ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตั้งใจรักษาเอาบุญกับเขาบ้าง รักษาได้ก็ดี
ละนะ แต่ถ้าตัวยังต้องมีภาระการงานมากอยู่
การจะรักษาศีล ๘ ให้ได้ ตลอด ๓ เดือน
ก็คงจะหนักเกินไป ฉะนั้นขอให้เริ่มรักษาใน
วันโกนวันพระไปก่อน ต่อไปจึงค่อย 7
เพิ่มจำนวนวันให้มากขึ้น อย่าไปใจ
รวดเร็วเกินเหตุ มันจะไม่ไหวเอา
สมัยเมื่อมีการอบรมธรรมทายาทรุ่นที่
๑ ลูกศิษย์หลวงพ่อบางคน เขาเห็นรุ่นพี่
หลายคนที่มาช่วยกันสร้างวัด ได้ตั้งใจรักษาศีล
๔ ตลอด แม้ว่าจะต้องทำงานทั้งกลางวัน
กลางคืนก็ตาม เวลานั้นรุ่นพี่เหล่านี้ยังไม่
ได้บวช พวกเขาเป็นธรรมทายาทรุ่นที่
ก็อยากจะถือศีล ๘ ตามอย่างพี่ ๆ บ้าง
1
หลวงพ่อจึงได้กล่าวเตือนไปว่า
๑
- "เอ็งค่อย ๆ วัดกำลังดูให้ดีนา อย่าถึง
กับไปจุดธูปจุดเทียนอย่างกับพี่เขา นั่นเขา
ตั้งสัตย์อธิษฐานที่จะประพฤติพรหมจรรย์
และรักษาศีล ๘ ตลอดชีวิต แต่ว่ากว่า
เขาจะมาถึงจุดนี้ เขาได้ทดสอบตัวเองมา
ถึงสองสามปีแล้ว เอ็งจะตามพี่ ๆ เขา
เอ็งต้องค่อย ๆ วัดกำลัง มาทีละน้อย
อย่าหักโหม”
|| Anit
คิดว่าผมควรจะรีบบวชเสียดีกว่า ถ้าผมยัง
คงอยู่เป็นฆราวาส ศีล ๘ ของผมคงต้อง
ขาดแน่เลย”
คราวนี้หลวงพ่อก็เริ่มเกิดความเป็น
ห่วงเขาขึ้นมา เขาเองก็เริ่มรู้ตัวแล้ว จึง
ต้องช่วยประคับประคองกันไป และให้
ความดูแลอย่างใกล้ชิดขึ้น ในที่สุดเขาก็ได้
บวช ไปบวชอยู่ทางภาคใต้ ก็เรียบร้อยไป
คนหนึ่ง
หลายคนก็เชื่อ แต่มีเจ้า ๓-๔ คน สำหรับผู้ที่ตั้งสัตย์อธิษฐานที่จะ
ที่ไม่เชื่อ ลับหลังหลวงพ่อเขาก็ไปจุดธูปจุด รักษาศีล ๘ ตลอดชีวิตและสามารถทำได้
เทียนต่อหน้าพระประธานในโบสถ์ตั้งสัจจะ จะได้บุญมหาศาล ตั้งแต่ เนกขัมมบารมี
ว่าจะถือศีล ๘ ตลอดชีวิต เวลาผ่านไป
ได้ปีเศษ ๆ หลวงพ่อก็ได้ข่าวคราวจาก
พรรคพวกเขาว่า เจ้าคนหนึ่งไปบ่นให้
พรรคพวกฟังว่า ไม่น่าโง่ตั้งสัตย์อธิษฐาน
สัจจะบารมี ศีลบารมี วิริยะบารมี ขันติบารมี
ฯลฯ เรียกว่ากวาดบุญมาเสียมากมาย
หลวงพ่อวัดปากน้ำเคยกล่าวเตือน
ลูกศิษย์ในเรื่องการประมาณกำลังว่า มีได้
ถือศีล ๘ ตลอดชีวิตเลย แล้วจะทำอย่างไร มีเสีย คือคราวหนึ่งท่านกล่าวเตือนคุณยาย
ชาตินี้ถ้าจะหมดสิทธิ์มีเมียเสียแล้ว
ทองสุก ซึ่งเป็นครูของคุณยายอาจารย์
