ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไปทางทิศตะวันออก ราชสีห์และเสือโคร่ง เป็นต้น วิ่งไล่
ตามเนื้อและสุกรมาก็ดี งูและแมว วิ่งไล่ตามกบและหนูมา
ก็ดี มาถึงที่นั้นแล้ว ไม่สามารถจะไล่ตามสัตว์เหล่านั้นต่อ
ไปได้ จะถูกสัตว์ เหล่านั้น ให้กลัว ต้องหันกลับไป
แน่นอนทีเดียว พราหมณ์นั้นทราบว่า นี้เป็นที่ที่เลิศใน
แผ่นดิน แล้วจึงสร้างบรรณศาลาของตนในที่นั้น"
(อัมพัฏฐสูตร....พระสูตรและอรรถกถาแปล ทีฆนิกาย สีล-
ขันธวรรค เล่ม ๑๑ หน้า ๕๕๗)
ต่อมา พระราชกุมารทั้ง ๔ และพระราชธิดาทั้ง
๕ ของพระเจ้าโอกกากราช กำลังเสาะแสวงหาที่เพื่อตั้งเมือง
กบิลพราหมณ์เห็นแล้วเกิดความเอ็นดูในพระราชกุมาร
เหล่านั้นจึงได้ทูลว่า
“เมืองที่สร้างขึ้นในที่ตั้งบรรณศาลานี้ จักเป็น
เมืองเลิศในชมพูทวีป ในบรรดาชายที่เกิดในเมือง แต่ละคนๆ
จักสามารถเอาชนะคนตั้ง ๑๐๐ ก็ได้ ตั้ง ๑,๐๐๐ ก็ได้
พวกพระองค์จงสร้างเมืองในที่นี้เถิด จงสร้างพระราช
มณเฑียรของพระราชา ณ ที่ตั้งบรรณศาลาเถิด เพราะ
คนยืนในที่นี้ ถึงจะเป็นลูกคนจัณฑาล ก็จะเป็นผู้ประเสริฐ
ยิ่งด้วยกำลังของพระเจ้าจักรพรรดิ" (อัมพัฏฐสูตร....พระ
สูตรและอรรถกถาแปล ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค เล่ม ๑๑
หน้า ๕๕๘)
ณ
พวกพระราชกุมารจึงตกลงปักหลักสร้างบ้านเมือง
ที่นั้น แล้วตั้งชื่อว่า “กบิลพัสดุ" ตามชื่อของพราหมณ์
นั้นเอง จากนั้นก็สืบเชื้อสายต่อๆ กันมาจนถึงรุ่นของพระ
เจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดา โดยลำดับ
ที่ว่า “กรุงกบิลพัสดุ” เป็นสถานที่อันบริสุทธิ์และ
เป็นชัยภูมิ เพราะลักษณะทางกายภาพที่มองเห็นนั้น ถ้า
เป็นภูมิปัญญาตะวันตกต้องบอกว่า ตามลักษณะของภูมิ
สถาปัตย์ถือว่าเป็น “ทำเลทอง” ถ้าเป็นภูมิปัญญาชาวจีน
ต้องบอกว่า “ฮวงจุ้ย” ดีเหลือเกิน ประกอบกับเมื่อกบิล-
พราหมณ์มาพำนักได้ฝึกสมาธิและแผ่เมตตาเป็นประจำ
อำนาจของสมาธิจิตจึงช่วยกลั่นแผ่นดินที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น
บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น เหมาะสมกับเป็นที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
ถ้าจะว่าไป ก็คือ พระพุทธเจ้าของเรา ท่านลงทุนมาปรับ
สถานที่สร้างเมืองก่อนการตรัสรู้ของท่านเองเลยทีเดียว
เล่ามาตั้งยืดยาว เพราะต้องการบอกว่า เมือง
ไทยก็เช่นกันที่ดินอุดม ฟ้าอากาศเหมาะสม มิใช่เป็นเรื่อง
บังเอิญ หรือเป็นความลงตัวของสภาพทางกายภาพเท่านั้น
แน่นอนพื้นที่คาบสมุทรแหลมทองนั้น ย่อมได้เปรียบทาง
กายภาพเพราะมีทั้งภูเขา ทั้งทะเล ทั้งน้ำตก เมื่อน้ำอุดม
พืชผลก็งอกงามดี
วัด
แต่เหตุผลหลักๆ คือ เรามีพระพุทธศาสนามา
ประดิษฐานเป็นปีนเป็นหลักของประเทศ เรามีพระมหาเถระ
พระเถรานุเถระ ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ และข้อวัตรปฏิบัติ
ที่งดงามที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศกว่า
ทั้งที่อยู่ในเมืองและตามป่าเขาอันเป็นที่สงบสงัดใจ เมื่อ
ท่านเหล่านี้ได้ปฏิบัติขัดเกลาจิตของท่าน “จัดระเบียบใจ"
จนเกิดพลังมวลแห่งความบริสุทธิ์” กระแสบริสุทธิ์นี้เองที่
๓๐,๐๐๐
ช่วยกลั่นทั้งกายวาจาใจของคนและสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย
ให้เกิดดุลยภาพ ที่สำคัญกระแสความเมตตาของท่านช่วย
"กลั่นแผ่นดินไทย" ให้เป็นแผ่นดินที่มีคุณภาพ สภาพ
อากาศจึงสมบูรณ์เหมาะสมล่าหรับการดำรงชีวิตและเลี้ยง
ชีพ ทั้งคำสอนก็ช่วยปรับคนให้คิดดี พูดดี ท่าดี มีอัธยาศัยดี
และ “ยิ้มสยาม” ให้ได้เลื่องลือ
ทราบอย่างนี้แล้ว ต่อไปใครมาถามว่า ทำไม
เมืองไทยโชคดี มีข้าวปลาอาหาร ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์
จะได้ตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “เพราะเมืองไทยมี
พระพุทธศาสนา อยู่ค้ำแผ่นดินไทยนั่นเอง!!” และจะได้
ทำนุบำรุงพระศาสนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ให้เป็นศาสนาประจำ
ชาติ หรือศาสนาคู่โลกกันไปเลย
-มกราคม พ.ศ. ๒๕๕