ข้อความต้นฉบับในหน้า
อานุภาพของพระพุทธเจ้าจะปรากฏเลื่องลือ พวกเราจะ
ได้ดูการต่อยุทธ์ระหว่างช้างกับพระพุทธเจ้า
บังเอิญว่า ช่วงนั้นมีหญิงแม่ลูกอ่อนคนหนึ่ง
เห็นช้างวิ่งมาก็ตกใจกลัววางลูกไว้แล้ววิ่งหนีไป ช้างไล่
หญิงนั้นไม่ทัน ก็กลับมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ทารกน้อยผู้น่า
สงสาร ทารกนั้นร้องไห้ด้วยความตกใจกลัวยิ่งนัก พระผู้มี
พระภาคเจ้าทรงมีพระมหากรุณาแก่ทารกนั้น จึงตรัส
เรียกช้างนาฬาคิรีให้กลับมาหาพระองค์ด้วยพระสุรเสียง
อันไพเราะ ช้างได้ฟังแล้วก็วิ่งตรงรี่เข้ามาหาพระพุทธเจ้า
ซึ่งกำลังประทับยืนอยู่กลางถนนพอดี
ฝ่ายบรรดาพระมหาสาวกทั้งหลายมีพระสารี
บุตรเป็นต้น ต่างก็รับอาสาที่จะทรมานช้างนาฬาคิรี แต่
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า การทรมานช้างนาฬาคิรีไม่ใช่
วิลัยของพระสาวก ไม่ใช่วิสัยของพระพุทธเจ้าแล้วทรง
ห้ามเสีย ขณะนั้นเองท่านพระอานนท์ซึ่งจงรักและภักดีใน
พระผู้มีพระภาคเจ้ายิ่ง ได้ก้าวออกไปยืนเบื้องพระพักตร์
ของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคิดว่า ขอช้างจงฆ่าเราเถิด
เราจะสละชีวิตสนองพระคุณของพระองค์ด้วยการตาย
แทนพระองค
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสห้ามว่า “อานนท์จงหลีก
ไป" ถึง ๓ ครั้ง ท่านพระอานนท์ก็หาได้หลีกไปไม่ คงยืน
ขวางหน้าอยู่อย่างนั้น ขณะเดียวกันพระผู้มีพระภาคเจ้าก็
ทรงแผ่เมตตาจิตไปสู่ช้างนาฬาคิรี ช้างนาฬาคิรีได้สัมผัส
กระแสแห่งเมตตาจิตของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ก็สร้าง
เมาเป็นปลิดทิ้ง ลดงวงลงแล้วค่อยๆ เยื้องกรายเข้าไปหา
พระผู้มีพระภาคเจ้า ยืนอยู่ตรงเบื้องพระพักตร์ของ
พระองค์ด้วยความเลื่อมใส
ขณะนั้นพระโลกนาถเจ้าทรงยกพระหัตถ์ขวาลูบ
กระพองช้างนาฬาคิรี พลางตรัสกับช้างว่า “ดูก่อนกุญชร
เจ้าอย่าเข้าไปหาพระพุทธเจ้าด้วยจิตที่คิดจะฆ่า อันเป็น
เหตุให้เกิดทุกข์ ผู้ฆ่าพระพุทธเจ้าจากชาตินี้ไปสู่ชาติหน้า
จะไม่มีสุคติเลย เจ้าอย่าเมาและอย่าประมาท คนเหล่านั้น
ประมาทแล้วจะไปสู่ปกติไม่ได้ เจ้านี่แหละจักทำโดย
ประการที่จักไปสู่สุคติได้ ดูก่อนช้างนาฬาคีรี เจ้านี้เป็น
พัทยาณมิตร มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ©b®