การศึกษาและการพัฒนาประเทศญี่ปุ่น วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 11 หน้า 86
หน้าที่ 86 / 130

สรุปเนื้อหา

R กาลเวลา ที่เก่งที่สุดในสาขานั้นๆ เช่น การแพทย์และทหาร บกต้องเยอรมัน กฎหมายต้องฝรั่งเศส ทหารเรือ ต้องอังกฤษ การค้าต้องอเมริกาเป็นต้น เรียกว่าไป เรียนกันแบบเป็นทีม ทุกคนรู้หน้าที่ของตนเอง ชัดเจน ทุ่มเทเรียนอย่างจริงจัง ระหว่างเรียนก็มี การปรึกษาหารือติดตามความคืบหน้า ถ้ามีปัญหา อุปสรรคอะไรที่จะทำให้กลับมาแล้วทำงานไม่ได้ผล เต็มที่ ก็หาทางแก้ไขแต่เนิ่นๆ เรียกว่าพอเรียนจบ กลับมาก็ทำงานได้ทันที และยังสามารถสอนคน อื่นๆ ต่อได้ด้วย การวางแผนการสร้างคนที่ดีเช่นนี้ ทำให้ ญี่ปุ่นสามารถพัฒนาประเทศได้อย่างรวดเร็ว จาก ประเทศที่ด้อยพัฒนาล้าหลังอย่างยิ่ง ขนาดที่ว่า เมื่อเปิดประเทศใหม่ๆ เจ้าของโรงงานทอผ้าที่ซื้อ มีการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา กำหนดแนว ทางการพัฒนาอย่างชัดเจน เพราะแผนงานที่วาง เอาไว้ตั้งอยู

