ข้อความต้นฉบับในหน้า
ถามว่าแล้วเขาค้นพบหรือยัง วิธีที่ แต่เราก็ไม่ได้ทำ....
จะพัฒนาคน เพราะค่าตอบของ
“มีอะไรหรือเปล่า....
เขาก็ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
“ดูหนังกันดีกว่า หมดชั่วโมง
เขามักเรียกตัวเองว่า คนมีความคิด
เรียนแล้ว”
ก้าวหน้าแต่ยังไม่มีโอกาสได้แสดง
ขาลุยอย่างผม ชวนเกลอเก่า
ออกเป็นรูปธรรม แต่ผมก็ยังหวังว่า
สักวัน...ใช่ สักวันมันคงเจิดจำรัสได้
“ว่างๆ ยามนี้เราก็พัฒนาตัว
เราไปพลางๆ ก่อน ถ้าเรายังพัฒนา
ทำอะไรซ้ำซากอีกแล้ว
“ไม่เอาดีกว่า เช็ง”
ตัวเองไม่ได้ อย่าเพิ่งได้สะเออะไป
คิดพัฒนาคนอื่น”
คำตอบใหม่ของเชษฐ์หลุดมา
พร้อมกับหน้าตาบอกอารมณ์หดหู
ผมไม่ถามถึงเหตุผลว่าทำไม เพราะ
บ่อยครั้งเพื่อนผมคนนี้ทำอะไร
คำของเขาเข้าท่าเช่นเคย แต่
หลาย ๆ อย่าง โดยไม่มีเหตุผล แม้
“นายดูนั่น ..ดูนั่น”
เขาชี้มือไปข้างหน้า
ซึ่งผมยังคงงงอยู่อย่างเก่า
“ไปเลย มันต้องมีสาระ
กว่าที่คิดแน่ สําหรับวันนี้
ยังไม่เข้าทาง ก็จริงของเขาอีกแล้ว
บางครั้งจะจำเป็นก็ตาม
“เฮ้ย...ไม่เอาน่าอย่าคิดมาก”
“แล้วจะไปไหนล่ะนี่”
เขาตบไหล่ผมเป็นเชิงปลอบ เมื่อ
ผมถามอย่างเอาใจ อยากให้
คิ้วทั้งคู่ของผมยังไม่คลายออกจาก
เขาสบายใจขึ้น
กันง่ายๆ
“เดี่ยว”
“หดหูไปก็เท่านั้น ประเทศ
เขาตอบสั้นและชัดเจน มัน
ไทยไม่ใช่ของเราคนเดียว”
เขาสรุปเรื่องเสียใหญ่โตเกิน คิดดูแล้วก็ดีที่เขามีอารมณ์ที่จะกวน
หักมุมจนผมอยากจะเตะลักป้าย แต่
ความจำเป็นอีกแล้ว ผมยกขาขึ้น
ผมอย่างนี้ แสดงว่าอาการยังไม่น่า
สะกิดเขาเป็นรางวัลความเกินกว่า
เป็นห่วงสักเท่าไร อภัยได้... อีก
เหตุ แล้วเราก็หัวเราะให้แก่กัน
อย่างขี้เกียจจะถามให้ได้เห็นสาระ
ของการปัสสาวะว่ามันมีประโยชน์
ยิ่งใหญ่แค่ไหน เพราะเขามักอรรถา
แดดยามบ่ายคละเคล้ากับ ธิบายได้อย่างกลมกลืนเสียด้วย ดี
ชีวิตไร้สาระ เมื่อผมกับเชษฐ์ทอด
ทิ้งเวลาให้หงอยไปกับการเป็นผู้
แสวงหาแต่ไม่พบ วันแล้ววันเล่าปี
แล้วปีเล่า มันไม่สนุกสักนิด แต่เรา
ก็ทำ เพราะทำแล้วสบายใจ แค่นๆ
ลืมไปเช่นกันว่า เราอยากจะทำตัว
ให้เป็นประโยชน์กับผู้อื่นอยู่เหมือนกัน
ที่สุดของผมคือ เดินตามเขาไป จุด
มุ่งหมายคือห้องน้ำ
“ไอ้ทอก..”
ผมสบถทันที ค่าที่เขาหยุด
เดินกระทันหัน ทำเอาผมเกือบเสีย
หลัก
“เป็นอะไรอีกวะ”
๑๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร