ข้อความต้นฉบับในหน้า
....กบที่นอนอยู่ในสาดมันพื้นขึ้นมา?! แล้วดิ้นหลุด
กระโดดหนี เข็มหมุดยังคงปักอยู่ที่ขาของมัน อวัยวะใน
ตัวของมันทะสักหลุดออกมา ห้อยสากพื้น พี่ใส่คว้ามันก็
กระโดดหนี วับไม่ได้มันกระเสือกกระสนหนีตายสุดชีวิต
กระโดดคลานลากไส้ไปตามพื้นานถึงระเบียง มันวัง
กระโดดหนีสงสระน้ำใต้ถุนตึกไป มองเห็นไส้ของมันสอย
เต็มน้ำ..
หมุดยังคงปักอยู่ที่ขาของมัน อวัยวะในตัวของมันทะลัก
หลุดออกมา ห้อยลากพื้น พี่ไล่คว้ามันก็กระโดดหนี จับไม่ได้
มันกระเสือกกระสนหนีตายสุดชีวิต กระโดดคลานลากไส้
ไปตามพื้นจนถึงระเบียง มันจึงกระโดดหนีลงสระน้ำใต้ถุน
ตึกไป มองเห็นไส้ของมันลอยเต็มน้ำ พี่ยืนซึม....กว่ามัน
จะตายคงทรมานมาก ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่กล้าว่า กบมาผ่าอีก
จนพี่ลืมเรื่องทั้งหมดไปแล้ว แต่ ! ก็ไม่เคยคิดว่าเวรกรรม
นั้นมีจริง
เรื่องการเบียดเบียนสัตว์นี้พี่ท่า มาตั้งแต่เด็กๆแต่ละ
อย่างล้วนทารุณทั้งนั้น ทั้งหักขากับขาเขียด จับเขียด
แกว่งเล่นจนกระดูกหัวข้อต่อโคนขาขวาหลุดออกมากลมๆ
ขาวๆ เคยทำบ่วงดักแย้ กว่าเราจะไปเจอเชือกก็บาดเนื้อ
ขาแย้จนเห็นกระดูก แล้วก็เอาไปให้คนงานแกงกิน ไม่ได้
กินเอง ทำไปเพราะความสนุก
จากที่พี่ถูกผ่าทิ้งเป้น รู้ว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ใช่
อ๒ ต ห้ ชานมิตร มกราคม พ.ค (๒๕๕-๕
เหตุบังเอิญกบคงมาทวงคืน แต่พี่ก็ยังคงไม่สนใจศึกษา
เรื่องบาป - บุญ คงดำเนินชีวิตตามเดิม พูดง่ายๆ วัดก็เข้า
เหล้าก็กิน
ต่อมาในกลางปี พ.ศ. ๒๕๓๓ พี่ก็รู้สึกเจ็บที่โคน
ขาข้างขวาโดยไม่รู้สาเหตุปวดมากจนทนไม่ไหว เหมือนมี
เหล็กแหลมทิ่มแทงเนื้อตลอดเวลา ไปตรวจเอ็กซ์เรย์ก็พบ
ว่าหัวกระดูก ข้อต่อโคนขาผุ ตรงหัวกลมข้อต่อถูกกินจน
เสียรูปทรง
อายุแค่
"โรคนี้จะเกิดขึ้นได้เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ครู
๓๐ กว่าปีป่วยด้วยโรคนี้ได้อย่างไร หมองงจริงๆ”
พี่ก็รู้สึกเสียใจเพราะอาการของโรคน่ากลัว อาจ
ทำให้พิการเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต เมื่อถึงวันนัดผ่าตัดพี่ก็
เช้าโรงพยาบาลอีกครั้ง ด้วยความกลัวทรมาน คิดปลอบ
ใจตัวเองคงไม่ทรมานเหมือนครั้งก่อนนะ เพราะครั้งนี้คุณ
หมอให้ยาสลบหมดความรู้สึกไปเลยไม่ต้องรับรู้ถึงความ
เจ็บปวดใดๆ เนื่องจากหัวข้อต่อเสียทรงจึงต้องผ่าตัดเพื่อ
เลื่อยกระดูกที่เสียทั้ง และเสียบกระดูกเทียมเข้าไปในโพรง
กระดูกแทน ยึดอุดด้วยปูนซีเมนต์ที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย
แทน
ในขณะที่การผ่าตัดกำลังดำเนินอยู่ ความรู้สึก
ของพี่ก็กลับนี้เนขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด พร้อมกับความเจ็บ
ทรมานอย่างแสนสาหัส คุณหมอกำลังพยายามใช้มีดแซะ
เลาะเนื้อขาออกจากกระลูกคมมีดที่มาดไปในเนื้อนั้นสุด
แสนจะทรมาน ไม่มีใครรู้ว่าพี่ตื่นขึ้นมา ขณะนั้นมันทารุณ
มาก เสียงเลื่อยกระดูกขาของตัวเองดังก้องหูเหมือนเสียง
เลื่อยซุง แรงสั่นสะเทือนปวดร้าวไปทั่วท่อนขา ร้องไห้ไม่
มีเสียงนอนน้ำตาไหลพราก พอดีพยาบาลหันมาเห็นจึงรีบ
ให้ยาสลบ พี่จึงหมดสติไปอีกครั้ง
หายป่วยครั้งนั้นพี่เริ่มกลัวผลกรรมที่ตามสนอง
พยายามเข้าวัดบ้าง ใครชวนไปทอดผ้าป่า กฐินที่ไหนก็ไป
แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะรักษาศีลห้า ไม่รู้ว่าบุญที่เราทำ จะน่า มา
ใช้อย่างไรให้เราพ้นทุกข์ ครั้งใดที่ภาพเก่าๆ ในอดีตผุด
ขึ้นมาก็กลัว เพราะไม่รู้ว่ากรรมมันจะตามทันอีกเมื่อไหร่
ชีวิตเหมือนมีระเบิดเวลาไม่รู้ลูกต่อไปจะระเบิดอีกเมื่อไหร่
คุณหมอให้กำลังใจมาว่าถ้าดูแลตัวเองดีๆ จะอยู่ได้อีก
ปี พี่ก็ใช้ไม้ค้ำยันเดินไปสอนหนังสือเด็กๆ ย่างเข้าปีที่
๑๐