ข้อความต้นฉบับในหน้า
๔๔๗ ปี1* !
เราจะพบกับโลกในอดีต “ย้อนกลับไปประมาณ
พระพุทธศาสนา :-
...การปีกจิตในพระพุทธศาสนา “ทำให้สามารถ
ย้อนกลับไปรู้ไปเห็นเหตุการณ์ในอดีตได้หรือแม้กระทั่ง
เหตุการณ์ในอนาคต',
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 1-
...ไอน์สไตน์เชื่อว่า “หากสามารถสร้างเครื่องจักร
กล ที่สามารถทวนคลื่นความเร็วของแสงได้ เครื่องจักร-
กลชิ้นนี้จะสามารถดึงดูดเอาพลังงานในอดีต มาสร้างภาพ
ให้เราเห็นไดในปัจจุบัน” ซึ่งไอน์สไตน์ เรียกว่า “ไทมส์
แมชชีน" |
ไทมส์ แมชชีน (TTMธ '8 ผ^!รี!ฬธ)
แนวความคิดนี้....
เราสามารถจะทำความเข้าใจตามได้ง่ายๆ คือ
"ปรากฏการณ์ทุกอย่างที่เกิด นในอดีต...ปัจจุบันบ้งคงอยู่
ในรูปของคลื่นแสงทั้งสิ้น" !
ตังนั้น T-
เมื่อเราแหงนหน้ามองท้องฟ้าในยามค่าดิน
ดวงดาวเต็มท้องฟ้าทั้งหลายเหล่านั้น ดวงอยู่ไกลที่สุดที่
สามารถเห็นได้มีชื่อว่า “เป็นควาซาร์ ซึ่งอยู่ไกลจากโลก
ถึงหมื่นล้านปีแสง” นั้นหมายความว่า "ภาพที่เรามองเห็น
อยู่ในเวลานี้....เป็นภาพของดวงดาวในอดีตเมื่อหมื่นล้านปี
ก่อนที่ผ่านมา" นั้นเอง “ปัจจุบันมันอาจจะแตกสลายไป
แล้วก็เป็นได้ แต่ทว่าแสงเพิ่งเดินทางมาถึงตาเราเท่านั้น”
เนื่องจากมันอยู่ห่างไกลจากโลกอย่างยิ่ง “เพราะแม้แต่
แลงที่เดินทางได้อย่างรวดเร็วถึงวินาทีละ ๓๐๐,๐๐๐
กิโลเมตร บังต้องใช้ระยะเวลาเดินทางอย่างยาวนานถึง
หนึ่งหมื่นล้านปีเลยทีเดียว" (แสงจากดวงอาทิตย์ใช้เวลา
เดินทางมาถึงตาเรา ๘ นาที ๑๙ วินาที ห่างจากโลกประมาณ
๑๕๐ ล้านกิโลเมตร)
ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด...
หากไม่นับดวงอาทิตย์ของเราแล้ว ก็คือ “ดาว
พร็อกซิมา เซนเทารี ซึ่งอยู่ห่างไกลจากโลก ๔.๒๕ ปีแสง”
...หากเราเดินที่เงออกไมโนอวกาศ “ด้วย
ความเร็วเกือบเท่าแกงคือ ๒๙๙๙๙0 กม./
วินาที เป็นเวลา ๑ ยี” และ “โด้เวลา
เดินทางกลับคืนมามีโลกอีก ฉ ปี” รวม
เป็นเวลาทั้งสิ้น ๒ ปี!
และเมื่อกลับมาถึงโลก:-
เราจะคุ้มว่าเวลาในโลกมนุษย์นั้น
“ได้ผ่านไม่ถึง 100 ปี จนคนโนรุ่นเดียว
กับราได้คายไม่จนหมดสิ้นแล้ว”
แต่ทว่าเป็นดาวเดี่ยว) ที่มีความสว่างน้อยมองไม่เห็น
จากโลก ส่วนดาวฤก สกล้โลกที่สุดที่สามารถมองเห็นได้
ด้วยตาเปล่านั้น ชื่อว! “แอลฟา เซนเทารี ซึ่งอยู่ห่างไกล
จากโลก ๔.๓ ปีแสง” (แต่ความจริงแล้วมันเป็นดาวฤกษ์
ดวงที่อยู่ใกล้กัน จนเห็นเป็นดาวสว่างเพียงแค่ดวงเดียว)
ทว่าแม้จะอยู่ใกล้โลกมากที่สุดก็ตาม...
๒
แต่แสงผัง ต้องใช้เวลาในการเดินทางอย่าง
ยาวนานถึง 4 ปีกว่า เลยทีเดียว "ทุกวันนี้เราจึงกำลัง
ระลึกชาติเหตุการณ์ในอดีตของดวงดาวต่างๆ บนท้องฟ้า
อยู่นั่นเอง” I
เช่นกัน โ
เหตุการณ์ทุกอย่างที่บังเกิดชิ้นบนโลกในอดีตก็
ถึงแม้พระลังเมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จปรินิพพานไป
แล้ว ๒ พันกว่าปี แต่ทว่า “ภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งสมัย
พุทธกาลนั้น...ก็ฝังอยู่ในรูปของคลื่นแสงในห้วงเวลา
อวกาศ,, และยังคงเลื่อนที่ต่อไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา
ซึ่งคลื่นแสงที่ว่านี้ 'เกิดจากดวงอาทิตย์นายแสงมาผัง
พระองค์แล้วสะท้อนกลับ”
บ” สมมติว่า เราสามารถเหาะไป
นอกโลก “ด้วยความเร็วที่ผากกว่าแสงแล้วไปดักหน้าคลื่น
แสงเหล่านี้...เมื่อมองย้อนกลับมาเราก็จะสามารถมองเห็น
ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในสมัยพุทธกาลได้"
! น า มกราคม พ.ศ. ๒๕๕
Obm