ข้อความต้นฉบับในหน้า
ของ
และใจให้สบายจริง ๆ อย่ากลัว ของเราจึงเคลื่อน เมื่อสมาธิเคลื่อน เร็จในชีวิต ต้องมีความอดทนบากบั่น
เสียเวลาเพราะเราไม่ได้ไปนั่งแข่ง แล้ว แสงสว่างและการเห็นรูปจึง มีความเพียรอย่างสม่ำเสมอ
กับใคร หลังจากนั้นวางใจเบา ๆ หายไปได้ ดูก่อนอนุรุทธะเปรียบ ทุกอย่างในโลกนี้ไม่ได้มาอย่างง่ายๆ
ไปที่ศูนย์กลางกาย ฝึกให้เคยชิน เสมือนบุรุษ เอามือทั้งสองจับนกคุ่ม ไม่ได้มาฟรี ๆ หากแต่ว่าจะต้อง
ฝึกให้เป็นนิสัยให้ใจของเราวางอยู่ที่ ไว้แน่น นกลุ่มนั้นต้องถึงความตาย ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ กำลัง
ศูนย์กลางกายอย่างง่าย ๆ สบาย ๆ ในมือนั่นเอง.....
ความเพียรด้วยกันทั้งสิ้น
ใจเย็น ๆ นึกถึงบริกรรมนิมิตอย่าง
7
พึงรำลึกเสมอว่า ความ
เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไม
ง่าย ด้วยใจที่เบิกบาน ค่อย
7 สม่ำเสมอเป็นหัวใจของการปฏิบัติ คนในสมัยพุทธกาล กลุ่มคนผู้ฟัง
นึกปะติดปะต่อกันไปอย่าให้ขาดตอน ธรรม ขอเพียงแต่ตั้งใจมั่น ทำทาน พระธรรมเทศนาจากพระพุทธองค์
อย่ากลัวว่าจะไม่เห็น แม้เห็นแล้วหาย รักษาศีล นั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอ บางคนสำเร็จมรรคผล แต่บางคน
ก็อย่าไปเสียใจอย่าไปเสียดาย รักษา จรดใจไว้ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา ทำไมไม่ได้ เป็นเพราะเหตุอะไร
ใจสบาย ๆ ประเดี๋ยวก็มาเอง สร้าง ย่อมได้ชื่อว่าได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์
ความพอใจในการนั่ง แล้วประคอง แล้ว
ใจให้ต่อเนื่องเรื่อย ๆ ไป ทุกครั้งที่
7
นั่งให้ได้อารมณ์ที่สบาย มีความสุข กลางกาย
กับการนั่ง...”
"ถ้ารักจริง ต้องไม่ทิ้ง ศูนย์
คราวหนึ่งคุณกโมคคัลลานะ
พราหมณ์ ได้กราบทูลถามปัญหา
กับพระบรมศาสดาว่า "พุทธบริษัท
๔ ที่เกิดร่วมยุคกับพระพุทธองค์ได้
ฟังธรรม เฉพาะพระพักตร์ของพระ
"กายสบาย ใจสบาย ใจใส อุปสรรคของสมาธิ ข้อที่ ๘ พุทธองค์
ใส ใจมีพลัง
อุปสรรคของสมาธิ ข้อที่ ๗
นับว่าเป็นผู้มีโชคอัน
อะติลีนะวิริยะ ความเพียร ประเสริฐ น่าจะได้สำเร็จมรรคผล
ย่อหย่อนเกินไป
ทั้งหมด แต่ไฉนจึงได้บรรลุแต่เพียง
บางรายทำความเพียรจัด บางคนเท่านั้น”
อุจจารัทธวิริยะ ความเพียร
เกินไป ทำให้กายและใจได้รับ
จัดเกินไป
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมี
ความลำบากเกินไป สมาธิจึงไม่เกิด พระพุทธดำรัสตอบว่า "ดูก่อน
ความเพียรจัดคือ การตั้ง ก็เลยหมดกำลังใจละความเพียรไป พราหมณ์ ถ้ามีชายหนุ่มต้องการไป
ใจมากเกินไป แล้วกระทำหักโหม กลายเป็นความเพียรย่อหย่อนเกิน เมืองราชคฤห์ แต่ไปไม่ถูกจึงมา
อาจเกิดเพราะความใจร้อน อยาก ไปอีก
ได้เร็ว ๆ อยากเห็นเร็ว ๆ กระทำ
แบบบ้าดีเดือดเกินไป ยอมอดข้าว
อดน้ำ ทรมานร่างกายเกินไป ซึ่ง
เป็นวิธีที่เจ้าชายสิทธัตถะทำมาแล้ว
และเลิกไปแล้ว ด้วยการเพียรจัด
เกินไป ทำให้บีบคั้นกายบีบคั้นใจ
ไม่พบกับความสงบสักที เพราะความ
"เกินดี” นั่นเอง พระพุทธองค์เคย
ตรัสเทียบเรื่องนี้กับพระอนุรุทธะว่า
"ดูก่อนอนุรุทธะ เรานั้นได้
มีความรู้ดังนี้ว่า ความเพียรที่ปรารภ
เกินไปแล้ว เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ก็ความ
เพียรที่ปรารภเกินไปแลเป็นเหตุ สมาธิ
ถามทางท่าน ท่านก็แนะนำอย่างดี
ผู้ที่มุ่งหวังจะประสบผลสำ- ว่า จะต้องไปทางไหน จะต้องผ่าน
กั ล ย า ณ ม ต ร ๒๕