สิทธิสตรีในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 10 หน้า 78
หน้าที่ 78 / 112

สรุปเนื้อหา

ผู้ตอบคำถามนี้เอง จะทราบว่า เพราะ นักบวชชาย ปัญหาเหล่านี้มีคนสนใจกันมาก อย่างใดจากสังคมเลย ใครมาคบกับ ท้องฟ้าเป็นอาภรณ์ เพราะในขณะที่ถามก็มีเสียงฮือฮากัน หญิงหม้ายเหล่านี้เข้า ก็ถือว่าเป็น เหล่านี้จะไม่ยอมรับการตรัสรู้ธรรม มากมาย เป็นคำถามที่จี้ใจดำของ มลทินกับตัวบุคคลผู้นั้น ต้องไปประ- ของผู้หญิงเลย ในพระพุทธศาสนา ภิกษุณีที่มีจำนวนมากเสียด้วย การ พฤติวัตรต่าง ๆ เป็นการชำระบาป เมื่อเกิดการตรัสรู้ธรรมของผู้หญิงขึ้น ตอบปัญหามิใช่ของง่ายเลยทีเดียว การที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้ชื่อว่า เป็นพวกหัวก้าวหน้า เพราะถ้าไม่ศึกษาวัฒนธรรมอินเดีย ทรงอนุญาตให้มีภิกษุณีสงฆ์เกิดขึ้นนั้น อย่างมาก และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่โบราณนั้น ก็ยากที่จะอธิบายให้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ก้าวหน้ามากในยุค ก็ทรงทำตามเงื่อนไขของ

หัวข้อประเด็น

- สิทธิสตรีในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ผู้ตอบคำถามนี้เอง จะทราบว่า เพราะ นักบวชชาย ปัญหาเหล่านี้มีคนสนใจกันมาก อย่างใดจากสังคมเลย ใครมาคบกับ ท้องฟ้าเป็นอาภรณ์ เพราะในขณะที่ถามก็มีเสียงฮือฮากัน หญิงหม้ายเหล่านี้เข้า ก็ถือว่าเป็น เหล่านี้จะไม่ยอมรับการตรัสรู้ธรรม มากมาย เป็นคำถามที่จี้ใจดำของ มลทินกับตัวบุคคลผู้นั้น ต้องไปประ- ของผู้หญิงเลย ในพระพุทธศาสนา ภิกษุณีที่มีจำนวนมากเสียด้วย การ พฤติวัตรต่าง ๆ เป็นการชำระบาป เมื่อเกิดการตรัสรู้ธรรมของผู้หญิงขึ้น ตอบปัญหามิใช่ของง่ายเลยทีเดียว การที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้ชื่อว่า เป็นพวกหัวก้าวหน้า เพราะถ้าไม่ศึกษาวัฒนธรรมอินเดีย ทรงอนุญาตให้มีภิกษุณีสงฆ์เกิดขึ้นนั้น อย่างมาก และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่โบราณนั้น ก็ยากที่จะอธิบายให้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ก้าวหน้ามากในยุค ก็ทรงทำตามเงื่อนไขของวัฒนธรรม ชัดเจนได้ อาตมาจึงรับอาสาเป็น นั้นอยู่แล้ว ผู้หญิงจำเป็นจะต้องมี อินเดียในสมัยนั้นอยู่แล้ว บุคคลที่ปกครองเสมอไป นอกจากนี้ อาตมายังได้ ผู้ที่ศึกษาวัฒนธรรมอินเดีย ฉะนั้นภิกษุณีในสมัยพุทธกาลจะต้อง กล่าวพาดพิงถึงวัฒนธรรมไทยแต่ ผู้หญิงในวัฒนธรรม มีพระภิกษุช่วยปกครอง มิฉะนั้น โบราณว่า ประเทศไทยไม่มีภิกษุณี อินเดียมิได้มีสิทธิใด ๆ เท่าบุรุษเลย ชาวอินเดียจะไม่ยอมรับ และพระ แต่ไม่ได้หมายความว่า ประเทศไทย และสตรีนั้นถูกจัดให้อยู่ในวรรณะที่ ๔ สัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงให้แนวคิดที่ เป็นประเทศที่กดขี่ทางเพศ ดังที่ คือวรรณะศูทรจนกระทั่งได้แต่งงาน ก้าวหน้าเป็นพิเศษแก่การประพฤติ ผู้ชายในสังคมตะวันตกกดขี่ผู้หญิง กับคนในวรรณะใด ก็จะสงเคราะห์ ธรรมของสตรี เพราะวัฒนธรรม แต่ประการใด ประเทศไทยเรามี กันในวรรณะนั้น และเนื่องจากเป็น อินเดียยุคนั้นยังไม่เชื่อเรื่องการตรัสรู้ วีรสตรี จำนวนมากกว่าทุกประเทศใน ผู้หญิง ตอนเป็นเด็กเล็กก็จะอยู่ใน ธรรมของผู้หญิง แต่ในพระพุทธ โลก และมีการยอมรับว่าผู้หญิงไทยมี ความดูแลของพ่อแม่ พอโตขึ้น ศาสนานั้นมีพระอรหันต์เถรีจำนวน ความสามารถสูง แต่การเปลี่ยนแปลง แต่งงานไปก็อยู่ในความปกครองของ มาก ดังปรากฏในขุททกนิกายเถระ สังคมไทยในยุคหลังต่างหากที่ทำให้ สามี และเมื่อสามีตายไปก็อยู่ใน เถรีคาถาว่า มีพระเถระและพระเถรี สิทธิสตรีไทยลดลง ในสมัยโบราณ ความดูแลของลูก หญิงอินเดียเมื่อ จำนวนเท่า ๆ กัน มีการกล่าวถึงอัต- สิทธิทางกฎหมาย และวัฒนธรรม สามีตายแล้วก็จะต้องบำเพ็ญพรต ชีวประวัติของตน พร้อม ๆ กับการ ต่าง ๆ ผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชายอย่าง อย่างมาก ห้ามใช้เสื้อผ้าใหม่ ๆ ต้อง ตรัสรู้ธรรมของตนไว้ในพระไตรปิฎก เหลือล้น หลังจากที่ประเทศไทย ใช้เสื้อผ้าเก่า ๆ ห้ามหวีผม ห้าม ข้อนี้ย่อมชี้ชัดว่าการตรัสรู้ธรรมมิได้ เริ่มรับวัฒนธรรมจากประเทศทาง แต่งหน้า ให้อยู่แยกตัวไปต่างหาก มีเฉพาะพระภิกษุเท่านั้น ตะวันตกมากขึ้น บทบาทของสตรีก็ พ้นไปจากสังคม มีความเป็นอยู่ที่แก้ม ในลัทธิของพวกนิครนถ์ ก็ ลดลงตามลำดับ แม้กระนั้นก็ยัง ทุกข์ทรมาน อาหารที่บริโภคก็เป็น ไม่มีนักบวชผู้หญิง มีเฉพาะผู้ชาย ปรากฏมีคำจำนวนมากในภาษาไทย อาหารที่เหลือเดนแล้ว ไม่ได้รับเกียรติ เรียกว่าเป็นพวกที่คัมพร หรือผู้ที่มี ที่บ่งบอกถึงอำนาจของสตรี เช่น แม่น้ำ แม่แรง แม่กองบาลี แม่งาน หรือ มีตำบลบ้านต่าง ๆ ที่ตั้งชื่อตามชื่อ ของผู้หญิง เช่น แม่สาย แม่สอด แม่สะเรียง และแม่อะไรต่อแม่อะไร ในภาคเหนือ เป็นต้น หรือสมัยก่อน ผู้หญิงไทยก็ไม่ต้องใช้นางหรือนางสาว ตามแบบสังคมตะวันตก จะใช้อำแดง เท่าเทียมกัน แต่งงานกี่ครั้งกี่หนก็ ยังเป็นอำแดงอยู่ แล้วคนไทยแต่เดิม ๗๖ ก ล ย า ณ มิ ต ร นั้นก็ไม่มีนามสกุลเพราะคนไทยส่วน ใหญ่นับถือเป็นญาติกันทั้งประเทศ เพิ่งจะเกิดนามสกุลไม่ถึง ๑๐๐ ปี มานี่เอง
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More