ข้อความต้นฉบับในหน้า
"โสมาวิกา! ข้าพเจ้าคิดถึง
พระพุทธศาสนาคืออิสิปตนะอันเป็นที่แสดง นางซึ่งพระองค์จะต้องทรงร่วมอภิรมย์ด้วย การผิดวิสัยและผิดสังเกตที่สตรีสองคน
ปฐมเทศนาของพระโคดมพุทธเจ้า เมื่อมี ถ้าทรงกระทำดังนั้นเกรงว่าจะเป็นการนำ แสดงความรักใคร่กันทำนองนั้น
เวลาว่างก็ชอบเที่ยวชมโบราณวัตถุตามวัด อสรพิษมาไว้กอดนอน
วาอารามต่าง ๆ ทั้งของพุทธ เช่น และ จนกระทั่งคืนหนึ่ง พระเจ้าอยู่หัว ท่านเหลือเกิน” เสียงชายในร่างหญิง พร่ำ
ฮินดู เขาประทับใจในเรื่องเหล่านี้เสียจริงๆ” ทรงรับสั่งให้ศีขรินเข้าเฝ้าเป็นเวลาปลาย ออกมาสองมือลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของสตรี
“แต่พอเรามีเรื่องเดือดร้อนอะไร มัชฌิมยามแล้ว พระองค์ทรงมีราชกิจที่ นั้น “เมื่อไรงานของเราจะสำเร็จ ข้าพเจ้า
เขาก็ช่วยเต็มที่ไม่เคยทอดทิ้งเพื่อนเลย” จะทรงปรึกษาด่วน แทนที่จะเข้าทางหน้าวัง คอยท่านเหมือนข้าวกล้าหน้าแล้งคอยฝน
อย่างปกติ เขานึกอะไรขึ้นมาไม่ทราบ ข้าพเจ้ารอคอยความสุขของเราที่จะมี ณ
เจ้า “ข้อนี้ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับท่าน เหมือนมีอะไรมาดลใจ จึงตัดสินใจเข้า ภายหน้าอันเกิดจากความสำเร็จของท่าน
ศาสวัตเป็นเพื่อนที่ดีมาก และดูเขามีความ ทางหลังวัง เขาเห็นสุภาพสตรีผู้หนึ่งแต่ง
ศีขรินกล่าว
สุขความสงบกว่าพวกเรา” เวณบาลพูด
สรุป
"ปล่อยเขาตามสบายเถิด” ศีขริน
กายอย่างชาววังเดินเข้าประตูไป ทหารยาม ลงมาจากตำหนักกล่าวในลักษณะวิงวอน
"องค์ชาย!” เสียงจากหญิงซึ่ง
ไม่คิดติดใจสงสัยอะไร เพราะเห็นเป็นสตรี
“ขอท่านได้โปรดเห็นใจข้าพเจ้าบ้างเถิด
จึงอนุญาตให้เข้าไปโดยดี ส่วนศีขรินนั้น
งานนี้มิใช่งานเล็กน้อย เป็นงานใหญ่โต
การปลงพระชนม์พระเจ้าอโศกมิใช่ทำได้
- เวลาล่วงเลยมาอีกหนึ่งเดือนจาก ทุกคนรู้จัก เมื่อล่วงล้ำทวารวังเข้าไปแล้ว
วันที่กรัณฑิกาเข้ามาอาศัยอยู่ ณ พระ ศีขรินกำบังกายเสียในมุมมืด คอยจับตา โดยง่ายเลย ถ้าปลงพระชนม์พระองค์ได้
ราชวังแห่งปาฏลีบุตร กรัณฑิกาเป็นที่ ดูทิศทางที่สตรีผู้นั้นเดินไป เห็นเธอไปยืน แต่ข้าพเจ้าต้องตายด้วย การกระทำดังนั้น
โปรดปรานของพระเจ้าอยู่หัวเพิ่มขึ้นทุก อยู่ ณ ต้นไม้ต้นหนึ่ง อาการเหมือน จะมีประโยชน์อะไร”
วัน ๆ ข่าวนี้ก่อความกังวลใจแก่ศีขริน คอยใครสักคนหนึ่ง ครู่ต่อมาเขาเห็นสตรี ศีขรินสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินคำ
และเวณุบาลยิ่งนัก แต่เขายังหาทางแก้ อีกผู้หนึ่งเดินมา ทั้งสองโผเข้าหากันกอด ว่า “ปลงพระชนม์พระเจ้าอโศก” แต่เขา
ไม่ได้อีกใจหนึ่งก็นึกว่าคงไม่มีอันตรายอะไร และจุมพิตกันอย่างรักใคร่ ศีขรินซ่อนตัว พยายามระงับความตื่นเต้นอย่างเต็มที่
นางอาจจะมาโดยสุจริต แต่เหตุไฉนจึงไม่มี อยู่ไม่ห่างจากที่ทั้งสองพบกันมากนัก ถ้า สะกดใจคอยฟังต่อไป
ชื่อนาง และไม่มีใครรู้จักประวัติครอบครัว เขาจะพูดอะไรกันก็พอได้ยินที่โคนต้นไม้ “ยาพิษ โสมาวิกา, ยาพิษ
เขาเบาใจอยู่นิดหนึ่งว่า นั้นมีแท่นหิน เบื้องหลังมีพุ่มไม้เตี้ย ศีขริน สอบเพื่อลงไปในอาหารหรือในเครื่องเสวย
พระเจ้าอยู่หัวมิได้เลี้ยงนางอย่างสนม หรือ ซ่อนตัวอยู่ ณ พุ่มไม้นั้น เขาคิดว่าเป็น
ของนางเลย
ใด ๆ ก็ได้ ข้าพเจ้าให้ยาพิษท่านมา
แล้วท่านจงรีบใช้มันให้เป็นประโยชน์เสีย
โดยเร็ว มิฉะนั้นถ้าความแตกออกท่าน
จะเอาชีวิตไม่รอด
"เอาชีวิตไม่รอด” ฝ่ายหญิง
ทวนคำ "องค์ชาย! ขอให้ข้าพเจ้าพูด
อย่างเสรีสักครั้งหนึ่งเถิด ขอให้ข้าพเจ้า
๙๖ ก ล ย า ณ ม ต ร
ได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูด แม้ดูจะไม่ค่อย
เหมาะสมนักที่สตรีจะพูดอย่างนั้น คือ
ข้าพเจ้าทำงานครั้งนี้ก็เพื่อบูชารัก ข้าพเจ้า
รักท่าน ข้าพเจ้ารักท่าน ความรักนี่เอง
บังคับให้ข้าพเจ้าจำต้องทำในสิ่งที่ข้าพเจ้า
ไม่อยากจะทำเลย ท่านน่าจะทราบว่าการ
ฆ่าคนนั้นเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้หญิง
สตรีที่ต้องฆ่าคนก็เพราะมีอะไรสักอย่าง
หนึ่งบังคับบีบคั้นอยู่อย่างรุนแรง สำหรับ
ข้าพเจ้าเวลานี้ความรักชักนำให้ข้าพเจ้า
จะทำในสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่อยากทำและไม่เคย
คิดเลยว่าจะทำในชีวิตนี้ ข้าพเจ้ามิได้ถือ
ว่าท่านบังคับข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าถือว่า
ความรักในหัวใจของข้าพเจ้านั่นเองเป็นสิ่ง
บีบบังคับให้ทำเพราะถ้าข้าพเจ้าไม่รักท่าน