การเลี้ยงดูและการทำงานของครอบครัว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 1 หน้า 62
หน้าที่ 62 / 208

สรุปเนื้อหา

ความสมบูรณ์พร้อมและความเป็นปึกแผ่นให้กับครอบครัวได้ ผู้สัมภาษณ์ : อาม่าเลี้ยงลูกถึง อาม่า : เมื่อก่อนลำบากมาก ทำงานทุกอย่าง เป็นกับกุ้งก็ ทำ รับจ้างเขาแบกหามอะไรก็ทำ ทำจนมือเจ็บไปหมด ลูกก็ส่งเรียนได้แค่ ป.๔ พอลูกโตหน่อยก็ให้ช่วยกันทำมา หากิน ช่วยกันค้าขาย แยกกันไปคนละทิศละทาง ขาย มองกันคนละที่ ขายที่กาญจนบุรีบ้าง ขายที่ตลาดประตูผีบ้าง แยกกันไปหมด เพราะเลือกไม่ได้ ต้องช่วยกันหารายได้ มาเลี้ยงครอบครัว แต่พอมาตอนหลัง มีเพื่อนแนะน่าให้ มาขายของที่ตลาดยิ่งเจริญ ก็ค่อยรวมลูกๆ มาค้าขายกัน ที่นี่ ผู้สัมภาษณ์ : ตอนนั้นพี่น้องทั้ง ๑๐ คนในครอบครัว มี ความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง คุณไพรัตน์ (ลูกชายคนที่ ๓) : ตอนนั้นผมรับหน้าที่ มา เปิดร้านขายของตั้งแต่ตี ๒-๓ เพราะเป็นตลาดเช้า พี่น้อง ก็ช่วยกันทำ รวมกันอยู่ใน

