ความรักและความปรารถนาดีของพระพุทธเจ้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 1 หน้า 168
หน้าที่ 168 / 208

สรุปเนื้อหา

เกิดต้นนับชาตินับจำนวนครั้งไม่ถ้วน ท่านเป็นผู้ให้มาโดย ตลอด ผู้รู้ได้อุปมาเอาไว้ว่า เลือดที่ท่านสละออกเป็นทาน มากกว่าน้ำในมหาสวาทร สละเนื้อเป็นทานมากกว่าแผ่น พื้นปฐพี สละศีรษะเป็นทานมากกว่าผลมะพร้าวในชมพูทวีป สละดวงตาเป็นทานมากกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า ท่านกล้า สละชีวิดเป็นทานเพื่อหวังพระโพธิญาณ ด้วยหวังว่า เมื่อท่าน ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว จะได้ชี้น่าหมู่สัตว์ ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากทุกข์ในสังสารวัฏ ข้ามขึ้นสู่ส่ง แห่งอมตมหานิพพาน อันเป็นเอกันตบรมสุข ความรักและความปรารถนาดีนี้ มิใช่บังเกิดขึ้น เพียงชั่วครั้งชั่วคราว หรือเพียงภพชาติเดียวเท่านั้น แต่ สืบเนื่องกันมายาวนานนับภพนับชาติไม่ถ้วน จนกระทั้ง พระองค์ท่านได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของโลก เป็นครูของมนุษย์และเทวาทั้งหลาย พร

