ข้อความต้นฉบับในหน้า
เด็ก แรกๆ ก็ใส่แว่นสายตาใสๆ ไม่มีสี
พอมีอายุมากขึ้นเกิดแพ้แสงสว่างขึ้น
มาอีกโรคหนึ่ง น้ำตาไหลพรากๆ
ตลอดเวลา
นี่ป้าเห็นกับตา ตอนนั้นเพิ่งเริ่ม
สร้างวัดใหม่ๆ มีคนมาพบปะหลวงพ่อ
ของเรามากขึ้นเรื่อย ก็ขอร้องให้หลวง
พ่อใส่แว่นไม่มีสี ท่านก็ตามใจให้ช่าง
สายตาตัดมาลองใส่ วันใส่ป้าก็นั่งดู
อยู่ด้วย ใส่ไปได้ไม่ถึงห้านาที หลวง
พ่อก็เริ่มเช็ดน้ำตา มีอาการระคายเคือง
แต่ท่านก็ไม่ละความพยายาม ทดลอง
ใส่สีชาอ่อน ๆ ก็ไม่ดีขึ้น เลยต้องลอง
ใช้สีน้ำตาลให้เข้มขึ้นทีละน้อย จนอยู่
ในระดับสายตาพอทนได้ จนทุกวันนี้ก็
ไม่ถึงกับเป็นสีดำหรอกค่ะ ดวงตาจริง
ของท่านงามมาก รูปร่างปกติ ที่พิเศษ อยู่ในเขตนั้น ไม่สนใจคำสอนของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ
เหนือคนอื่นคือมีแววแห่งความเมตตา ท่านซะมั่งเลย เป็นผู้หญิงแท้ๆ แต่อยากแสดงให้เห็นว่าเข้มแข็ง
และอ่อนโยนอยู่เป็นนิจ
ไม่แพ้ชาย แทนที่จะเข้มแข็งเรื่องการทำงาน กลับเข้มแข็งเรื่อง
ส่วนเรื่องปฏิบัติวิชชาธรรมกายติด ห้าว กินเหล้ากินเบียร์ พูดกระด้าง เที่ยวเตร่กลางคืน เรื่องพัฒนา
นิมิต พูดแล้วก็เบื่อชี้แจงเสียจริงๆ จิตใจตนเอง หรือจิตใจลูกศิษย์ไม่สนใจจะทำ
ทำไมคิดตื้นอยู่แค่นั้นก็ไม่รู้ เราจะอ่าน
หนังสือให้ออก จำเป็นอย่างยิ่งจะต้อง
รู้จักตัวอักษร ก.ไก่ ข.ไข่ออก ส่วนการ
ปฏิบัติธรรมขั้นสูงก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง
เหมือนจะกินอาหารแต่ไม่ยอมอ้าปาก
อาหารที่ไหนมันจะตกถึงท้อง
เห็นมั้ยคะการไม่พบกัลยาณมิตร
เป็นความโชคร้ายแค่ไหน ทำให้ประ
มาทอยู่จนแก่ อายุใกล้ 50 ยังงี้มาลง
มือปฏิบัติธรรม ก็คงได้ไม่เต็มที่ เพราะ
ร่างกายหมดกำลังแล้ว ป้าก็จะพยายาม
เป็นกัลยาณมิตรให้เปลี่ยนจากมิจฉา
ทิฏฐิเป็นสัมมาทิฏฐิก็ยังดี ไม่รู้จะมีบุญ
ได้พบกันรึเปล่า?
พอมีครูรายใดสนใจจะนำธรรมะมาอบรมเด็กบ้าง ก็ตั้งหน้า
ตั้งตาขวาง หาเรื่องไปตามนิสัยคนพาล ถ้ามีระเบียบกำหนดให้
สอน ก็ให้สอนไปตามนั้นพอเป็นพิธี เมื่อลูกพี่เป็นเสียอย่างนี้ ลูก
น้องจะไปไหนเสีย ก็สักแต่ว่าสอนพอให้พ้นๆ โรงเรียนอื่นมีการให้
เด็กสวดมนต์ ทำสมาธิ และแผ่เมตตา ก็สั่งให้เด็กทำ “ทำสมาธิ
ก็ทำใจนิ่งๆ ซะ ไม่คิดโน่นคิดนี่ เวลาแผ่เมตตาก็พูดไปว่า สัพเพ
สัตตา สัตว์ทั้งหลาย...ฯลฯ จงเป็นสุข เป็นสุข เถิด” สั่งเสร็จแล้ว
ครูก็ไปยืนจับกลุ่มคุยกันเป็นพวกๆ จนกว่าเด็กนักเรียนจะกล่าว
รายที่สอง นี่เป็นหัวหน้าสถาน
ข้อความจบ
ทีนี้มีครูอยู่ท่านหนึ่งมาปฏิบัติธรรมที่วัดของเรา เห็นหลวงพ่อ
ทั้งสองสอนแผ่เมตตา ไม่ใช่ให้ทำชุ่ยๆ อย่างที่โรงเรียนของตนสอน
จึงได้ไปอธิบายให้เพื่อนครูและผู้บังคับบัญชาฟัง มีแต่คนไม่พอใจ
คัดค้านไม่เห็นด้วย ทำให้นักเรียนไม่ได้รับคำสอนที่เป็นประโยชน์
แท้จริง สอนแค่วิชานกแก้ว คือท่องจำได้เท่านั้น
ครูสัมมาทิฏฐิที่ป้ากำลังเล่าถึงอยู่นี้ไม่ละความพยายาม ตน
ศึกษาแห่งหนึ่งเขตภาษีเจริญ เสียแรง เองฝึกปฏิบัติธรรมมาเป็นเดือนเป็นปีก็ไม่ได้เรื่องอะไร เลยทดลอง
กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๓๗ ๘๕