หัวข้อประเด็น

- การเลี้ยงดูและการทำงานของครอบครัว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๐ คน ลำบากมากไหมค่ะ ไปติดตามดูกันว่าพวกเขาทำอย่างไรถึงสามารถ สร้าง ความสมบูรณ์พร้อมและความเป็นปึกแผ่นให้กับครอบครัวได้ ผู้สัมภาษณ์ : อาม่าเลี้ยงลูกถึง อาม่า : เมื่อก่อนลำบากมาก ทำงานทุกอย่าง เป็นกับกุ้งก็ ทำ รับจ้างเขาแบกหามอะไรก็ทำ ทำจนมือเจ็บไปหมด ลูกก็ส่งเรียนได้แค่ ป.๔ พอลูกโตหน่อยก็ให้ช่วยกันทำมา หากิน ช่วยกันค้าขาย แยกกันไปคนละทิศละทาง ขาย มองกันคนละที่ ขายที่กาญจนบุรีบ้าง ขายที่ตลาดประตูผีบ้าง แยกกันไปหมด เพราะเลือกไม่ได้ ต้องช่วยกันหารายได้ มาเลี้ยงครอบครัว แต่พอมาตอนหลัง มีเพื่อนแนะน่าให้ มาขายของที่ตลาดยิ่งเจริญ ก็ค่อยรวมลูกๆ มาค้าขายกัน ที่นี่ ผู้สัมภาษณ์ : ตอนนั้นพี่น้องทั้ง ๑๐ คนในครอบครัว มี ความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง คุณไพรัตน์ (ลูกชายคนที่ ๓) : ตอนนั้นผมรับหน้าที่ มา เปิดร้านขายของตั้งแต่ตี ๒-๓ เพราะเป็นตลาดเช้า พี่น้อง ก็ช่วยกันทำ รวมกันอยู่ในกงสี แต่พอมาระยะหลังนี่ ผม ติดเหล้า เพราะไปเช้าสังคมกับเพื่อนที่เป็นพ่อค้าเหมือนกัน ตกเย็น ขายของเสร็จ ก็ตั้งวงกันเลย มีพรรคพวกประมาณ ๔๐-๕๐ คนได้ แต่เวียนกันมาตั้งวงประมาณวันละ ๑๐ คน ผมเริ่มเมาจากดื่มเหล้าเพียงแก้วเดียว ตอนหลังติดแล้ว ดื่มวันละเกือบขวดแม่โขง แต่ถ้าเป็นเบียร์ดื่มถึงวันละ 4 ขวด ผู้สัมภาษณ์ : ดื่มเยอะขนาดนี้ และทุกวันด้วย เตี้ยกับ แม่ว่าอย่างไรบ้างคะ คุณไพรัตน์ : เขาไม่อยากเห็นเราเป็นแบบนี้ เขาพยายาม บอกเราอยู่ ๗ ปี ให้เลิก แต่ผมก็ทำไม่ได้ มันดีดแล้ว ผม สังเกตเห็นเขาเสียใจ ที่เวลามีคนในตลาดพูดถึงผมว่า “ไอ้ ขี้เหล้า” ให้แม่ผมได้ยิน คือคงไม่มีแม่ใครที่อยากเห็นลูก เป็นแบบนี้ แต่ช่วงนั้นยังไงก็ยังเลิกไม่ได้ กำลังใจไม่พอ ผมติดมากจนมือสั่นไปหมด ผู้สัมภาษณ์ : เตี่ยล่ะคะ เขาว่ายังไง คุณไพรัตน์ : เดี๋ยจะนั่งรอเปิดประตูให้ผมทุกคืน ผมจะกลับ บ้านดึกตี ๑-๒ กลับมา ก็เมาไม่รู้เรื่อง ...บางทีผมบอก เดี๋ยว่าผมเอากุญแจบ้านไปนะไม่ต้องเป็นห่วง แต่เดี๋ยก็จะ นั่งรอเปิดประตูให้ อยู่หน้าบ้านทุกคืน คือเตี้ยเป็นห่วงเรา เดี๋ยเห็นลูกกลับมานอนบ้านก็ชื่นใจ แต่แววตาที่เดียมองผม bo ภัทยาณมิตร มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เหมือนจะบอกผมทุกครั้งว่า น่าจะเริ่มชีวิตใหม่ได้แล้ว ผู้สัมภาษณ์ : เมาแล้วเคยเกิดเรื่องบ้างไหม ๓ คุณไพรัตน์ : เคยเมาฉลองปีใหม่ติดๆ กัน ๓ คืนเลย คืนที่ ๔ ขับรถชนเสาไฟฟ้า เกือบตาย แต่ตอนนั้นก็ยังไม่เข็ด ยังเลิกไม่ได้..... ผู้สัมภาษณ์ : ในหมู่พี่น้องเคยขัดแย้ง หรือไม่เข้าใจกัน บ้างไหม คุณพรชัย (ลูกชายคนที่ 5) : ตอนนั้นยอมรับว่าผมกับพี่ ไพรัตน์ไม่กล้าเข้าหากันเลย เจอกันก็ทะเลาะกัน คุยกันดีๆ ได้ไม่กี่คำ จะเตือนอะไรก็ไม่ยอมกัน แต่หลังจากเช้าวัดแล้ว เรื่องแบบนี้แทบไม่มีเลย ผู้สัมภาษณ์ : แล้วพี่น้องคนอื่นๆ เคยเตือนกันบ้างไหมค่ะ คุณไพรัตน์ : ถ้าพ่อแม่เตือนผมเองยังพอฟัง แต่ถ้าเป็นพี่น้อง นี่ ส่วนมากผมจะตะเบงใส่มากกว่า เพราะเราถือว่าเรา เป็นผู้ใหญ่แล้ว ต่างมีครอบครัวกันแล้ว มีหน้าที่ รับผิดชอบแล้ว เป็นเรื่องส่วนตัวของผมมากกว่า แต่นั่น เมื่อก่อนนะ เดี๋ยวนี้ไม่คิดแบบนี้ (ยิ้ม) ผู้สัมภาษณ์ : แล้วตอนหลังคุณไพรัตน์เลิกเหล้าได้ยังไงค่ะ คุณวีรดี (ลูกสาวคนที่ ๒) : คือในครอบครัวพี่จะเข้าวัดคน แรก ต่อมาเป็นพี่สาวแล้วก็พี่สะใภ้ พวกเราก็ไปปรึกษา หลวงพ่อว่าอยากจะให้พี่ชายเรา ๓ คนเข้าวัด พา ครอบครัวเข้าวัดให้หมด หลวงพ่อท่านก็แนะน่าว่า จะ ท่า ได้ต้องเริ่มต้นจากตัวเราก่อนต้องทำทานตักบาตรทุกวัน รักษาศีล นั่งสมาธิอธิษฐาน แล้วที่สำคัญชวนเขามาวัดบ่อยๆ แต่ต้องพูดกับพี่เขาดีๆ ผู้สัมภาษณ์ : คุณไพรัตน์ยอมมาหรือคะ คุณวีรดี : ใหม่ๆ ก็ขอร้องให้ไปส่งเราที่วัดก่อน ผู้สัมภาษณ์ : คุณไพรัตน์ไปแล้วเป็นยังไงค่ะ คุณไพรัตน์ : ใหม่ๆ ก็ไปแบบเสียมิได้ แต่ตอนนั้นเราก็ได้ เห็นภาพดีๆ ที่มาวัด ช่วงนั้นผมยังแซวน้องสาวเลยว่า อายุแค่ ๒๐ ยังไม่แก่ ทำไมเข้าแต่วัด แต่ผมก็สังเกตเขา ตลอดนะ เห็นเขาใส่บาตร นั่งสมาธิทุกวัน แต่พอนานไป ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า...เอ้ เราเองบอกว่าเราไปดื่มเหล้าพักผ่อน เจอเพื่อนฝูงได้ผ่อนคลาย แต่ทำไมหน้าตาสง่าราศีเราถึง แย่ลงๆ ทุกวัน ผิดกับน้องสาวเราบอกว่าเขาครี แก่ แต่ กลับมีสง่าราศีหน้าตาผ่องใสขึ้นเรื่อยๆ พูดจาก็มีหลัก มี
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More