ข้อความต้นฉบับในหน้า
ต้องรอให้หาฤกษ์เวลากันก่อน”
โจรรูปงามดีใจ เห็นว่านาง
กุณฑลเกสีหลงกลแล้ว ก็รีบรับคำ
“ดีแล้วเกสี พรุ่งนี้เช้าล่ะ
เหมาะมาก ปู่เจ้าเขาใหญ่คงจะพอใจ
ที่เกสีช่วยจัดเครื่องสังเวยให้ได้อย่าง
รวดเร็ว”
นางสั่งญาติๆ กลับบ้าน และให้นำ
รถกลับไปด้วย เพราะต้องเดินทาง
เข้าป่า แต่ให้คนใช้ ๒ คนเชิญ
เครื่องสังเวยตามไปเท่านั้น ครั้น
เดินไปถึงเชิงเขาโจรปปาตบรรพต ซึ่ง
เป็นภูเขาสูงทางขึ้นราบ ส่วนทาง
อีกตรงข้ามเป็นโกรกชัน โจรรูปงาม
รุ่งเช้ารถม้า ๓ คันที่นางสั่ง
ไว้ ก็ถูกนำมาจอดไว้หน้าบ้าน คัน
หนึ่งเป็นรถของญาติที่ติดตาม คัน
หลังเป็นรถที่คนใช้เชิญเครื่องสังเวย
ก็บอกให้นางสั่งคนใช้ ๒ คนกลับ
บ้านอีก ตนกับนางจะเชิญเครื่อง
ทั้งสองพยายามไต่ขึ้นไปจน
สังเวยไปเอง
อันเป็นข้าวมธุปายาสข้น กับข้าว ถึงยอดเขา เพื่อแก้บนปู่เจ้าเขาใหญ่
ตอกดอกไม้ต่างๆ อีกคันหนึ่งสำหรับ ณ ยอดเขาแห่งนี้
นางกับสามี ซึ่งวันนี้นางได้แต่งกาย
“นายเตรียมจัดตั้งทำพลี
ด้วยเครื่องอาภรณ์งามเป็นพิเศษ กรรมเถิด” นางกุณฑลเกสีกล่าว
รถม้าทั้ง ๓ คันแล่นไปตามถนน ฝ่ายโจรได้แต่นั่งนิ่งไม่กระทำ
จากกรุงราชคฤห์ เมื่อหมดทางที่รถ
จะไปได้แล้ว โจรรูปงามก็บอกให้
การแต่อย่างใด
“นายทำไมจึงยังเฉยอยู่เล่า”
“ฉันไม่ต้องการทำพลีกรรม
หรอก ที่มาที่นี่ครั้งนี้น่ะ ฉันล่อลวง
เธอมา”
นางกุณฑลเกสีได้ฟังดังนั้นจึง
คิดว่าบัดนี้ภัยมาถึงตนแล้ว จึงอ้อน
วอนต่อโจรนั้นว่า
“นายจำ ไม่ว่าฉันหรือเครื่อง
ประดับของฉันก็เป็นของนายทั้งหมด
อยู่แล้ว นายอย่าทำอย่างนี้เลย”
“ฉันจะฆ่าเธอ” โจรสามีกล่าว
“ฆ่าฉันแล้วท่านจะได้อะไร
ถ้าอยากได้เครื่องประดับเหล่านี้ก็จง
เอาไปเลย แต่โปรดไว้ชีวิตฉัน แล้ว
บอกกับใคร ๆ ว่าฉันเป็นทาสีของเธอ
ก็ได้” นางกุณฑลเกสีวิงวอน
“ถ้าฉันปล่อยเธอไป เธอก็ไป
เล่าเรื่องทั้งหมดให้บิดามารดาของ
เธอฟังน่ะสิ อย่าคร่ำครวญเสียให้
ยากเลย ถึงอย่างไรฉันก็จะฆ่าเธอ
อย่างแน่นอน” โจรรูปงามกล่าวเสียง
แข็ง
นางกุณฑลเกสีเห็นว่าการ
อ้อนวอนนั้นไม่สำเร็จ จึงคิดว่าธรรม
ชาติสร้างปัญญามาให้ใช้เอาตัวรอด
เมื่อถึงคราวประสบภัย ไหนๆ ความ
ตายก็เกิดขึ้นในชีวิตเพียงหนเดียว
ดังนั้นจะลองสู้กับโจรเลวผู้นี้จนสุด
ปัญญา คิดได้ดังนั้นแล้วจึงหาอุบาย
ต่อสู้ทันที เมื่อนางได้ห่อเอาเครื่อง
ประดับให้โจรผู้นั้นแล้ว จึงพูดว่า
“นาย ขอให้ฉันได้ทำความ
เคารพไหว้อำลาไปให้ชอบด้วยประ
เพณีอันดี เพื่อความเป็นสิริมงคล
กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๓๗ ๑๐๒