หัวข้อประเด็น

- ความรักและความปรารถนาดีของพระพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เกิดต้นนับชาตินับจำนวนครั้งไม่ถ้วน ท่านเป็นผู้ให้มาโดย ตลอด ผู้รู้ได้อุปมาเอาไว้ว่า เลือดที่ท่านสละออกเป็นทาน มากกว่าน้ำในมหาสวาทร สละเนื้อเป็นทานมากกว่าแผ่น พื้นปฐพี สละศีรษะเป็นทานมากกว่าผลมะพร้าวในชมพูทวีป สละดวงตาเป็นทานมากกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า ท่านกล้า สละชีวิดเป็นทานเพื่อหวังพระโพธิญาณ ด้วยหวังว่า เมื่อท่าน ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว จะได้ชี้น่าหมู่สัตว์ ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากทุกข์ในสังสารวัฏ ข้ามขึ้นสู่ส่ง แห่งอมตมหานิพพาน อันเป็นเอกันตบรมสุข ความรักและความปรารถนาดีนี้ มิใช่บังเกิดขึ้น เพียงชั่วครั้งชั่วคราว หรือเพียงภพชาติเดียวเท่านั้น แต่ สืบเนื่องกันมายาวนานนับภพนับชาติไม่ถ้วน จนกระทั้ง พระองค์ท่านได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของโลก เป็นครูของมนุษย์และเทวาทั้งหลาย พระบรมศาสดาของเรา เท่านั้น ที่ทรงมีความรักอันบริสุทธิ์และมีมหากรุณาอันไม่ มีประมาณต่อสรรพสัตว์ทุกหมู่ ทรงมีความรักและปรารถนา ดีต่อสรรพสัตว์โดยไม่เลือกที่รักผลักที่ขัง มีใจเสมอทั้งต่อ บุคคลที่มาประทุษร้ายหรือเคารพนอบน้อมต่อพระองค์ พระพุทธองค์ทรงมีหฤทัยที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ ดุจ ห้วงมหรรณพที่ให้ความชุ่มเย็นแก่ฝูงปลาทั้งหลาย เป็นประดุจท้องนภาที่กว้างใหญ่ไพศาลให้สกุณาได้เริงร่า โผบิน ไฟไม่ตั้งอยู่ในน้ำ พืชไม่งอกบนหินล้วนๆ หมู่หนอน ไม่ดำรงอยู่ในยาพิษชันใด ความโกรธย่อมไม่เกิดแก่พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าชันนั้น เพราะพระองค์มีแต่กระแสแห่ง ความเมดดา พื้นดินไม่หวั่นไหว สมุทรสาครกว้างใหญ่ ประมาณไม่ได้ และอากาศไม่มีที่สุดชันใด พระพุทธเจ้าก็ มีมหากรุณาอันหาประมาณมิได้ชันนั้น ในสมัยพุทธกาล มีเรื่องตัวอย่างที่พระจอมมุนี ทรงใต้ชัยชนะช้างนาฬาคิรีด้วยกระแสแห่งเมตตาจิตอัน หาประมาณมิได้ ทำให้ช้างนาฬาคิรีซึ่งถูกมอมเหล้าจน เป็นช้างตกมัน เป็นช้างที่ดุร้ายวิ่งไล่เข่นฆ่าชาวเมือง แต่ อาศัยเมตตานุภาพอันเป็นอจินไตยของพระพุทธองค์ ทำให้กลายเป็นช้างเชื่องขึ้นมาทันที ซึ่งนับเป็นหนึ่งในชัย มงคลคาถาที่พระองค์ทรงได้ชัยชนะ เรื่องมีอยู่ว่า สมัยหนึ่ง พระเทวทัตมีความปรารถนาที่จะ ปกครองสงฆ์เอง ขาดความเคารพในพระพุทธเจ้า จึงได้ ธ ๑๖๒ ::: ::: มกราคม พ.ศ. ๒๕๕ ทำการคบหากับพระเจ้าอชาตศัตรู แล้วท่าสัญญากันว่า “มหาบพิตร พระองค์ปลงพระชนม์พระบิดาแล้วจงเป็น พระราชา ส่วนอาตมภาพปลงพระชนม์พระพุทธเจ้าแล้ว จักเป็นพระพุทธเจ้า” อยู่มาวันหนึ่ง พระเทวหัตเข้าไปใน โรงช้างตามที่พระราชาทรงอนุญาต แล้วสั่งคนเลี้ยงช้างว่า เราเป็นพระราชญาติ สามารถจะแต่งตั้งผู้ที่อยู่ในตำแหน่ง ไว้ในตำแหน่งสูงได้ สามารถที่จะเพิ่มได้ทั้งเบี้ยเลี้ยง และเงินเดือน วันพรุ่งนี้ พวกท่านจงให้ช้างนาฬาคิรีดื่มเหล้า ๑๖ หม้อ แล้วจงปล่อยไปในเวลาที่พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จเที่ยวไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ หากทำตามคำ ของเรา พวกท่านจะได้รางวัลค่าตอบแทนอย่างงดงาม ทีเดียว พวกควาญช้างได้ทั้งเช่นนั้น ก็หลงเชื่อในคำของ พระเทวหัด วันรุ่งขึ้น จึงให้ช้างนาฬาคิรีดื่มเหล้า ๑๖ หม้อ ท่าให้ช้างเกิดอาการเมามายอย่างหนัก เป็นช้างตกมัน ดุร้ายเกรี้ยวกราด ไม่มีใครสามารถจะห้ามอยู่ได้ เมื่อถูก ปล่อยออกจากโรงช้าง มันจึงวิ่งไปตามถนน เมื่อพระผู้มี พระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปกรุงราชคฤห์พร้อมกับภิกษุมาก รูปด้วยกัน ทรงพระดำเนินมาถึงตรอกนั้น ช้างเห็นพระผู้ มีพระภาคเจ้าเสด็จดำเนินมาแต่ไกล ได้ชูงวง หูชัน หาง วิ่งไปทางพระพุทธองค์ ภิกษุสงฆ์ที่ตามเสด็จมาด้วย เห็นดังนั้น ได้ กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า "พระพุทธเจ้าข้า ช้างนา ทาคิรีตัวนี้ดุร้าย หยาบช้า ฆ่ามนุษย์วิ่งเข้ามาในตรอกนี้แล้ว ขอพระสุคตเจ้าจงเสด็จกลับเถิด” พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ เสด็จกลับ แต่ตรัสว่า "มาเถิดภิกษุ เธออย่ากลัวเลย ไม่ใช่โอกาส ไม่ใช่ฐานะ ที่บุคคลอื่นจะปลงชีวิตของตถาคต เพราะพระตถาคตทั้งหลายย่อมไม่ปรินิพพานด้วยความ พยายามของผู้อื่น” ภิกษุสงฆ์แม้จะเชื่อในพระดำรัสของพระบรม ศาสดา แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ จึงทูลขอร้องให้เสด็จกลับ ถึงสามครั้ง แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสคำเดิม ในขณะนั้น มหาชนต่างก็รีบหนีซันไปอยู่บนปราสาทบ้าง บนเรือน โล้นบ้าง บนหลังคาบ้าง พวกที่ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใสไร้ ปัญญา ก็พากันกล่าวว่า พระมหาสมณโคดมจะถูกช้าง ทำร้ายเอา ส่วนผู้มีศรัทธาก็พากันวิจารณ์ว่า วันนี้
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More