ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรียบเรียงเอาไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๘
แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงนำมารจนา
เสียใหม่และเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดรวม
๓. นายสถิตย์ เสมานิล
แต่งเรื่องกรรมทีปนี้ เป็นเรื่องทาง
๔. นายเสฐียร พันธรังษี ศาสนา ก็เป็นอันถูกต้องตามหลัก
๕. นายณัฐวุฒิ สุทธิสงคราม เกณฑ์แล้ว และโดยที่ "กรรม"
สำหรับขั้นตอนการพิจารณา เป็นเรื่องสารัตถะสำคัญในพระบวร
ชื่อเดิม...” จึงนับว่าเป็นการชนะเลิศ แบ่งเป็น ๓ ขั้นคือ ขั้นต้นคณะ พุทธศาสนาก็เป็นเรื่องอันสมควรที่
ได้กว่า ๑,๐๐๐ หน้า และใช้ใน
ติดต่อกัน ๓ ปีซ้อนก็ว่าได้
กรรมการพิจารณาเรื่องที่มีผู้ส่งเข้า จะแต่ง และการแต่งก็ย่อมจะเป็น
ประกวดในเชิงวิชาการขั้นหนึ่งก่อน ไปในสำนวนทางศาสนา มีเรื่องตัว
จึง
หน้า
กรมหมื่นนราธิปฯทรงชื่นชม ต่อมาจึงตรวจเชิงภาษาและวรรณคดี อย่างสาระประกอบมากมาย
การที่ผลงานของพระเดช เป็นขั้นที่ ๒ เมื่อเรียบร้อยแล้วจึง เป็นเรื่องที่ยาวถึง
๔๑๓ หน้า ซึ่ง
พระคุณท่าน ได้รับการคัดเลือกให้ นำเสนอท่านผู้ทรงคุณวุฒิชั้นสูงสุด ตามประกาศของธนาคารฯ บังคับ
เป็นผลงานดีเด่นด้านวรรณกรรมไทย เป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย ซึ่งธนาคาร แต่เพียงอย่างน้อย ๒๕๐
ประเภทร้อยแก้วนั้น มิใช่เรื่องง่าย ๆ กรุงเทพได้กราบทูลเชิญ ศาสตรา เมื่อเป็นเรื่องราวเช่นนี้ ก็ไม่ต้องพูด
เลย เพราะในแต่ละครั้งที่ท่านส่งเข้า จารย์พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรม- ถึงสาระสำคัญ ย่อมมีเนื้อหาสาระ
ประกวดจะมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวด หมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ เป็นผู้ ละเอียดลออดีแล้ว แต่สำนวนโวหาร
ด้วยกันประมาณ ๑๐-๑๒ สำนวน ทรงวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งพระองค์ท่านก็ จะทำให้ผู้อ่านสนใจอ่านได้ตลอดหรือ
ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวรรณกรรมใน ได้ทรงพระเมตตารับภารธุระในการ ข้าพเจ้าเห็นว่าเรื่องตัวอย่างที่เล่าให้
ระดับชั้นเยี่ยมทั้งสิ้น แต่ผลงาน วินิจฉัยวรรณกรรมไทยที่ธนาคารจัด ฟังประกอบนั้น เป็นวิธีที่กระตุ้น
ของพระเดชพระคุณท่านก็สามารถ ประกวดนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ความสนใจไม่ขาดสาย ข้าพเจ้าจึง
ชนะใจคณะกรรมการทุกท่านได้ด้วยดี และยังเสด็จมาประทานรางวัลแก่ผู้ เห็นว่าเรื่องกรรมทีปนี ของพระราช
คณะกรรมการที่เข้าร่วม ชนะการประกวดอีกด้วย
วิสุทธิโสภณ ควรแก่รางวัล...”
พิจารณาผลงานในครั้งกระนั้น ได้
เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม
รับความกรุณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ๕ พ.ศ.๒๕๑๙ ทรงมีลายพระหัตถ์ ซึ่งการวินิจฉัยในปีพ.ศ.๒๕๑๗
ประทานความเห็นในการวินิจฉัย ที่ผลงานวรรณกรรม "กรรมทีปนี่”
ท่าน อันประกอบด้วย
๑.ศาสตราจารย์ ดร.ประ ดังความตอนที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ได้รับรางวัลนี้ นับว่าเป็นการวินิจฉัย
เสริฐ ณ นคร
ไทยชุด "กรรมทีปนี่” ว่า
ครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นพระชนม์ของ
๒. นายเกษม บุญศรี
"...พระราชวิสุทธิโสภณ พระองค์ เมื่อวันที่ ๕ กันยายน
๒๕๑๙
ซึ่งก่อนหน้านี้เสด็จมา
๔๐
กั ล ย า ณ ม ต ร
ประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด
เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษ
ภาคม ๒๕๑๙ ซึ่ง
ซึ่งมีพระเดชพระคุณ
พระธรรมธีรราชมหามุนี เข้ารับ
ประทานรางวัลนี้ด้วย
จึงนับว่าผลงานของพระ
เดชพระคุณท่านที่ผ่านการพิจารณา
จากผู้ทรงคุณวุฒิ ถือเป็นเครื่องยืน
ยันในความเป็นปราชญ์ผู้รจนาธรรม
ได้อย่างยอดเยี่ยมจนชนะใจกรรม