ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลักการและวิธี สองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งปฏิบัติตามหลักอิทธิบาท ๔ กับ
การของการศึกษาไทยที่มีเอกลักษณ์พิเศษ ความเป็น อีกกลุ่มปล่อยเรื่อย ๆ แล้วคอยดูผลการเรียนว่ากลุ่มใด
สากลที่ร่วมกับการศึกษากับประเทศอื่นเราก็มี ขณะ จะดีกว่า รับรองว่ากลุ่มที่ปฏิบัติตามจะมีผลการเรียน
เดียวกันจุดหมายปลายทางและวิธีการทางการศึกษาของ ออกมาดีกว่า แต่ปัจจุบันนักเรียนไม่ได้เรียนพระพุทธ
เราอาจจะแตกต่างจากเขา สิ่งเหล่านี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อ ศาสนาในลักษณะนี้ เราไม่ได้เรียนในเชิงเหตุและผล
คนในแวดวงทางการศึกษา มีความรู้ความเข้าใจใน เราเรียนแบบท่องจำพุทธประวัติ ท่องบทต่าง ๆ
หลักธรรมคำสั่งสอนอย่างแท้จริง แต่ที่เป็นอยู่เราเป็น นำมาใช้หรือทำอย่างไรไม่รู้ ผมคิดว่าถ้ามีการสอนพระ
แต่เพียงชาวพุทธโดยสำมะโนครัว การศึกษาให้เข้าใจ พุทธศาสนาในโรงเรียน ควรนำหลักธรรมหลักใหญ่ ๆ
ในพระพุทธศาสนานี้ค่อนข้างจะน้อยมาก มีคนบางคน
ไปสนใจธรรมะ เนื่องจากว่าคนมีความทุกข์ แล้วไป
ปฏิบัติธรรมจนเกิดความสบาย หลังจากนั้นคนเหล่านี้
มักจะเป็นประเภททุ่มเทรุนแรงจนทอดทิ้งหน้าที่การงาน
ผอ.ที่ทำงานเกิดปัญหาก็หนีไปหาธรรมะดีกว่า
เช่น
ในที่สุดจนกลายเป็นการละทิ้งหน้าที่ ที่จริงเมื่อมีปัญหา
หันเข้าหาธรรมะเป็นสิ่งที่ดี แต่หน้าที่ก็ต้องปฏิบัติควบคู่
กันไปด้วย”
<
"คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อยู่ในหลัก
อริยสัจ ทั้งหมดแล้ว กล่าวโดยสรุปแล้วเป็นเหตุ
เป็นผลทั้งหมด แม้กระทั่งธรรมะจุดอื่น ๆ เช่น ถ้า
ท่านต้องการผลคือ เป็นที่รักเคารพบูชาของผู้อื่น เหตุ
ที่คุณต้องก่อคือ
9.
ต้องเป็นผู้ให้
๒. ต้องพูดจาดี มีปิยวาจา
๓. ต้องเป็นคนมีลักษณะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่นเห็น
คนลำาบากเข้าไปช่วย
2
แต่จะ
ถ้าทุกคนมีวิญญาณของความเป็นผู้ให้
แย่งกันให้ความดี ให้ความเป็นกันเอง
ให้ความเป็นเพื่อน ให้ความเป็นพี่
ให้ข้าวให้ของ ถึงจะยากจนเท่าไร
ก็สามารถให้ได้ ถ้ามีวิญญาณเป็นผู้ให้
ให้อภัย ให้ความเป็นลูกพี่ลูกน้องที่ดี
โดยสรุปแล้วก็คือ ฝึกคนให้เป็นคนดี
และมีวิญญาณของผู้ให้หรือผู้เสียสละ
๔. มีความเสมอต้นเสมอปลาย ทั้ง ๔ ตัวนี้แหละ ของพระพุทธศาสนามาสอนด้วย จะสามารถนำไปใช้
จะเป็นเหตุ ถ้ามองในแง่วิจัยก็คือว่า "เหตุ" เป็นตัว ครอบคลุมทุกวิชา หมายความว่า ทุกวิชาควรจะสอน
แปรต้น “ผล” เป็นตัวแปรตาม ธรรมะทุกจุดในพระ ตามหลักเหตุและผลตามแนวทางของพระพุทธเจ้า
พุทธศาสนาจะเป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เช่น เพราะเหตุที่มี อย่างสมัยก่อนเราจะสอนว่า ถ้าต้องการเป็น
ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ผลที่ตามมาคือ ความสำเร็จ นักปราชญ์ต้องมีหัวใจนักปราชญ์คือ สุ จิ ป.ล. คือ
ถ้าไม่เชื่อก็ลองปฏิบัติดูซิครับ ผมมองดูแล้วทุกอย่าง การฟัง คือ ต้องคิด คือ ต้องถาม คือ ต้องจดจำ
เป็นเหตุเป็นผลกัน เหตุและผลยิ่งใหญ่กว่าทุกอย่าง แค่นั้นเอง แต่ความจริงแล้วเบื้องหลังของคำว่า สุตะคือ
ความรู้คือคำตอบของคำถาม อะไร ใคร ที่ไหน ทำไม การฟังนั้นต้องฟังอย่างชาญฉลาด ไตร่ตรองดูว่าเขาพูด
อย่างไร คำถามทำไม, อย่างไร สำคัญที่สุดมีประโยชน์ มาน่าเชื่อถือหรือไม่ ถึงจะเรียกว่าฟังอย่างนักปราชญ์
ที่สุดสำหรับมนุษย์ ซึ่งพระพุทธองค์ได้บอกเหตุแห่งคำ หรือถ้าคิดอย่างนักปราชญ์ต้องคิดตามหลักโยนิโสมนสิการ
ถามไว้แล้ว ธรรมะของพระพุทธศาสนานั้นดูแล้วก็เป็น เป็นการคิดแบบ ๓๐ วิธีทางพระพุทธศาสนา ฝรั่งเอง
วิทยาศาสตร์ เพียงแต่ว่าเราต้องไปพิสูจน์ให้เห็นจริงว่า เห็นยังตะลึงเพราะใน ๑๐ วิธีคิดนี้ ฝรั่งใช้เพียง 4 วิธี
ทำอย่างนี้จะได้ผลอย่างนี้ ลองเปรียบเทียบในนักเรียน อีก 5 วิธียังไม่เคยใช้
* ส ย า ม ม ต ร
bg