หัวข้อประเด็น

- การศึกษาและการพัฒนาประเทศญี่ปุ่น

ข้อความต้นฉบับในหน้า

R กาลเวลา ที่เก่งที่สุดในสาขานั้นๆ เช่น การแพทย์และทหาร บกต้องเยอรมัน กฎหมายต้องฝรั่งเศส ทหารเรือ ต้องอังกฤษ การค้าต้องอเมริกาเป็นต้น เรียกว่าไป เรียนกันแบบเป็นทีม ทุกคนรู้หน้าที่ของตนเอง ชัดเจน ทุ่มเทเรียนอย่างจริงจัง ระหว่างเรียนก็มี การปรึกษาหารือติดตามความคืบหน้า ถ้ามีปัญหา อุปสรรคอะไรที่จะทำให้กลับมาแล้วทำงานไม่ได้ผล เต็มที่ ก็หาทางแก้ไขแต่เนิ่นๆ เรียกว่าพอเรียนจบ กลับมาก็ทำงานได้ทันที และยังสามารถสอนคน อื่นๆ ต่อได้ด้วย การวางแผนการสร้างคนที่ดีเช่นนี้ ทำให้ ญี่ปุ่นสามารถพัฒนาประเทศได้อย่างรวดเร็ว จาก ประเทศที่ด้อยพัฒนาล้าหลังอย่างยิ่ง ขนาดที่ว่า เมื่อเปิดประเทศใหม่ๆ เจ้าของโรงงานทอผ้าที่ซื้อ มีการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา กำหนดแนว ทางการพัฒนาอย่างชัดเจน เพราะแผนงานที่วาง เอาไว้ตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่มั่นคงถูกต้อง จึงได้รับ การปฏิบัติตามอย่างสืบเนื่อง แม้ผู้บริหารจะเปลี่ยน แปลงไปก็ตาม ส่วนของไทยเราการตัดสินใจมักมา จากผู้มีอำนาจตัดสินใจกันรวดเร็ว แต่ก็เปลี่ยน แปลงง่ายเช่นกัน พอรัฐบาลเปลี่ยนชุดไปทีก็ซื้อแก้ หมุนเวียน ผ่านไปทุกวัน เครื่องทอผ้ามาจากต่างประเทศหาคนมาทำงาน ประวัติ- กันที เหมือนทำตามอารมณ์ความคิดของผู้มีอำนาจ ไม่ได้ เพราะมีข่าวลือว่า เครื่องจักรทอผ้ากินคนได้ คนเลยไม่กล้ามาทำงานด้วย แต่ภายในเวลา ๓๐ ปี ก็ป่วยการ เดี๋ยวก็เปลี่ยนอีก แผนระยะยาวจึงไม่ เราจึงมักถนัดทำงานเฉพาะหน้ากันเป็นส่วนใหญ่ ศาสตร์ยังคง ญี่ปุ่นมีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด มี คนไม่ค่อยคิดมองอะไรไกลๆ เพราะคิดว่าคิดไป คลี่เปิดหน้า โรงงานถลุงเหล็ก ต่อเรือรบได้เอง มีเทคโนโลยีที่ ก้าวหน้า สามารถสร้างกองเรือรบที่ทรงอานุภาพ ค่อยมีทิศทาง การพัฒนาไม่ชัดเจน ต่างคนต่างคิด ใหม่อยู่เสมอ รบชนะรัสเซียซึ่งเป็นมหาอำนาจตะวันตกชาติหนึ่ง ต่างคนต่างทำไปในทิศทางที่ตนคิดว่าถูกต้อง ซึ่ง สิ่งที่เราทำใน ในยุคนั้นได้ ทำให้โลกต้องตะลึงในความเป็นชาติ บางทีก็ขัดกันเอง พลังไม่รวมเป็นหนึ่ง หลายสิ่ง เอเชียเพียงชาติเดียวที่สามารถก้าวขึ้นมายืนเคียง หลายอย่างจึงขาดความยั่งยืนดุจไม้ล้มลุกกระนั้น... วันนี้ก็จะเป็น บ่าเคียงไหล่กับมหาอำนาจตะวันตกได้อย่างเต็ม ๔. ให้ความสำคัญกับการศึกษา เมื่อเริ่มพัฒนา ประวัติศาสตร์ ภาคภูมิ ภายในเวลาเพียง ๓๐ ปี ประเทศ สิ่งที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างยิ่งก็คือ การศึกษา เริ่มประกาศใช้พระราชบัญญัติประถม ศึกษาแห่งชาติ ภายใน ๕ ปี สโลแกนว่า “โยมิ คะชิ โซโรบัง” แปลว่า “อ่านออก เขียนได้ ดีดลูกคิด เป็น" คือความรู้พื้นฐานต่ำสุดที่คนญี่ปุ่นต้องมี ส่วนความรู้ชั้นสูงขึ้นไปนั้น วิธีสร้างคนเขาก็ใช้วิธี การคล้ายๆ กับไทยเราคือส่งคนไปศึกษายังต่าง ประเทศ แต่ต่างกันที่ว่า ก่อนส่งไปเขาศึกษา ก่อนว่า วิชาการแต่ละสาขามีกี่แขนงย่อย ถ้าจะ ให้ใช้งานจริงได้ดีต้องมีคนไปศึกษากี่คน จากนั้นก็ หาคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมส่งไปเรียนยังประเทศ ๔๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร ในวันต่อไป กาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปทุกวัน ประวัติ ศาสตร์ยังคงคลี่เปิดหน้าใหม่อยู่เสมอ สิ่งที่เราทำ ในวันนี้ ก็จะเป็นประวัติศาสตร์ในวันต่อไป เรา ควรศึกษาบทเรียนจากประวัติศาสตร์ แล้วตั้งใจ ปรับปรุงการทำงานของตัวเรา หน่วยงานของเรา ประเทศชาติเราให้เกิดประสิทธิภาพ เพื่อประวัติ ศาสตร์ที่เราร่วมกันสร้างในวันนี้ จะได้แบบอย่างที่ ดีแก่อนุชนรุ่นหลังให้พวกเขาได้รำลึกถึงด้วยความ ชื่นชมภาคภูมิต่อไป
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More