ข้อความต้นฉบับในหน้า
พร้อม ๆ กับบทสรุปที่ทุก ๆ คน ความทุกข์ทน ความผิดหวัง รส และเข้าใกล้การทำสมาธิ
ตระเตรียมไว้แล้วสำหรับตัวเองว่า ฝาดเพื่อน ของการทะเลาะเบาะแว้ง
สมาธิเป็นเรื่องที่ยากเกินไป และยัง การขัดใจ ไม่ถูกใจ รสเปรี้ยวของ สมาธิ..ไม่ใช่ของยากที่จะ
ไม่ถึงวัยหรือเวลาที่จะหันหน้ามารู้จัก ความทะยานอยาก การแก่งแย่ง เข้าไปทำความเข้าใจ หรือรู้จักด้วย
แข่งขัน การอิจฉาริษยา รสขม ของ เพราะที่แท้ช่วงเวลาของการทำสมาธิ
ความเจ็บไข้ได้ป่วย ความล่วงเลย
กับสมาธิ
ก็คือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ช่วง
สำหรับตัวผู้เขียน แม้ว่า ของวันวัย รสเค็ม ๆ มัน ๆ ของ เวลาของความสุขสมบูรณ์ของใจ ที่
จะอยู่กับสมาธิมานาน แต่หากจะ ชีวิตครอบครัวที่หาความพอดีไม่ค่อย สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการสลัด
ให้เขียนเล่าอะไรต่ออะไรที่เป็นเรื่อง จะได้
เรื่องราวต่าง ๆ ออกไปเสียชั่วคราว
ทำราวกับว่าโลกนี้มีเราแต่เพียงคน
ซึ่งทั้งหมด หากนำรวมกัน เดียว แล้วฝังใจฝังตัวเองลงไปใน
เคล้ากับ
ของสมาธิ ก็คงจะยังทำไม่ได้ใน
หนึ่งฉบับ หรือใ
รือในเนื้อที่อันจำกัดได้
เพราะทุกอย่างที่เป็นเรื่องราวของสมาธิ จะได้รสแห่งชีวิตที่ปรูดปราดบ้าง บรรยากาศแห่งความรื่นรมย์ด้วย
ทุกระยะ ทุกขั้นตอนนั้น ละเอียด จืดชืดบ้าง หรือขมจนสุดจะทนบ้าง ดนตรีบรรเลงแผ่วเบา
อ่อน จนบางครั้งดูยากที่จะเข้าใจ ดู ๆ แล้วเห็นว่าชีวิตไม่เป็นความ ความเย็นของเครื่องปรับอากาศหรือ
ได้ในเวลาอันสั้น แต่กระนั้น ก็ไม่ เอร็ดอร่อยเลยสักนิด นาน ๆ ครั้ง สายลม หรือในที่ ๆ อากาศโปร่งสบาย
ละความพยายามที่จะถ่ายเทเอาความ จึงจะดูถูกใจ พอใจสักที นักปราชญ์ ทอดสายตาออกไปไกล ๆ คล้ายกับ
เป็นไป ที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นหัวใจของ ทั้งหลายจึงเห็นว่า ชีวิตคือความทุกข์ สามารถมองทะลุตึกรามบ้านช่อง
การทำสมาธิมาเล่าสู่กันฟัง ให้ได้
ออกไปสู่พื้นที่เขียวขจี หรือฝั่งทะเล
เนื้อหาสาระที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าชีวิตคือความสุข นั้นก็ ที่มีคลื่นสาดกระทบอยู่เป็นฟองฝอย
ในเนื้อที่นิดหน่อยนี้ และด้วยตัวผู้ เป็นไปได้ ถ้าหากว่าเรารู้จักการ
เขียนไม่มีความสามารถในเชิงบาลี ปรุงชีวิตให้มีโอชารส รู้จักผสมผสาน
แล้วคิดให้ได้ว่า สุขหรือทุกข์
หรือว่าสันสกฤต การเขียนในครั้งนี้ เติมนิด ปรุงหน่อย ไม่ให้หนักไปใน นั้นเป็นเรื่องของเรา ของใจเราที่จะ
จึงเป็นการถ่ายออกมาจากความรู้สึก ทางหนึ่งทางใด เพื่อถนอมใจของ ต้องเข้าไปคลุกเคล้า ผูกพัน ไม่มี
เราไม่ให้ต้องบอบช้ำกับรสชาติที่จัด ใครเข้าไปเป็นเพื่อนในการนั้นสักคน
จ้านของชีวิต และวิธีการปรุงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นความทุกข์
แปลกหรือไม่ถ้าจะบอกว่า ให้มีความโอชะนั้น ก็คือการรู้จักใช้ ด้วยแล้ว รับรองว่าไม่มีใครอยาก
และประสบการณ์เท่านั้น
สมาธิ..คือโอชารสแห่งชีวิต และ
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แน่นอน เพราะ
นี่แหละคือหัวใจของสิ่งที่เรียกว่าสมาธิ
ที่สามารถสัมผัสได้ เข้าถึงได้ เข้า
ใจได้ โดยไม่จำกัดเพศ วัย หรือ
สถานะทางการศึกษา และสังคม
ทำไมเล่า ก็เพราะว่าชีวิต
ของทุกคน ทุกภาวะ ทุกสถานะ ย่อม
ปนเปคละเคล้ากันไปมา ระหว่าง
รสหวานชื่นของความสุข ความ
สมปรารถนาใด ๆ รสเผ็ดร้อน ของ
กั ล ย า ณ ม ต ร
๓๓