ข้อความต้นฉบับในหน้า
บันเทิงกับธรรมะ
โดย : อนาคาริก
THE
MASK
(หน้ากากเทวดา)
นับ ภาพยนตร์เรื่องนี้
เป็นความฉลาดบวกความเฮงของผู้สร้าง
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่เข้าใจจับจุดได้อย่าง
ประจวบเหมาะว่า มนุษย์ในสังคมปัจจุบันสะสมความ
เครียดกันมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจรัดตัว จนแทบจะ
ยิ้มไม่ออก ทางเลือกอย่างหนึ่งคือการผ่อนคลายอารมณ์
ด้วยการดูภาพยนตร์ที่ตลกขบขัน สนุกสนาน โดยไม่ต้อง
เดาเรื่องให้วุ่นวาย เมื่อ The Mask ถูกนำออกมาฉาย จึง
ได้รับการต้อนรับอย่างน่าประหลาดใจ ด้วยทุนสร้างเพียง
๒๓ ล้านดอลล่าร์ สามารถทำกำไรได้กว่า ๑๑๐ ล้านดอล
ล่าร์ ก็คงทําเอาผู้สร้างยิ้มแทบไม่หุบทีเดียว
e careful that you wish for:
you just might get it!
สำหรับภาพยนตร์ก็เป็นเรื่องพื้นๆ เดาได้ตลอดทั้งเรื่อง
แต่จุดเด่นคือการทำเทคนิคพิเศษ ทำให้โดดเด่นไปจาก
เนื้อเรื่องเปิดฉาก...เมื่อหีบโบราณที่จมอยู่ใต้แม่น้ำเปิด เรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากที่พระเอกแลบลิ้นยาวเฟื้อย ลูก
ออกก็มีหน้ากากมหัศจรรย์ลอยขึ้นมา แล้วก็บังเอิญที่พระเอก ตาออกมานอกเบ้า หัวใจออกมาเต้นอยู่ข้างนอก แม้กระทั่ง
ในเรื่องซึ่งเป็นคนขี้อาย อยากจะทำอะไรก็ไม่กล้า ไม่มี สุนัขเมื่อสวมหน้ากากแล้วยังสร้างความขบขันได้อย่างน่าดู
ปากเสียงกับใคร แม้จะถูกเจ้านายโขกสับ หรือถูกอู่ซ่อมรถ เมื่อดูหนังดูละครแล้วก็มาย้อนดูตัวเราเองบ้าง ความ
เอาเปรียบ มาพบเข้าและได้สวมหน้ากากนั้น ทำให้มีฤทธิ์ จริงแล้วคนในปัจจุบันก็ล้วนสวมหน้ากากกันทั้งนั้น
กล้าแสดงออกถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในใจ บางครั้งหน้ากาก อาจจะพบด้วยตัวเองหรือคนข้างเคียง ตัวอย่างเช่นในงาน
ก็ตกไปอยู่กับผู้ร้าย ทำให้วุ่นวายไปหมด สุดท้ายพระเอก เลี้ยง เราอาจจะไม่อยากพบหน้าใครสักคน แต่เหมือน
ตระหนักถึงโทษของการมีหน้ากากจึงได้ทิ้งหน้ากากลงน้ำ แกล้ง เขากลับเดินเข้ามาหาเรา แล้วชวนคุยไม่หยุด เราก็
ต้องสวมหน้ากากยิ้มแย้มพูดคุยกับเขา เพื่อมารยาททาง
เลือกที่จะมีชีวิตเป็นตัวของตัวเองดีกว่า
เรา
๑๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร