ข้อความต้นฉบับในหน้า
63
ม
าเพ่งพินิจดูอาตมาอย่างใกล้ชิดแล้วกล่าวว่า เป็นชาวเมืองกรุง แต่บวชเป็นพระอยู่ได้ถึง ๔ พรรษา
"ท่านยังดูท่าทางหนุ่มแน่นอยู่มาก”
"ข้าเจ้าเข้าใจว่าเป็นพระแก่เสียอีก รูปร่าง
สง่างามเสียด้วย มิน่าเล่า ปุณณมาถึงได้พูดถึง
มิได้ขาดปาก บอกข้าเจ้าหน่อยได้ไหมว่า ท่าน
เป็นคนเมืองใด บวชได้กี่พรรษาแล้ว”
อาตมาสงบจิตแผ่เมตตาแก่หญิงชรา แล้ว
ตอบว่า "อาตมาเป็นคนกรุงเทพฯ อุปสมบทได้
๘ พรรษาแล้ว”
"อ๋อ เป็นคนกรุงเทพฯ เสียด้วย” เจ้าแม่
อุทานแสดงความสนใจยิ่งขึ้น "มารดาบิดาของ
ท่านยังอยู่หรือเปล่า? และทำอาชีพอะไร?”
แล้วท่านคิดจะลาสิกขาหรือเปล่า หรือจะอยู่ใน
เพศสงฆ์ตลอดไป”
อาตมานึกขำ ต่อคำถามอย่างตรงไป
ตรงมาของเจ้าแม่ คนแก่และเด็ก ๆ มีลักษณะที่
น่าขำและน่าเอ็นดูอย่างหนึ่งคือ มีอะไรอยู่ในใจก็
พูดออกมาอย่างซื่อ ๆ ไม่มีเงื่อนงำอำพราง สงบ
ใจแผ่เมตตาแก่หญิงชราแล้วตอบว่า
เพราะ
"เรื่องการลาสิกขาอาตมายังไม่ได้คิด
เป็นเรื่องของอนาคตที่หาอะไรแน่นอนไม่ได้ อาต
มาสนใจแต่เรื่องปัจจุบัน ถ้าปัจจุบันดีแล้วอนาคต
ก็ดีเอง แต่จะอยู่ในสมณเพศตลอดไปหรือ ก็ไม่
แน่อีกเหมือนกัน อาตมาไม่อยากรับรองเรื่อง
เกี่ยวกับอนาคต”
การสนทนาเรื่องส่วนตัวยุติลง เมื่อปุณณ์มา
นำสำรับกับข้าวมาถวาย พร้อม ๆ กันนั้น ดวงแก้ว
และเพื่อนหญิงอีก ๒-๓ คนก็มาถึงพร้อมด้วย
กับข้าวคนละเล็กละน้อยเพื่อร่วมทำบุญ มีการ
การทําบุญท่าทาน
ด้วยใจบริสุทธิ์
"บิดาของอาตมาถึงแก่กรรม ในระหว่างที่
อาตมาศึกษาอยู่ต่างประเทศ มารดายังอยู่ที่
กรุงเทพฯ บิดาของอาตมาทำราชการ ก่อนออก
จากราชการเป็นปลัดกระทรวงฯ มีบรรดาศักดิ์
ย่อมก่อให้เกิดความ
เบิกบานสําราญใจ
กลมเกลียวอย่างนี้เสมอ
ทักทายกันระหว่างเพื่อนฝูงด้วยเสียงค่อนข้างดัง
ผสมด้วยเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานตามธรรม
เนียม การทำบุญทำทานด้วยใจบริสุทธิ์ย่อมก่อให้
เกิดความเบิกบานสำราญใจและความสามัคคี
ขณะที่อาตมาตักข้าวและกับข้าวชนิดต่าง ๆ
ดวงแก้วที่หน้าคล้ายกำลัง
“ดิฉันเห็นท่านตักกับข้าวทุกอย่างลงใน
อย่างละเล็กละน้อยลงในบาตร ทุกคนก็จ้อง
ดูด้วยความสนใจ
ไม่สบายแล้วกล่าวขึ้นว่า
เป็นหลวง ครอบครัวของอาตมามีฐานะมั่นคง บาตรหมดแล้ว ยังตักของหวานใส่ลงไปด้วย
และความสามัคคี เพราะมีหลักทรัพย์เป็นมรดกตกทอดมาแต่บรรพบุรุษ หมายความว่าท่านจะฉันคละกันไปหมดอย่างนั้น
กลมเกลียวอย่างนี้ อาตมาเป็นลูกคนสุดท้อง บรรดาพี่ ๆ เขาก็มี ใช่ไหมคะ?”
เสมอ
อาชีพมีครอบครัวเป็นหลักฐานไปหมดแล้ว”
เมื่ออาตมาตอบรับ
เธอก็ทำหน้าตื่น ๆ
"ท่านเล่นฉันคลุกกันหมดแบบนี้ก็แย่ซิคะ”
"เหมือนปุณณมาทุกประการ” เจ้าแม่พูด แล้วกล่าวว่า
ถึงลูกสาวอีกครั้งหนึ่ง "พี่ ๆ เขาก็มีครอบครัว
แยกย้ายกันไปหมดแล้ว ยังเหลือปุณณ์มา
คนเดียวอยู่ปฏิบัติบำรุงแม่”
หญิงชราหันไปสั่งลูกสาวให้นำสำรับกับข้าว
มาเร็ว ๆ แล้วกล่าวต่อไป
"น่าอนุโมทนาเหลือเกิน เป็นลูกผู้ดีมีสกุล
Kalyanamitra.org
“ถ้าแย่ อาตมาก็คงแย่มานานแล้ว เพราะ
อาตมาฉันแบบนี้มาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว”
ทุกคนจ้องดูอาตมาอย่างงง ๆ แล้วปุณณมา
ถามขึ้นว่า “แล้วมันจะอร่อยหรือคะ?”
"อาตมาไม่ได้ฉันอาหารเพื่อความอร่อย
กัลยาณมิตร ๘๙