นแล้วก็จะ
แปลกใจ
กายมหาบุรุษให้เข้าไปดูข้างใน มองเข้า
ไปจะเห็นกายธรรม สวยงามทีเดียว
ลักษณะคล้ายกับพระปฏิมากรคือ กายพระ
เป็นกายที่เป็นพรหมจรรย์ นั่นเอง ต่างกันแต่ว่ามีเกตุดอกบัวตูม
เป็นกายที่สวยงามทีเดียว เรียกว่า นั่งขัดสมาธิอยู่ภายใน
"กายรูปพรหม" ในความรู้สึกของเราก็ เพราะฉะนั้น กายธรรมที่อยู่ภาย
จะเป็นคล้ายกันอย่างนี้ แต่ว่าละเอียด ในเป็นของพวกเราทุก ๆ คน เป็นกาย
66
การที่เห็นได้รอบตัว เห็นได้ชัดเจน เห็น
ได้วิเศษ แตกต่างจากกายต่าง ๆ ที่
ผ่านมานั้น จึงมีคำอยู่คำหนึ่งที่ใช้เป็น
ภาษาบาลีว่า "วิปัสสนา"
“วี” แปลว่า "วิเศษ” แปลว่า แจ้ง
แปลว่า ต่าง
"ปัสสนา" แปลว่า “การเห็น
เห็นได้ด้วยธรรมจักขุ ธรรมจักขุคู่กับ
ธรรมกายคือ เป็นดวงตาธรรมของ
ธรรมกาย ซึ่งเห็นได้วิเศษ เพราะเห็นได้
วิเศษอย่างนี้จึงเรียกว่า "วิปัสสนา”
ถ้ายังเข้าไม่ถึงธรรมกายแล้วละก็
การเห็นนั้นยังไม่วิเศษ ยังไม่เป็นการ
เห็นที่ประเสริฐ เพราะฉะนั้นธรรมกายนี่
แหละเป็นของจริงที่มีอยู่ในพุทธศาสนา
ไม่ใช่ของใหม่หรือลัทธิใหม่เลย เป็นของ
วันวิสาขบูชานี้ อาจจะใช้อีกค่าหนึ่งเรียกก็ได้ว่า "เป็นวันธรรมกาย"
เพราะเป็นวันที่บังเกิดขึ้นของธรรมกายของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
๒๖ กัลยาณมิตร
ของเราพระองค์นี้ ท่านใดเข้าถึงธรรมกายใน
วันนี้เป็นวันแรก หรืออาจจะเรียกว่า
"
วันพบสุข" ก็ได้ 99
Kalyanamitra.org