ข้อความต้นฉบับในหน้า
LILLADA
“เชียมกก” หรือกองทัพจากสยาม
ปราสาทอันศักดิ์,สิทธิ,และงดงาม
อัปสรา เทพอัปสร)
ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่างเข้าไปในปราสาทนครวัด
เราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ ลึกลับ มีบาง
คนในกลุ่มพวกเรามาเล่าให้ฟังภายหลังว่า บางครั้งแม้
เดินดูอยู่คนเดียวแท้ๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนมีอะไรวูบผ่าน
ไปผ่านมาราวกับว่ามีใครต่อใครที่เรามองไม่เห็นตัว
เคลื่อนไหวอยู่บริเวณนั้นด้วย
เข้าไปในบริเวณปราสาทชั้นแรก เป็นระเบียง
ภาพจำหลักนูนต่ำที่งดงามและยิ่งใหญ่สุดจะบรรยายราย
รอบทั้ง ๔ ทิศ ดังนี้
๑. ระเบียงภาพด้านทิศตะวันตก จำหลักเป็น
ภาพเรื่องราวในมหาภารตะและเรื่องรามเกียรติ,
๒. ระเบียงภาพด้านทิศใต้ จำหลักเล่าเรื่องราว
ในราชสำนัก ภาพโลกภูมิทั้งเทวภูมิ มนุสภูมิ และนรกภูมิ
รวมทั้งภาพกองทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ และกองทัพ
จากชนเผ่าต่างๆ ที่มาร่วมรบมีทั้งจีน จามและสยาม ฯลฯ
๓. ระเบียงภาพด้านทิศตะวันออก จำหลักเป็น
ภาพการกวนเกษียรสมุทรที่ยิ่งใหญ่งดงามกินเนื้อที่ฝั่งใต้
ทั้งหมดถึง ๑๕๐ ตารางเมตร
๔. ระเบียงภาพด้านทิศเหนือ จำหลักเป็นภาพ
ชัยชนะของพระกฤษณะต่อพวกปานะ และภาพสงคราม
ระหว่างเทพกับอสูร
บันไดอันสูงขัน ๔๐ ขั้น สู่ปราสาทองค์ประธาน
บริเวณปราสาทชั้นที่สอง ด้านในระเบียงคดเป็น
ภาพจำหลักอัปสรา หรือเทพอัปสร จำนวน ๑,๖๓๕ นาง
อยู่ในท่าร่ายรำ และแต่งองค์ทรงเครื่องแตกต่างกันไป
นับเป็นภาพจำหลักที่งดงามมีชีวิตชีวายิ่งนัก และที่น่าทึ่ง
ก็คือใบหน้าของเทพอัปสรเหล่านี้ไม่มีใบหน้าใดซ้ำกันเลย
ไม่รู้ว่าประติมากรยุคนั้นไปเที่ยวหาแบบของใบหน้าเหล่า
นี้มาจากไหน
บริเวณชั้นในมีบันไดสู่ปราสาทองค์ประธานซึ่ง
สูงชันมาก ปราสาทหลังนี้เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุหรือ
แกนกลางของโลกและจักรวาล โดยในปราสาทองค์
ประธานเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ ทั้ง ๔ ทิศ
ซึ่งสร้างความปิติยินดีแก่พวกเราเป็นอย่างยิ่งที่มาเห็นกับ
ตาว่า บนสุดยอดแกนกลางของนครวัดแห่งนี้มีสัญลักษณ์
ของพระพุทธศาสนาปรากฏเป็นหลักฐานชัดเจนและ
มั่นคงมาก เพราะองค์พระพุทธรูปแต่ละองค์ที่ประดิษฐาน
นั้นล้วนฝังแน่นเป็นเนื้อเดียวกันกับองค์ปราสาทจนยากที่
จะเคลื่อนย้ายหรือรื้อทำลายได้
เมื่อเกิดความปีติยินดีดังกล่าวพวกเราจึงพร้อม
ใจกันกระทำพิธีเวียนประทักษิณ สวดอิดิปิโสรอบองค์
ปรางค์ประธาน และสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยจนครบทั้ง
๔ ทิศ แม้พวกเราที่สามารถปีนป่ายขึ้นมาถึงปราสาทองค์
ประธานอันสูงชันนี้ได้เพียงยี่สิบกว่าคน แต่เสียงสวดมนต์
เล 4 : มกราคม พ.ศ. ๒๕ ๕ ๑๕๕