ข้อความต้นฉบับในหน้า
ให้มีความมั่นใจอยู่ตลอดเวลา อย่า
ให้มีความไม่มั่นใจลึก ๆ อยู่ในตัวแม้
แต่น้อย ความไม่มั่นใจแม้ในระดับ
ลึก ๆ นี้ถ้าไม่รีบกำจัดเสียจะเป็นอุป
สรรคของสมาธิอย่างใหญ่หลวงที่เดียว
บางคนมัวแต่สงสัยว่าตรง
ศูนย์กลางกายไหม บางคนขนาดเห็น
ดวงสว่างแล้วก็ยังไม่มั่นใจสงสัยว่า
คิดไปเองไหม ตั้งคำถามเอง หาคำ
ตอบเอง ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดวิธี
วิธีที่ถูกที่สุดคือ อย่าได้มีคำถาม
วางใจไว้ที่กลางท้องนึกว่าตรงศูนย์ บางคนก็ตั้งคำถามขึ้นมาในใจ แสวง จะต้องทำจริงให้ลุล่วงไม่เหลาะแหละ
กลางกายไว้ก่อน แม้ไม่เห็นนิมิต หาวิธีการค้นคว้าต่อไป แต่วิธีทั้งหมด เหลวไหล ทำแล้วไม่สำเร็จเป็นไม่เลิก
อะไรก็พยายามรักษาอารมณ์สบาย ไม่ถูกเลย ที่ถูกคือ ดูที่ศูนย์กลาง แล้วนิสัยที่เป็นนักสู้นี้จะติดตัวไป
นั้นเอาไว้ เมื่อเห็นแล้วก็อย่าไปตื่น กายฐานที่ ๗ เฉย ๆ ดูดวงสว่าง
เต้น อย่าไปสงสัย อย่ามีคำถาม ที่เกิดขึ้นเฉย ๆ...”
ประคองใจที่ศูนย์กลางกาย นิ่ง ๆ
เฉย ๆ เรื่อยไป สมดังโอวาทของ
หลวงพ่อธัมมชโยตอนหนึ่งว่า "พอเรา
ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างสบาย ๆ
ไม่กังวลเรื่องอะไร ไม่คิดไปในเรื่อง
ราวต่าง ๆ ไม่มีคำถามขึ้นมาในใจ
เธอจ๋าอย่าสงสัย
จงใส่ใจไว้ให้ดี
ตรึกนึกทุกนาที
ดวงมณีอยู่ที่ใจ
ข้ามภพข้ามชาติ ทำจริงวันนี้ย่อมได้
ผลวันนี้ ทำจริงพรุ่งนี้ก็ได้พรุ่งนี้
การทำสมาธิต้องตั้งใจจรดที่
ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรึกนึกถึง
ดวงแก้ว หรือองค์พระตลอดเวลา
นึกใจลงศูนย์กลางกายเหมือนปักเสา
หลักลงพื้น ไม่โยกไม่โคลงไม่คลอน
ทำเฉย ๆ พอเราประคองไปเรื่อย ๆ อุปสรรคของสมาธิข้อที่ ๒ อะ- แคลน นิ่งสงบอย่างนั้น สังเกตใจ
ใจของเราก็จะละเอียดลง ละเอียด มะนะสิการะ ความไม่สนใจ ของเราไปเรื่อย ๆ อย่างธรรมดา ๆ
ลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งใจหยุดนิ่ง ไว้ให้ดี
อย่างสบาย ๆ พอถูกส่วนเข้าในไม่
ถูกส่วน... อารมณ์ก็จะละเอียด สนใจคือ การที่เราตั้งใจ ข้าเราจะเห็นความบริสุทธิ์ปรากฏขึ้น
เพิ่มขึ้นยิ่ง ๆ ขึ้นไป ร่างกายก็จะ จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ ที่ศูนย์กลางกาย เห็นความบริสุทธิ์
ปลอดโปร่งโล่งเบาสบาย อย่างที่ ในที่นี้ก็คือ การตั้งใจจดจ่อที่ศูนย์ เบื้องต้นเป็นดวงกลมใส ขนาดเล็ก
เราไม่เคยเป็นมาก่อน พอมากเข้า กลางกาย อย่างไม่คลาดเคลื่อน
เท่ากับดวงดาวในอากาศ ขนาดกลาง
ใจนิ่งแน่นหนักเข้า ก็ตกศูนย์วูบลง การที่ใครก็ตามนั่งสมาธิแบบ ขนาดพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ขนาด
ไป จะเห็นดวงใสลอยขึ้นมาเลย เลื่อนลอย ปล่อยใจล่องลอยไปเรื่อย ใหญ่เท่าดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน ดวง
เกิดขึ้นมาเอง แตกต่างจากดวงที่เรา เปื่อยตามยถากรรม ไม่รู้จักสังเกต ใสดวงสว่างที่ปรากฏขึ้นมานี้เรียกว่า
สมมติในช่วงแรก... พอเกิดขึ้นมา ไม่รู้จักปรับปรุงพัฒนา นั่งสมาธิ ดวงธรรมเบื้องต้น คือดวงธัมมานุ
อย่าไปตื่นเต้น บางคนอดไม่ได้เห็น เหมือนกับถูกบังคับให้นั่ง ฝืนใจนั่ง ปัสสนาสติปัฏฐาน หรือดวงปฐมมรรค
แล้วก็ตื่นเต้นดีอกดีใจ บางคนไม่ อย่างนี้ได้ชื่อว่า ไม่สนใจไว้ให้ดี พอสนใจให้ดี ตั้งใจจดจ่อให้ดี ใจ
ตื่นเต้นแต่ก็สงสัยว่า นี่ดวงอะไรขึ้น คนเราจะทำอะไรก็ตามต้อง หยุดนิ่งถูกส่วนกลางดวงปฐมมรรค
มาสวยจังเลย เกิดมาไม่เคยเห็น มีเป้าหมายชัดเจน ตั้งใจทำอะไรแล้ว นี้เรื่อยไปก็จะถึงธรรมกายในที่สุด
กั ล ย า ณ ม ต ร ๒๑