ข้อความต้นฉบับในหน้า
๔. รีบหายใจเข้าลึกๆ ออกยาวๆ เช่น เมื่อจิตถูก
อกุศลเข้าครอบงำ อยากท่าร้ายคนอื่น ให้รีบสูดหายใจ
เข้าลึกๆ จนหน้าท้องพอง แล้วหายใจออกยาวๆ จนหน้า
ท้องแฟบ ทำบ่อยๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก
๕. ห่างไกลจากอบายมุข สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง
ที่ทำให้จิตเกิดอกุศล เพราะไปหมกมุ่นพัวพันกับอบายมุข 5
คือ ดื่มน้ำเมา, เที่ยวกลางคืน, เที่ยวดูการเล่น, เล่นการ
พนัน, คบคนชั่วเป็นมิตร, เกียจคร้านทำ การงาน สิ่งเหล่า
นี้นี่เองดึงรั้งใจให่ไปสู่ที่สูงไม่ได้
5. ระลึกถึงหริโอตตัปปะ หิริคือความละอายบาป
รู้สึกรังเกียจไม่อยากท่า บาป โอตตัปปะคือความเกรงกลัว
บาป กลัวว่าทำบาปแล้ว บาปจะส่งผลเป็นความทุกข์ทรมาน
จึงไม่ยอมทําบาป
๖.๑ เหตุที่น่าให้เกิดหิริ
ก) คำนึงถึงความเป็นคน หรือชาดีตระกูล
พิจารณาว่าตัวเรามีบุญ มีศักดิ์เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว
ทำไมต้องไปฆ่า ไปขโมย ไปแย่งคู่เขา ฯลฯ นั่นเป็น
ลักษณะของสัตว์เดรัจฉาน เราเป็นมนุษย์มีความสูงค่า
กว่าเป็นไหนๆ ไม่จำเป็นต้องไปทำเช่นนั้น
ข) คำนึงถึงอายุ พิจารณาว่าวัยเราขนาด
นี้แล้วยังไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี เดี๋ยวจะเป็นประเภทแก่แดด
แก่ลมไปเปล่าๆ
ค) คำนึงถึงความดีที่เคยทำ พิจารณาว่า
เราเคยทำความดีมามาก ความชั่วก็เคยละมาได้ ทำไม
ตอนนี้จะมาพ่ายแพ้อย่างง่ายๆ เพียงเพื่อความเอาแต่ใจ
ความสนุก ความเพลินชั่วครั้งชั่วคราวแค่นี้หรือ
ง) คำนึงถึงความเป็นพหูสูต พิจารณาว่า
เรามีความรู้ความสามารถต่างๆ รู้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ
จะมาพลาดท่า ทำความชั่วได้อย่างไร
จ) คำนึงถึงพระบรมศาสดา พิจารณาว่า
เราก็ลูกพระพุทธเจ้า กว่าท่านจะตรัสรู้ธรรม ธรรมะคำ
สอนให้ก็ยากลำบาก ทำไมเราไม่พิจารณาว่า เอาพุทธ
ประวัติมาสอนใจว่าพระพุทธองค์ทรงลำบากยากเข็ญกว่า
เราเพียงไหน ทำไมเราจะอดทนแค่นี้ไม่ได้
2) คำนึงถึงครูอาจารย์ สถานศึกษา
พิจารณาว่าครูอาจารย์สู้อบรมสั่งสอนเรามา ถ้าเราทำ ชั่ว
ชื่อเสียงของครูอาจารย์ สถาบันจะพลอยมัวหมองเพราะเรา
เมื่อดีดอย่างนี้ก็จะเกิดหิริ ละอายบาป ไม่ยอมทำ บาป
๖.๒ เหตุที่ท่า ให้เกิดโอตตัปปะ
ชั่ว
ก) กลัวคนอื่นดี พิจารณาว่าถ้าเราไปทำ
คนอื่นรู้ก็จะติเตียนด่าทอ รู้กันทั่วไป เมื่อกลัวคนอื่น
โอตตัปปะก็เกิดขึ้น จึงไม่ยอมห่า บาป
ข) กลัวการลงโทษ พิจารณาว่าถ้าเราไป
หา วผู้ปกครองรู้จะลงโทษ สังคมรู้ก็จะรังเกียจ ตำรวจรู้ก็
จะติดตะราง
ค) กลัวการเกิดในทุคติ พิจารณาว่าเมื่อ
ท่า ความชั่วแล้ว แม้ไม่มีใครเห็น แต่กฎแห่งกรรมไม่เคย
ละเว้นผู้ใด ผลแห่งกรรมชั่วย่อมนำ ไปสู่กำเนิดสัตว์นรก
สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย ประสบความทุกข์ทรมาน
อย่างเผ็ดร้อนสาหัส เมื่อดีดอย่างนี้ก็จะเกิดโอตตัปปะ
ความเกรงกลัวบาปไม่ยอมท บาป
วิธีป้องกันอกุศล
วิธีป้องกันอกุศลอย่างได้ผลวิธีหนึ่ง คือการสำรวม
อินทรีย์ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) ในที่นี้จะยกหมวด
ธรรมหมวดหนึ่ง คือสังวร ๕ (เครื่องระวัง ๕ ประการ)
๑. ศีลสังวร การไม่ก้าวล่วงศีล รักษาศีลทุกเมื่อ
อย่างมั่นคง
๒. สติสังวร มิสติควบคุมอินทรีย์เสมอทุกขณะไป
๓.
- ญาณสังวร รู้เท่าทันอารมณ์ได้ทันท่วงที
๔. ขันติสังวร มีความอดทนต่ออารมณ์ที่สัมผัส
๕. วิริยสังวร มีความพากเพียรละกิเลส
วิธีการส่งเสริมไม่ให้เกิดอกุศล
๑.
เมื่อจิตเกิดกุศล ให้รีบดำเนินไปจนสุดกระแส
รีบทำ กิจตามความคิดฝายสูงที่เกิดขึ้นให้สำเร็จไปโดยเร็ว
อย่าได้ผิดเวลา เพราะจิดมีธรรมชาติกดับกลอกไว้ อาจจะ
ทิ้งความคิดที่ดีนั้นได้ หรืออาจถูกทำลายโอกาสอันดีนั้นไป
ธอ
-.เ^ 4., · มกราคม พ.ศ. เซ*®#