ข้อความต้นฉบับในหน้า
ณ
แห่งคำกล่าวของนางนี้น่าจะมีอะไรเป็น ด้วยอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในขณะ จากประตูบ้านว่า “ร้อน” ท่านจึงรีบอาบน้ำ
เรื่องสะเทือนอารมณ์อยู่มาก พระองค์เอง นั้น เราอยากรู้ว่าอะไรก่อความชอกช้ำ บริโภคอาหารที่มารดาจัดไว้ให้ แล้วล้มตัว
เคยมีความสะเทือนพระทัยในเรื่องเกี่ยวกับ ความผิดหวังให้แก่ท่าน จนท่านรู้สึกยังเพศ ลงนอนบนเตียงซึ่งถักด้วยเชือกปอ ท่าน
ชโลธรามาแล้ว จึงให้มีความรู้สึกกรุณา ชายทั้งโลก เล่าเถิด... มีอะไรที่เราพอจะ บ่นว่า “ร้อน” อยู่ตลอดเวลา คืนนั้นท่าน
หญิงผู้นี้อยู่ไม่น้อย รับสั่งให้ราชบริพาร ช่วยท่านได้ เราจะช่วย เป็นหน้าที่ของ นอนกระสับกระส่ายทำให้มารดาและ
อีกคนหนึ่งช่วยเวณบาลอุ้มนางขึ้นหลังม้า เราโดยตรงอยู่แล้วที่จะบำบัดทุกข์ บำรุง หม่อมฉันพลอยนอนดึกไปด้วย ค่อนคืน
นำสู่พระราชวังแห่งปาฏลีบุตรนคร สุขของราษฎรในอาณาจักรมคธทั้งปวง” แล้วหม่อมฉันจึงหลับไป ตื่นขึ้นเมื่อใกล้
ที่รโหฐานในพระราชวัง นางได้เงยหน้าขึ้นมองพระราชา รุ่งเห็นบิดามีอาการหอบแรง ๆ มารดานั่ง
ปาฏลีบุตร หญิงสาวหมอบอยู่ ณ ใกล้ อีกแวบหนึ่งแล้วเล่าว่า “หม่อมฉันชื่อ พัดให้อยู่ตลอดเวลา หม่อมฉันลุกขึ้นมา
พระยุคลบาทแห่งพระราชาบัดนี้เธอรู้แล้วว่า กรัณฑิกา เป็นบุตรีพราหมณ์ผู้หนึ่ง ณ ช่วยพัดอีกแรงหนึ่งด้วย แต่บิดาก็คงร้อง
ชายผู้มีกังวานเสียงทรงอำนาจซึ่งสั่งให้บุรุษ หมู่บ้านป่า ไกลจากที่พระองค์ได้พบ ว่า "ร้อน ๆ” อยู่นั่นเอง อาการหอบ
สองนายช่วยกันอุ้มเธอขึ้นหลังม้านั้นคือใคร หม่อมฉันมิใช่น้อย เมื่อยังอยู่ในเยาว์วัย ของท่านเพิ่มขึ้น พร้อมด้วยเสียงกาออก
"เทวะ!” นางทูลด้วยเสียงเศร้า หม่อมฉันเป็นที่รักของมารดา ประดุจ หากิน เมื่อจวนรุ่งอรุณนั่นเองบิดาก็สิ้นใจ
พร้อมด้วยเงยหน้าขึ้นมองพระเจ้าอโศก บุคคลมีนัยน์ตาข้างเดียว ถนอมนัยน์ตานั้น “หม่อมฉันและมารดานั่งร้องไห้
“หม่อมฉันขอพระราชทานอภัยด้วยที่กล่าว หม่อมฉันมีความสุขอยู่ในอ้อมกอดของ ฟูมฟายเสียดายบิดายิ่งนัก ไม่นึกเลยว่า
ข้อความอันน่าจะทำให้ระคายเคืองพระ มารดาอย่างดียิ่ง จนหม่อมฉันไม่นึกว่า ท่านจะด่วนจากไปเร็วถึงปานนี้ ตั้งใจว่า
ยุคลบาท ทั้งนี้เป็นเพราะมิได้รู้เลยว่า จะมีใครโชคดีเท่าหม่อมฉัน
พระองค์ คือพระราชาแห่งนครปาฏลีบุตร” แต่แล้ว เมื่อหม่อมฉันอายุได้
๑๖ ปีพอดี โชคร้ายก็เริ่มย่างกรายเข้า
“ภคินี” พระราชาตรัส พระ มาในชีวิต บิดาของหม่อมฉันสิ้นชีวิต
กระแสเสียงเรียบปกติ "จงเบาใจเถิด ลงด้วยโรคซึ่งไม่มีใครทราบว่าเป็นอะไร
เรามิได้ถือเอาคำของท่านมาเป็นประมาณ อาการของท่านคือร้อน วันนั้นท่านกลับ
ว่าท่านดูหมิ่นเรา ท่านไม่รู้ และท่านพูด จากป่ามาจวนค่ำ ท่านพูดเสียงดังมา
แล้วนางก็หมอบลงอย่างเดิม
เมื่อรุ่งอรุณแล้วจะไปหาหมอเพื่อมาดูแล
อาการของบิดา แต่ท่านไม่ยอมมีชีวิตอยู่
เพื่อพบหมอเลยแม้แต่ครั้งเดียว
"มารดาและหม่อมฉันเศร้าโศก
ในมรณกรรมของบิดา จนสุดจะพรรณนา
ได้อยู่เป็นเวลาหลายเดือน และแล้วความ
โศกก็ค่อย ๆ สร่างไปทีละน้อย เมื่อวัน
กั ล ย า ณ ม ต ร ๙๑