ส่วนอีกคนหนึ่งยังไม่ถึงขนาดนั้น (อุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง) ของพวก
เรามาก่อน จนกระทั่งคุณยายอาจารย์เห็น
เขามาบอกหลวงพ่อว่า
"หลวงพ่อครับ ถ้าผมรู้ว่าถือศีล ๘
ธรรมกายเข้าถึงธรรมกายแล้ว คุณยาย
ตลอดชีวิตยากอย่างนี้ ผมไม่จุดธูปจุดเทียน ทองสุกจึงพามาปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อ
ให้เสียท่าหรอก ผมก็จะรักษาศีล ๘ ไป วัดปากน้ำ คุณยายทองสุกผู้นี้ซึ่งปกติเป็น
ตามกำลังของผมเรื่อย ๆ ไปก่อน แต่ คนใจใหญ่ ทำอะไรเล็ก ๆ ไม่ค่อยเป็น
ตอนนี้ผมจุดธูปเทียนตั้งสัตย์อธิษฐานที่จะ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านเห็น
ถือศีล ๘ ตลอดชีวิตกับพระประธานไปแล้ว เตือนคุณยายทองสุกว่า
ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียสัจจะที่ผมได้ตั้งไว้ ผม
๙๖ กัลยาณมิตร
ท่านกล่าว
เดี๋ยวมันเกินกำลังแล้วมันจะโค่น มันจะ
ล่มเสียภายหลัง ทำเล็กนัก มันก็ไม่ดี มัน
ไม่เต็มแรงไม่พอมือเรา ทำแล้วเสียเวลา
เปล่าเพราะฉะนั้น ใหญ่นักก็ไม่เอา เล็ก
นักก็ไม่เอา มันต้องเอาพอดี ๆ”
ดังนั้นการที่เราจะทำสิ่งใดก็ตาม จึง
มีทั้งได้และเสีย เราต้องรู้จักที่จะประมาณ
กำลังให้ดี มิฉะนั้นจะทำให้เสียงาน คนเรา
จึงต้องมีพร้อมทั้งสติและปัญญาอย่างสมดุลย์
กัน หากมีแต่ปัญญาแต่ขาดสติก็นับว่า
ประมาท หรือมีสติแต่ขาดปัญญาก็จะเป็น
พวกที่ระแวงมากเกินไป
หลวงพ่อมีตัวอย่างของผู้ที่มีสติเกิน
กว่าปัญญาอยู่เรื่องหนึ่ง เรื่องนี้หลวงพ่อไป
เห็นมาเมื่อตอนเรียนอยู่ชั้น ม.4-ม.6 มี
อาจารย์อยู่ท่านหนึ่ง ความที่ท่านเรียนวิชา
แบคทีเรียมาอย่างทะลุปรุโปร่ง ท่านจึงกลัว
เชื้อโรคมากจนกระทั่งแทบจะไม่ได้กิน ไม่
ได้นอน ดังเช่นคนปกติ วันหนึ่งท่านไปซื้อ
กล้วยหอมมาจากตลาด ลูกโตเหลืองสวย
เชียวละ เมื่อท่านปอกกล้วยเสร็จ ท่านจะ
ยังไม่กิน แต่จะต้องเอากล้วยที่ปอกแล้วมา
แช่น้ำด่างทับทิมเสียก่อน แล้วจึงค่อยนำมากิน
กล้วยเมื่อไปแช่น้ำ มันก็หมดอร่อยเสียแล้ว
โถ...ท่านก็ทนกินไปได้ อย่างนี้เรียกว่า
ระวังมากเกินไป เป็นประเภทสติล้ำเกิน
"สุก ทำอะไรละก็ใหญ่นักมันไม่ดีนะ มีปัญญาเท่าใดก็ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์
Kalyanamitra.org