ข้อความต้นฉบับในหน้า
ต่ออาณาจักรมคธทั้งมวล”
โลกนี้เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง!
เราหมิ่นสายพระเนตร พระเจ้าอยู่หัวของ
ศีขรินออกจากที่เฝ้า แต่ดวงใจ “ข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านไปสืบ เราก็ทรงภาคภูมิพระทัยในพระสติปัญญา
ของเขาคอยครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเขาเคย ให้แน่นอนว่า สตรีชื่อกรัณฑิกา ณ ของพระองค์อยู่ จะอย่างไรก็ตามพระองค์
เห็นสตรีผู้นั้นที่ไหน ฟังเรื่องราวจากนาง หมู่บ้านที่เธออ้างถึงนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ทรงมีพระราชภาระมาก พวกเราต้องช่วย
แล้วให้คลางแคลงสงสัยเป็นประมาณว่า ประการใด ลองสอบถามให้แน่นอนถึง เป็นพระเนตรพระกรรณ บางทีศัตรูอาจจะ
เรื่องทั้งหมดเป็นความจริง หรือความเท็จ เครือญาติ และเรื่องราวที่เธอเล่ามา ถ้า ใช้สตรีเป็นเครื่องมือก็ได้ และมักจะเป็น
ถ้าเป็นความจริงก็แล้วไปแต่ถ้าเป็นความเท็จ เป็นความจริงคนในหมู่บ้านคนใดคนหนึ่ง เครื่องมือที่คมเสียด้วย สตรีส่วนใหญ่มี
สตรีผู้นั้นกระทำเพื่อประสงค์สิ่งใด น่าจะ จะต้องรู้บ้าง ที่ข้าพเจ้ากล่าวนี้ ท่านเห็น เล่ห์กลมายามาก ติดมาในนิสัยแทบทุกคน
ต้องมีเงื่อนงำอะไรแฝงอยู่เป็นแน่แท้ ศีขริน เป็นประการใด ถ้าท่านเห็นด้วยกับ ที่ใดที่ผู้ชายสองคนกำลังใช้ลูกไม้ลวงกันอยู่
ตระหนักดีว่าเวลานี้ศัตรูของพระราชาอัน ข้าพเจ้า พรุ่งนี้แต่เพลารุ่งอรุณ ขอให้ ที่นั่นแหละผู้หญิงหลายคนได้โกงกันเสร็จ
เป็นที่รักของเขานั้นยังมีอยู่ ธรรมดาศัตรู ท่านรีบเดินทางไปยังหมู่บ้านนั้น แล้ว ข้าพเจ้ายังติดจะถือสุภาษิตโบราณ
เมื่อเวณบาลรับคำแล้ว ศีขริน อยู่ว่า อย่าไว้ใจบุคคลจำพวกคือ อย่า
ไว้ใจโจรว่าเป็นเพื่อนเก่า อย่าไว้ใจพระ
ราชาว่าทรงโปรดปราน อย่าไว้ใจนารีว่า
ย่อมหาทางกำจัดกันด้วยวิธีการต่าง ๆ
ศีขรินมิได้นิ่งนอนใจ ออกจาก ก็ลากลับ
ที่เฝ้าแล้วรีบไปหาเวณุบาลซึ่งพำนักอยู่ ณ
วันรุ่งขึ้น แต่เช้าตรู่ เวณบาล
บ้านพักหลวง กินตำแหน่งหัวหน้าทหาร ออกเดินทางโดยม้าไปถึงหมู่บ้านที่กรัณฑิกา รักเรา และอย่าไว้ใจบุคคลผู้มีอาวุธในมือ”
ดาบ เวณบาลยินดียิ่งนัก เข้าสวมกอด อ้างอิง แต่จะหาใครรู้จักนางไม่มีเลย
ศีขรินด้วยความสนิทสนม ปากก็พร่ำถึง เวณบาลรีบกลับมารายงานให้ศีขรินทราบ เรื่องนี้ เวณบาลถาม
ความรำลึกของตนที่มีต่อศีขรินสหายร่วม ทุกประการ
สํานักศึกษา เมื่อพูดจากันพอเป็นที่
“แล้วเราจะคิดอย่างไรเกี่ยวกับ
"เอาไว้ตรองดูก่อน” ศีขรินตอบ
"ข้าพเจ้าเข้าใจว่าสตรีผู้นี้ต้อง "ศาสวัตเวลานี้ไปอยู่วัดไหน?”
"ศาสวัตเป็นคนแปลก” เวณบาล
"ท่านควรจะทูลพระเจ้าอยู่หัว” เปรย "ความจริงเขามีความรู้ความสามารถ
พอที่จะประกอบราชการงานเมืองได้ แต่
"การทูลก็ต้องมีอุบายเหมือนกัน ไม่สนใจเลย เวลานี้ทราบว่าเดินทางไป
ทาง
เพลิดเพลินจำเริญอัธยาศัยแห่งกันและกัน มาร้ายอย่างแน่นอน” ศีขรินพูดอย่างวิตก
แล้ว ศีขรินจึงกล่าวว่า ข้าพเจ้ามาหา
ท่านครั้งนี้ด้วยร้อนใจเกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัว เวณบาลกล่าว
ข้าพเจ้าทราบว่าวันนี้ท่านเป็นผู้ติดตามใน
ขบวนเสด็จล่าสัตว์ด้วย และได้นำสตรีผู้ ถ้าเราทูลตรงเกินไปอาจจะเข้าพระทัยว่า พาราณสีไปนมัสการปูชนียสถาน
หนึ่งมาพำนักอยู่ในพระราชวัง
“ท่านหนักใจอะไรเกี่ยวกับเรื่อง
นั้นหรือ?” เวณบาลถาม
“ไม่ถึงกับหนักใจ” ศีขรินกล่าว
"แต่ให้สังหรณ์ใจและสงสัยว่า สตรีผู้นั้น
จะมาดีมาร้ายประการใด”
"ข้าพเจ้าอยากจะขอร้องท่านสัก
อย่างหนึ่ง” ศีขรินพูดต่อ
"สองอย่าง หรือสามอย่างก็ได้”
เวณบาลตอบหัวเราะชอบใจ
“ถ้าเป็น
ธุระของท่าน หรือพระเจ้าอยู่หัวแล้ว
ข้าพเจ้ายินดีรับทำแม้ด้วยการเอาชีวิตเป็น
เดิมพัน”
"ขอบใจท่านมากเวณบาล ธุระ
ของข้าพเจ้านั้นมีความสำคัญน้อย แต่ธุระ
ของพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นที่รักนี่ซิเราจะนิ่ง
นอนใจมิได้ ถ้าพระองค์ต้องประสบภัย
พิบัติเมื่อใด ก็เหมือนกับสมองและหัวใจ
ของพวกเราต้องพิการลงพร้อม ๆ กัน
พระองค์ทรงมีความสำคัญไม่เฉพาะแต่กับ
พวกเราเท่านั้นแต่พระองค์ทรงมีความหมาย
กั ล ย า ณ ม ต ร ๙๕