ข้อความต้นฉบับในหน้า
นหนึ่ง พระเจ้าอโศกเสด็จ คือทำลายล้างชีวิตแล้ว ยังมีนักล่าจิตใจ มนุษย์จึงเป็นไปเยี่ยงนี้ต่อไป และต่อไป
ประพาสป่าล่าสัตว์ ติดตาม ของผู้อื่นก็มีอยู่ไม่น้อย สร้างรอยแผล ไม่มีที่สิ้นสุด ความสุขและความทุกข์
ด้วยพระสหาย คือเวณบาล รอยช้ำให้แก่ผู้อื่นจนกลายเป็นความหลัง ของมนุษย์ บางทีก็เกิดขึ้นโดยมิได้เจตนา
และข้าราชบริพารอื่น ๆ อีก อันไม่มีวันลืมเลือน
บางทีเพศชายก็มี ให้เกิด แต่บางคราวก็เกิดโดยเจตจำนง
๑๐ นาย ส่วนศีขรินและศาสวัตมิได้ตาม ความภูมิใจผิด ๆ ว่าถ้าได้ล่าเพศตรงข้าม
เสด็จด้วย
ได้จำนวนมากเท่าใดก็แสดงถึงความเก่งกล้า
การล่าสัตว์ป่า ถือกันว่าเป็น สามารถเท่านั้น เขาถือเสมือนว่าเพศหญิง
กีฬาชนิดหนึ่งที่ให้ความเพลิดเพลินอย่าง ทุกคนเป็นศัตรูของเขา เมื่อผ่านเข้ามาใน
แห่งบุคคลโดยแท้
เมื่อพระเจ้าอโศกเสด็จกลับจาก
ล่าสัตว์นั้น เป็นเวลาเย็นมากแล้ว เงา
แดดทอดยาวไปทางตะวันออก เสียงไก่ป่า
ผ่านมาเป็นระยะ ๆ เมื่อเลี้ยวโค้งแห่งหนึ่ง
มาก มันเป็นกีฬาของพวกเจ้าซึ่งถือตัวว่า ชีวิตจะต้องทำลายล้างให้หมด แต่บางที กระพือปีกบินหนีเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าม้า
เกิดมาสูงกว่าสัตวโลกทั้งหลายอื่น ถือกัน ก็เป็นความผิดของหญิงด้วยเหมือนกัน ที่
ว่าเป็นกีฬาชั้นสูงให้ทั้งสุขภาพอนามัยและ กระทำบางอย่างอันเป็นเหตุก่อความซอกช้ำ ก็เข้าสู่ทางแคบ
ความเพลิดเพลิน ความเพลิดเพลิน ซึ่ง และความผิดหวังแก่ชายมาก จนเขาไม่ ณ ที่นั้นเอง ภาพประหลาดที่
ตั้งอยู่บนความทุรนทุรายเจ็บปวดของสัตว์ อาจคงความเป็นสุภาพบุรุษอยู่ได้อีกต่อไป พระองค์ไม่ทรงนึกว่าจะได้ประสบก็ปรากฏ
อื่น ความสุขซึ่งตั้งอยู่บนความทุกข์ จึงต้องการล้างผลาญทุกคนที่ผ่านเข้ามาใน ต่อพระเนตร หญิงสาวผู้หนึ่งนั่งก้มหน้า
มิใช่เพียงกีฬาล่าสัตว์อย่างเดียว ชีวิต เธอได้ก่อสิ่งอันเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ร้องไห้อยู่ เธอชันเข่าขึ้นเอามือปิดหน้า
เท่านั้นดอก ยังมีเรื่องอยู่เป็นอันมากใน แก่มนุษย์เพศเดียวกับเธอไว้ กรรมอันให้ ก้มลงสะอึกสะอื้นมีอาการประหนึ่งทอด
โลกนี้ที่ให้ความสุขสำราญแก่คนพวกหนึ่ง ผลแก่มนุษย์เพศเดียวกันจึงแสดงฤทธิ์ต่อไป อาลัยในชีวิต
แต่เป็นการให้ความทุกข์ความเดือดร้อนแก่ จนกว่าบุคคลผู้มีส่วนร่วมในกรรมอันนั้น
