การจัดการกับความง่วงในสมาธิ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 10 หน้า 24
หน้าที่ 24 / 112

สรุปเนื้อหา

๏ ปักกิ่งทิ้งลงศูนย์ บุญเพิ่มพูนทับทวี สนใจไว้ให้ดี จริงเดี๋ยวนี้ ถึงกายธรรม อุปสรรคของสมาธิข้อที่ ๓ มีนะ เคลิบเคลิ้มง่วงนอน คิดเปรียบเทียบกับผู้อื่นนี้ พระ- คุณภาพบาปจะเข้าครอง ต้องปลุก พุทธองค์ไม่ทรงสรรเสริญ ที่ถูกต้อง ใจให้ฮึดสู้ ทำหน้าที่ให้สนุกเบิกบาน นั้นต้องเปรียบเทียบตัวเองกับตัวของ นั่งสมาธิให้สนุกเบิกบาน ให้เป็น เราเองเมื่อวานนี้ว่า เรามีคุณธรรม บุญบันเทิงให้ได้..." เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานไหม ตั้งใจทำ ความเคลิบเคลิ้มง่วงนอน ทานรักษาศีลนั่งสมาธิกว่าเมื่อวานไหม คนที่ฝึกสมาธิไปได้ระยะหนึ่งช่วงหนึ่ง มิทธะ ความท้อและความ ถ้าทำอย่างนี้แล้ว ผลการปฏิบัติธรรม มักพบปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่งคือ ย่อมจะรุดหน้า จะช้าจะเร็วเราก็จะ ความง่วงเหงาหาวนอนเคลิบเคลิ้ม ความท้อ อาจเกิดจาก ถึงเป้าหมายในที่สุด เพร

หัวข้อประเด็น

- การจัดการกับความง่วงในสมาธิ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๏ ปักกิ่งทิ้งลงศูนย์ บุญเพิ่มพูนทับทวี สนใจไว้ให้ดี จริงเดี๋ยวนี้ ถึงกายธรรม อุปสรรคของสมาธิข้อที่ ๓ มีนะ เคลิบเคลิ้มง่วงนอน คิดเปรียบเทียบกับผู้อื่นนี้ พระ- คุณภาพบาปจะเข้าครอง ต้องปลุก พุทธองค์ไม่ทรงสรรเสริญ ที่ถูกต้อง ใจให้ฮึดสู้ ทำหน้าที่ให้สนุกเบิกบาน นั้นต้องเปรียบเทียบตัวเองกับตัวของ นั่งสมาธิให้สนุกเบิกบาน ให้เป็น เราเองเมื่อวานนี้ว่า เรามีคุณธรรม บุญบันเทิงให้ได้..." เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานไหม ตั้งใจทำ ความเคลิบเคลิ้มง่วงนอน ทานรักษาศีลนั่งสมาธิกว่าเมื่อวานไหม คนที่ฝึกสมาธิไปได้ระยะหนึ่งช่วงหนึ่ง มิทธะ ความท้อและความ ถ้าทำอย่างนี้แล้ว ผลการปฏิบัติธรรม มักพบปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่งคือ ย่อมจะรุดหน้า จะช้าจะเร็วเราก็จะ ความง่วงเหงาหาวนอนเคลิบเคลิ้ม ความท้อ อาจเกิดจาก ถึงเป้าหมายในที่สุด เพราะเมื่อเรา เผลอสติ การที่เรานั่งสมาธิแล้วไม่ได้ผล ที่ไม่ เดินถูกทาง เดินตามทางที่ถูกแล้ว เรื่องนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ผลเพราะว่าทำผิดวิธี ไม่ตรงตาม สักวันหนึ่งย่อมถึงที่หมายอย่างแน่นอน ได้ทรงสอนอุบายแก้ง่วง ๔ อย่าง หลักการปฏิบัติ ถ้าทำตามหลัก ถ้ามัวแต่ท้อแท้แล้วก็จะไม่เกิดประ ให้แก่พระโมคคัลลานะ ซึ่งขณะนั้น วิชชาธรรมกายแล้ว ความท้อจะไม่ โยชน์อันใด มีแต่จะทำให้ใจตกต่ำ เป็นพระโสดาบันแล้วก็ยังโงกง่วงอยู่ มีการเกิดขึ้น เพราะนั่งแล้วยิ่งสนุก ลงไปเรื่อย ๆ ลูกหลวงพ่อต้องท้อ พระบรมศาสดาจึงเสด็จไปหาแล้ว ยิ่งเพลิน ยิ่งมีความสุข เบิกบาน ไม่เป็น ให้สมกับที่หลวงพ่อธัมมชโย ทรงสั่งสอน แสดงอุบายสำหรับระงับ แช่มชื่น สดใส อกุศลต่าง ๆ จะ ได้ให้โอวาทว่า "...อะไรจะเกิดขึ้น ความง่วง ๔ ประการคือ ไม่สามารถเข้ามาเคลือบได้เลย ดวงใจ ก็ช่าง นักสร้างบารมีต้องสร้างบารมี ๑. ควรนึกถึงเรื่องที่ต้องจำ ๒. ควรตรึกตรองพิจารณา ใสแจ๋ว แจ่มจรัส มีความหนักแน่น อย่างเดียวคิดอย่างนี้แล้วจะเป็นสุขใจ มาก ๆ ท้อไม่เป็น แม้แต่คนที่ขาดกำลังใจ ถ้ามัวแต่ท้อนั่นไม่ใช่นักสร้างบารมี ท้อแท้ใจมาพบเห็นเข้ายังไม่ทันทำ ถ้าใครดีใจเป็นสุขใจ มีความเบิกบาน ธรรมที่เคยศึกษามา อะไร กำลังใจก็เกิดขึ้นแล้ว นี้เป็น ใจเป็นนิจ นี่เป็นนักสร้างบารมี ๑๐๐% อานุภาพของใจที่สะอาดบริสุทธิ์ เต็ม ถ้ายังหวั่นไหว เราก็เป็นเพียง ๓. ควรสาธยายธรรม ๔. ควรยอน (แยง) หูทั้ง ความท้ออีกกรณีหนึ่งอาจ นักซ่อมบารมี สิ่งเหล่านี้เป็นเพียง สองข้าง และลูบตัวด้วยฝ่ามือ เกิดขึ้นเพราะเราเอาตัวเราไปเปรียบ เครื่องทดสอบของนักสร้างบารมี ๕. ควรลุกขึ้นยืน, เอาน้ำ เทียบกับผู้อื่น "ทำไมเขามาทีหลัง เท่านั้น... อย่าได้น้อยใจ อย่าได้ ลูบหน้าลูบตา กลับนั่งสมาธิได้ผลเร็วกว่าเรา” ความ ท้อใจ เพราะเมื่อกระแสใจเสื่อม แหงนดูดวงดาวที่สว่าง เหลียวรอบทิศ, ๒๒ กั ล ย า ณ ม ต ร 5. ควรตรึกนึกถึงอาโลก สัญญา คือแสงสว่าง ๗. ควรจงกรมสำรวมอิน ทรีย์ ๔. ควรสำเร็จสีหไสยา คือ นอนตะแคงขวา มีสติสัมปชัญญะ ตั้งใจว่าจะลุกขึ้น แล้วพระพุทธองค์ทรงสอน ให้สำเหนียกในใจอีกต่อไปว่า เรา จะไม่ถือตัว ไม่พูดคำเป็นเหตุ เถียงกัน๑ ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ เพราะจะเป็นเหตุให้ห่างจากสมาธิ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More