ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไว้ได้ ทุกคนพร้อมจะรับฟังและปฏิบัติ หลักของการสร้างความสุขก่อนนั่นคือ การบูชา เพราะเหตุแห่งบุตร หรือ
งาม
๓. อัตถจริยา ประพฤติตนให้เป็น
ประโยชน์แก่ผู้อื่น คือ เป็นผู้มีใจกว้าง
ไม่คับแคบ เป็นคนไม่นิ่งดูดาย รวม
ความว่า เมื่อเห็นกิจกรรมอะไรก็ตาม
ที่เห็นว่าทำลงไปแล้วต้องเกิดเป็นความ
ดีความงาม มีประโยชน์แก่สังคมแน่
นอน
ต้องมีสังคหวัตถุ และยิ่งต้องการให้
สังคมมีความสุขอย่างแท้จริงก็ต้องเริ่ม
กันที่ใจ เพราะใจจะเป็นจุดเริ่มต้นของ
ทุกสิ่งทุกอย่าง เราจึงต้องฝึกจิตของ
เราให้หยุดให้นิ่งอย่างสม่ำเสมอ
พระคาถาที่พระโพธิสัตว์ในสมัย
ที่ดำรงเพศเป็นดาบสชื่อว่าโสณได้กล่าว
อีกทั้งตนเองก็สามารถช่วยได้ เรื่องของสังคหวัตถุเป็นคาถาภาษิตไว้
ลำาบากลำบนอันใด ไม่ว่าทางกายหรือ
ทางวาจาก็ตาม ก็พร้อมที่จะช่วยพร้อม
ที่จะทำด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง
ในมังคลัตถทีปนี เล่ม ๑ หน้า ๓๑๐ ว่า
ทาน จ ปิยวาจา จ อตถจริยา
จ ยา อิฐ
สมานติดตา จ ธัมเมส ติดถ
เอเต โข สงฺคหา โลเก รถส
เอเต จ สังคหา นส น มาตา
๔.สมานัตตตา ความเป็นผู้เสมอ
ต้นเสมอปลาย วางตัวได้สมฐานะที่ ตตฺถ "การห
เป็นอยู่ การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็น
หมู่เป็นคณะนั้นย่อมมีการสมาคมคม สาว ยายโต
หากันเป็นธรรมดา และสิ่งหนึ่งที่จะ
ช่วยให้สังคมนั้นสงบสุขได้ก็คือบุคคล ปุตตการนา
ที่อยู่ร่วมกันนั้นต้องมีสมานันตาเป็น ลาภถ มาน ปู วา ปิตา วา
เครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจกันไว้ ต้องมีความ ปุตตการณา
เสมอต้นเสมอปลายและมีการวางตัว อสมา จ สงฺคหา เอเต สม
อย่างสมฐานะที่เป็นอยู่เช่น เจ้านาย
ลูกจ้าง เพื่อนเพื่อน พ่อ-แม่-ลูก
เป็นต้น
มวลชนติ ปณฺฑิตา
ตสมามหา ปาโปนติ ปางสา
จ ภวนฺติ เตฯ
แปลความว่า การให้ ๑ การ
ความสุขเป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้นได้
ไม่ยากเลยในแต่ละสังคม หากผู้ที่อยู่ กล่าวคำเป็นที่รัก ๑ การประพฤติ
ในสังคมนั้นๆ ได้เริ่มต้น ไม่ว่าคนหรือ ประโยชน์ในโลกนี้ ๑ ความเป็นผู้มี
สัตว์ก็ตาม ล้วนมีกระแสที่จะสามารถ คนสม่ำเสมอในธรรมทั้งหลายในที่
ถ่ายทอดความรู้สึกถึงกันได้ ฉะนั้น นั้น ๆ ตามสมควร ๑ ยังเป็นไปอยู่ใน
สังคมใดก็ตามต้องการจะอยู่ร่วมกัน โลก ก็เหมือนลิ่มสลักรถที่กำลังแล่น
อย่างมีความสุข สังคมนั้นจึงต้องมี ไป, มารดาไม่พึงได้การนับถือหรือ
บิดาก็ไม่พึงได้การนับถือหรือบูชา
เพราะเหตุแห่งบุตร, ก็เพราะบัณฑิต
ทั้งหลายพิจารณาเห็นชอบซึ่งธรรม
เครื่องสงเคราะห์เหล่านี้อยู่ ฉะนั้น
บัณฑิตเหล่านั้นจึงถึงความเป็นใหญ่
และเป็นผู้อันปวงชนพึงสรรเสริญ
เราทุกคนต่างปรารถนาที่จะมี
สังคมดี มีสุขทุกถ้วนหน้ากันทุกๆ คน
แต่เราเคยมองย้อนมาดูถึงเหตุที่แท้จริง
กันหรือไม่ว่า ทำไมสังคมดีในอุดมคติ
ของเราถึงไม่เกิดสักที ถึงเวลาแล้วหรือ
ยังที่เราน่าจะมามองและศึกษาถึงพุทธ
วิธีการสร้างสังคมดีมีสุขทุกถ้วนหน้า
ตามรอยบาทพระบรมศาสดา ก่อนจะ
ออกจากบ้าน ให้เราถามตนเองดูว่า
วันนี้ เรามีสังคหวัตถุอยู่ในใจแล้วหรือ
ยัง? ซึ่งพระเดชพระคุณพระภาวนา
วิริยคุณได้ให้ข้อสรุปเป็นแนวปฏิบัติไว้
ง่ายๆ ว่า ให้, ให้ ให้ และให้ คือ
ให้วัตถุสิ่งของ ให้คำพูดอ่อนหวาน ให้
เรี่ยวแรงช่วยเหลือผู้อื่นให้ความเสมอ
ต้นเสมอปลายแก่ผู้คนรอบข้าง
เพียงเท่านี้ สังคมดีมีสุขทุกถ้วน
หน้าก็จะเกิดขึ้นได้โดยง่ายในยุคของเรา
ท้งหลาย
กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๓๗ ๗๑