คนอีกพวกหนึ่ง เขาถือกันว่าเป็นเกมชีวิต จะไปกระทบเข้ากับอะไรสักอย่างหนึ่งซึ่งเป็น หลังม้าพร้อมด้วยเวณบาลประทับยืนเพ่ง
เมื่อเป็นเกมชีวิตก็ต้องเล่นกับมันอย่างทรหด เหตุให้เขาหันหลังกลับ
กล้าหาญ ไม่ต้องคำนึงถึงคำว่า "บาป"
หรือ "ศีลธรรม” ใด ๆ ทั้งสิ้น
7
ราชาแห่งมคธรัฐเสด็จลงจาก
พินิจหญิงสาวด้วยความลังเลพระทัย สตรี
"ภคินี" อโศกทรงร้องเรียกด้วย
อะไรหรือจึงมานั่งร้องไห้อยู่ ณ แนวป่า
อย่าพูดอะไรมากเลย เรื่อง ผู้นั้นยังคงก้มหน้าร้องไห้ ดูเหมือนว่าเธอ
ทำนองนี้จะต้องมีส่วนรู้เห็นเป็นใจกันอยู่ จะมิได้รู้สึกเลยว่ามีคนมายืนอยู่ใกล้ ๆ เธอ
กีฬาล่าคนกำลังระบาดแผ่กระ เว้นแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้น ถ้ามาลีไม่
จายออกไปทุกที ทั้งอย่างปกปิดและ เผยอกลีบแมลงตัวใดจะสามารถเข้าไปเชย พระกระแสเสียงปกติระคนเศร้า "มีเรื่อง
อย่างเปิดเผย นักล่าสัตว์จะเก่งกาจสัก เกสรได้ มนุษย์เป็นสัตว์เมือง และเป็น
เพียงใดก็มิได้รับเกียรติจากโลก อย่างดี สัตว์เมืองที่ไม่รู้จักเข็ดหลาบ ความทุกข์ แห่งนี้”
เขาก็เป็นเพียงนักล่าสัตว์เท่านั้น แต่นัก ที่ตัวได้รับเองอยู่เนือง ๆ รวมทั้งสิ่งที่ได้รู้
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นม่านน้ำตา
ล่าคนนี่ซิ ยิ่งล่าได้มากเท่าใดก็มีเกียรติ ได้เห็นน่าจะเพียงพอแล้วสำหรับถือเป็น ขังอยู่โดยรอบแห่งเบ้าตาทั้งสอง ริมฝีปาก
ก้องมากเท่านั้น เป็น "วีรชน” เป็น บทเรียน ให้เว้นสิ่งที่ควรเว้น ประพฤติ สั่นน้อย ๆ เมื่อมองเห็นชัดว่ามีบุรุษเพศ
“มหาบุรุษ” มีความสำคัญที่โลกต้องก้ม สิ่งที่ควรประพฤติ แต่มนุษย์เป็นสัตว์ที่ไม่ สองคนผูกสอดเครื่องล่าสัตว์ครบครันยืนอยู่
รู้จักเข็ดหลาบ ดู ๆ เหมือนไม่มีใครเคย ณ ที่ใกล้และยังมีแถวม้าเรียงรายอยู่อีก
นอกจากนักล่าคนในด้านชีวิต ได้รับบทเรียนจากประวัติศาสตร์เลย โลก ไม่น้อยกว่า ๑๐ ตัว หญิงสาวมีอาการ
ตกใจมากลุกขึ้นจะวิ่งหนี แต่เวณบาลรีบ
ศีรษะให้
คว้าหัตถ์ของนางไว้
"ปล่อย ปล่อย ปล่อยข้าพเจ้าไป
ข้าพเจ้าไม่อยากเห็นมนุษย์เพศชายอย่าง
พวกท่าน พวกทารุณโหดร้าย พวกอำ
มหิต พวกเห็นแก่ตัว โลกนี้จะสงบสุขลง
ไปอีกไม่น้อยถ้าไม่มีมนุษย์เพศอย่างพวก
ท่าน” และแล้วนางก็พยายามบิดเพื่อให้
หลุดจากการเกาะกุมของเวณบาล แต่
กำลังผิดกันมาก นางพยายามสักเท่าใด
ก็ไม่อาจให้หลุดจากมือของเวณบาลได้
นางรู้สึกปวดมือเหมือนถูกคีบด้วยคีมเหล็ก
อโศกทรงดำริว่า เบื้องหลัง
๙๐
กั ล ย า ณ ม ต ร