ข้อความต้นฉบับในหน้า
เอาไปสอนเด็กในห้องเรียนตอนเย็นเลิกเรียน เป็นเด็กชั้นประถมปี เอามาสอนใจตัวเราเองว่า เราจะต้อง
ที่ 5 เด็กเห็นทะลุปรุโปร่ง เกินกว่าที่ครูสอน ครูไม่เห็นอะไรเลย ไม่ประมาทอย่างผู้คนเหล่านั้น นี่เดือน
แต่เด็กทำอภิญญาจิตได้ถึงไหนถึงกันไปเที่ยวนรกไปเที่ยวสวรรค์เอง พฤศจิกายน สิ้นเดือนหน้าก็จะเปลี่ยน
แล้วมาเล่าเฉือนความรู้สึกครูซะอีก เพราะครูไม่เห็นอะไรซักอย่าง
ครูก็เลยให้เด็กทดลองแผ่เมตตา แล้วเล่าสิ่งที่เห็นให้ฟัง เด็ก
ทำเสร็จแล้วก็อธิบายได้ถูกต้องเหมือนที่หลวงพ่อทั้งสองสอน คือ
พ.ศ. เป็น ๒๕๓๘ แล้ว ชีวิตเราจะอยู่
เปลี่ยนพ.ศ.ได้กี่หนกัน และช่วงชีวิตที่
มีกำลังกายกำลังใจเข้มแข็ง สามารถ
ใช่ว่าเราจะมีอาชีพเป็นครูได้ทุกคนเมื่อ
ต้องทำสมาธิก่อน พอใกล้เลิกจึงให้แผ่เมตตาโดยยังไม่ต้องออก หากำไรเป็นบุญติดตัวก็มีเวลาจำกัด
จากสมาธิ
เวลาแผ่เมตตาเด็กก็เห็นความสว่างออกจากตัวของเขากระจาย ไหร่
ออกไปเรื่อยๆ มีพวกเทพบุตรนางฟ้ามาพนมมืออนุโมทนา ยืน เพราะฉะนั้น ประกอบกุศลกรรม
เป็นชั้นๆกันเรียงรายในอากาศแน่นขนัดเด็กเล่าลักษณะการแต่งกาย สร้างบารมีเก็บสะสมเดี๋ยวนี้ อย่าให้มี
ของกายทิพย์เหล่านั้นได้อย่างละเอียด ครูผู้นั้นบอกป้าว่า
“หนูเอาเรื่องนี้ไปคุยให้ครูสอนจริยศึกษาเขาฟัง ให้เขา
เวลาว่างเถอะค่ะ ลืมตาตื่นนอนตอน
เช้ามืดทุกวัน ให้คิดก่อนลุกจากที่นอน
เปลี่ยนวิธีแผ่เมตตาของนักเรียนใหม่ ให้แผ่ทั้งที่ใจยังอยู่ในสมาธิ ทีเดียวว่า วันนี้จะทำความดีอะไรบ้าง
เขาก็ไม่ยอมฟัง พอดีคอลัมน์จดหมายแม่ถึงลูกในวารสารกัลยาณ
มิตรเขียนเรื่องการแผ่เมตตาไว้ตรงกัน หนูเลยซื้อไปให้เขาอ่าน
เขาเลยยอมเชื่อ เปลี่ยนระเบียบไหว้พระสวดมนต์ให้ ส่วนเรื่อง
การประกอบบุญกุศลอื่นๆ ไม่มีใครยอมทำ หนูชวนเข้าก็มองหนู
เป็นคนบ้า คนงมงายไปโน่น หนูสงสารเด็กนักเรียนจัง พวกเขา
น่าจะมีโอกาสได้พบสิ่งดีๆ พอมาเจอครูอาจารย์อย่างที่หนูเห็น
เขาก็หมดโอกาสกันไปเลยค่ะ”
นี่ป้าเอามาเขียนเล่าให้คุณฟัง เป็นตัวอย่างคนอาภัพ พบ
กัลยาณมิตรอยู่ในที่ทำงานเดียวกันก็มองไม่เห็นค่า ขวางกั้นบุญตน
เองไม่พอ ยังกั้นบุญนักเรียนอีกเป็นพันๆ คน คงไม่ใช่มีโรงเรียน
แบบนี้แห่งเดียวหรอกค่ะ ป้าว่ามีอีกนับไม่ถ้วน ครูที่ไม่มีวิญญาณ
ของการเป็นครูน่ะ กรรมของเด็กๆ
ขอคุยกับผู้มีอาชีพครูตรงนี้หน่อยนะคะ ขอให้ตระหนักเถอะ
ค่ะว่าอาชีพของท่านเป็นอาชีพพิเศษสุด ได้ทั้งเงิน และมีโอกาสได้
บุญด้วยตลอดเวลา ถ้าท่านสอนให้เด็กนักเรียนของท่านมีสัมมาทิฏฐิ
แล้วก็ทำไปตามที่วางไว้ เวลาที่ผ่านไป
จึงจะไม่เสียเปล่า
ปีนี้หมู่คณะของเราจะเน้นหนัก
เรื่องสร้างธรรมกายเจดีย์ ไปจนสิ้นปี
๒๕๓๘ ขอให้งานมหากุศลเรื่องนี้อยู่
ในความคิด อยู่ในใจของเราแต่เพียง
เรื่องเดียว เรื่องอื่นให้ถือเป็นเรื่องเล็ก
ไปให้หมด ช่วยกันนะคะ ตามหมู่กัล
ยาณมิตรมาช่วยกันให้พร้อมหน้า ไม่
ให้ใครเสียชาติเกิด มาร่วมสร้างธรรม
กายเจดีย์บรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะ
พระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันต
ธาตุ ถ้ามัวแต่ลังเลสงสัยบ้าง ประมาท
บ้าง นับว่าขาดทุนจริงๆ
เอาละค่ะ ใครเขาจะยังไงก็ช่าง
รู้จักบาปบุญคุณโทษ สิ่งใดทำแล้วได้ประโยชน์ให้รีบทำ การทำ เขาเถอะ เรื่องของเรา เราโดยบุญ
งานอบรมสั่งสอนคนเป็นงานเดียวกับพุทธกิจของพระบรมศาสดา ของเรารุดหน้าท่าเดียว จะสิ้นปีอีกกี่
ของเราทีเดียว หลายอาชีพไม่มีโอกาสอย่างนี้ บางทีทำแล้วได้เงิน
ครั้ง
หรือสิ้นใจตายไปก็ไม่เสียชาติ
ก็จริง แต่ก็ได้บาปติดไปด้วย ขอให้ตั้งใจสักนิด คิดตามที่ป้าพูด เกิดแล้วค่ะ
หน่อยเดียว คุณนั่นแหละจะเป็นผู้ได้ประโยชน์จากอาชีพอย่างไม่มี
ใครเสมอ อย่าฝันใฝ่เรื่องเงินเลยค่ะ มีแค่พอเลี้ยงชีวิตก็ดีแล้ว เอา
บุญ ซึ่งเป็นของถาวรติดตัวข้ามชาติไปดีกว่า
ป้าเล่าตัวอย่างความประมาทของผู้คนมาให้คุณฟัง ฟังแล้วก็
สะ-หวัด-ดี
๔๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร