ข้อความต้นฉบับในหน้า
กัลยาณมิตร
ดร.จำนงค์
:
นับว่าเป็นแบบฉบับของการทำหนังสือสำหรับคนรุ่นใหม่ และสำหรับคนที่มีการศึกษา
ผมคิดว่าถ้าท่านไปทำปริญญาเอกในต่างประเทศ หนังสือของท่านเหล่านี้จะเป็นวิทยานิพนธ์
ได้ดีทีเดียว เหมือนกับหนังสือมงคลทีปนีของท่านพระสิริมังคลาจารย์ ที่ผมชื่นชอบมาก
ตั้งแต่สมัยเรียนบาลีประโยค ๔ หนังสือของท่านแสดงให้เห็นว่าท่านเป็นผู้รอบรู้ในพระไตรปิฎก
อรรถกถาฎีกาเป็นอย่างดี ท่านเขียนแยกเป็นเรื่อง ๆ มงคลแต่ละข้อ ๆ แสดงที่มาที่ไป
อ่านแล้วก็เข้าใจง่ายสำหรับคนวัดอย่างผม แต่เวลาแปลออกไปแล้ว พระท่านแปลท่านก็เข้าใจ
ของท่าน แต่ว่าฆราวาสเขาอ่านบางทีก็ไม่เข้าใจแต่ก็ไม่กล้ามาว่ากล่าวอะไร ได้แต่บอกว่า
ตัวเองโง่จึงอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ความจริงแล้วเป็นสำนวนที่ชาวบ้านอ่านไม่เข้าใจจริง ๆ
แต่หนังสือของเจ้าคุณวิลาส ไม่เป็นเช่นนั้น
: หนังสือของพระเดชพระคุณท่านจะเข้ากันได้กับสังคมยุคปัจจุบันแค่ไหน
เข้ากันได้ดีทีเดียว เพราะเหตุที่อ่านเข้าใจได้ไม่ยากนักนี่เอง ถ้าหากว่าเราได้มีการจัดพิมพ์
เผยแผ่กันให้มาก ๆ ก็จะถูกกับกาลเทศะในยุคปัจจุบันนี้ดีทีเดียว เพราะปัจจุบันโลกเรา
วิวัฒนาการไปในด้านวัตถุเรียกว่า ใกล้ความเป็นนิกส์เข้าไปทุกที ความเจริญทางวัตถุ
กับความเจริญทางด้านจิตใจ มันห่างไกลกันลิบลับเลย มนุษย์เราทุกคนก็มีทั้งร่างกาย
และจิตใจ ในส่วนร่างกายก็หาวัตถุสนองซึ่งมีอยู่มากมาย แต่ว่าด้านจิตใจเรายังไม่มีอะไร
มาสนองเท่าที่ควร มันก็เกิดความไม่สมดุลในชีวิต ฉะนั้นแนวหนังสือประเภทนี้ จึงควรที่จะ
ส่งเสริมเช่นอาจจัดให้มีการศึกษาในโรงเรียนระดับมัธยมปลายซึ่งเด็กระดับนี้สามารถอ่านได้
หรือระดับมหาวิทยาลัยก็ควรจะเอาไปประกอบการศึกษาค้นคว้า เช่นเดียวกับหนังสือพุทธธรรม
ของท่านเจ้าคุณพระเทพเวที ซึ่งเป็นหนังสือค้นคว้าในมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี ครูอาจารย์ก็
สามารถเอาไปอ่านได้เข้าใจไม่ยาก
อ่านจะได้รับจากหนังสือของท่านมีอะไรบ้าง
กัลยาณมิตร : คุณค่าที่ผู้อ่านจ
ดร.จ่าพง :
คุณค่ามีมากมายทีเดียว ปัญหาสังคมในยุคปัจจุบัน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะอิงวัตถุนิยมมากไปหน่อย
จึงทำให้แนวความเชื่อเรื่องตายแล้วต้องเกิดอีกหรือไม่นั้นเป็นที่ข้องใจกัน บางคนก็คิดว่าตายแล้ว
ก็แล้วกันไป ชาติหน้าไม่มี แต่ความจริงแล้ว พระพุทธเจ้าก็มิได้ทรงสอนว่า ตายแล้วต้องเกิด
หรือตายแล้วสูญ แต่ให้ดูที่เหตุปัจจัยคือถ้ากิเลส อวิชชา ตัณหา อุปทานมีอยู่ก็ยังต้องเกิด
ถ้าเหตุปัจจัยไม่มีก็ไม่ต้องเกิด ถ้าเราต้องเกิดอีกเราก็อยากเกิดที่ที่ดีกว่านี้ ต้องการให้ชีวิตใน
อนาคตสุขสบายกว่าปัจจุบัน เราจึงต้องพยายามศึกษาหาความรู้และทำการงานเพื่อพัฒนาชีวิต
ให้ดีขึ้น เพื่อเกิดในที่ดีกว่านี้ ฉะนั้นการที่เราจะปฏิบัติตัวตามนี้ได้ มีความเห็นถูกในสิ่งเหล่านี้
เราก็ต้องเข้าใจในเรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งหนังสือ “กรรมทีปนี” และหนังสืออื่น ๆ ของท่านจะให้
ความกระจ่างได้มาก หรือต้องการทางหลุดพ้น พ้นทุกข์ หนังสือ วิมุตติรัตนมาลี
ก็จะมีประโยชน์อย่างมากเช่นกัน ฉะนั้นพวกที่มีความเห็นที่ผิดเป็นมิจฉาทิฐิ
ถ้าหากได้ศึกษางานของท่านก็มีโอกาสที่จะพบแสงสว่างได้บ้างไม่มากก็น้อย
ob
ก ล ย ๆ ณ ม ต ร