ข้อความต้นฉบับในหน้า
เกี่ยวกับค่าให้สัมภาษณ์ของศาสตราจารย์
อาร์เธอร์ เอ็ดดิงตัน (KAI-ค 500เผO ชุดผ) ซึ่งเป็น
ผู้พิสูจน์สนับสนุนทฤษฎีสัมพัทธภาพนี้ แต่เมื่อมีผู้สื่อข่าว
ด
๓
ถามเขาว่า “อะไรคือสิ่งที่สำคัญเกี่ยวกับทฤษฎีของไอน์สไตน์
เพราะเราเชื่อว่าท่านคือ ใน คนบนโลกนี้เท่านั้นที่
เข้าใจทฤษฎีนี้จริงๆ” เอ็ดดึงดันเงียบไปนาน จนผู้สื่อข่าว
รู้สึกกังวลจนต้องถามว่า “มีอะไรผิดปรกติหรือเปล่า?"
เอ็ดดิงตันจึงตอบกลับมาว่า "ไม่มีอะไร...แต่ผมกำลัง
พยายามคิดว่าใครคือคนที่ ๓ ที่เช้าใจทฤษฎีนี้” !??
หมายเหตุ ...คาสตราจารย์อาเธอร์ เอ็ดดิงตัน เป็นนัก
วิทยาศาสตร์มีชื่อเสียงอีกท่านหนึ่งในยุค ไอน์สไตน์ที่ชื่อเรื่อง
“จิต”
นั่นเอง /"
...เขากล่าวว่า “เรื่องของ โสกเป็นเรื่องของจิต
(7178 51^ 08 7818 \^0ค1.0 15 Iเผอ 87088)
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ :-
เป็นเรื่องซับซ้อนลึกซึ้งเกินกว่าปัญญามนุษย์ จะ
สามารถค้นสมองครุ่นคิดออกมาได้ “ซึ่งไอน์สไตน์ก็ค้นพบ
ทฤษฎีนี้....จากการหยั่งรู้จากภายในที่เกิดขึ้นมาเอง”
เป็นที่มาของสูตรสำเร็จ คือ A-12 (สมการนี้สามารถใช้
และ
อธิบายเรื่องราวต่างๆในพระพุทธศานาได้ชัดเจนเลยทีเดียว)
กับเรื่องราวในพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น จนทําให้อดที่จะคิด
ไม่ได้ว่า...
ไอน์สไตน์ได้ศึกษาพระพุทธศาสนาจนทะลุปรุโปร่ง
แล้ว กระทั่งเกิดความเชื่อว่า “น่าจะเป็นไปได้ !” แล้วจึง
พยายามคิดค้นหาสูตรสำเร็จในทางวิทยาศาสตร์ “เพื่อใช้
อธิบายเรื่องราวต่างๆ ในพระพุทธศาสนา” จนกระทั่งได้
ค้นพบเป็นผลสำเร็จ “ด้วยการหยั่งรู้จากภายใน ขณะ
จิตใจปลอดโปร่งสบาย ไม่ได้คิดสิ่งใดทั้งสิ้น”
ดังนั้น...
สิ่งที่ไอน์สไตน์พยายามที่จะอธิบายให้เข้าใจ
“ประเด็นสำคัญจึงเหมือนกับเรื่องราวในพระพุทธศาสนา
อย่างยิ่ง” แต่ก็ยากเกินกว่าจะทำให้คนทั่วไปเข้าใจได้โดย
ง่ายเพราะอาจไม่สามารถที่จะอธิบายบางอย่างให้ชัดเจน
ลงไปตามเรื่องราวในพระพุทธศาสนาได้ ดังเช่น “เรื่อง
ของนรก-โลก-สวรรค์ ซึ่งมีกรอบแห่งขอบเขตและเวลาที่
แตกต่างกัน" แต่ไอน์สไตน์นั้นจำเป็นต้องอธิบาย โดยการ
ยกตัวอย่างกรอบเล็กๆ เช่น... ยานอวกาศ, เครื่องบิน,
รถยนต์, รถไฟ “ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่างๆ แล้วจึง
เปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างกรอบนั้นๆ”
ตัวอย่างเรื่องเวลาที่แตกต่าง
จากทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์
นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส...ชื่อ PAUL LAผดธVเผ
ได้คำนวณด้วยสมการของไอน์สไตน์เอาไว้ว่า :- หากเรา
เดินทางออกไปในอวกาศ “ด้วยความเร็วเกือบเท่าแสงคือ
๒๙๙,๗๙๐ กม./วินาที เป็นเวลา ๑ ปี" และ “ใช้เวลา
เดินทางกลับคืนมาสู่โลกอีก ๑ ปี" รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น ๒
ปี I
และเมื่อกลับมาถึงโลกะ
เราจะพบว่าเวลาในโลกมนุษย์นั้น “ได้ผ่านไปถึง
๒๐๐ ปี จนคนในรุ่นเดียวกับเราได้ตายไปจนหมดสิ้นแล้ว”
แต่ในทางตรงข้าม
หากเราเดินทางออกไปในอวกาศ “ด้วยความเร็ว
ก่อนที่ไอน์สไตน์จะค้นพบทฤษฎีนี้ เขามั่นใจอยู่ก่อนแล้วว่า เหนือแสง คือ มากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ กม./วินาที” ไปกลับ
“จะต้องมีอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง I” และเมื่อค้นพบทฤษฎีนี้แล้ว
“คำอธิบายต่างๆ ที่พรั่งพรูติดตามมา....ก็ล้วนแต่สอดคล้อง
รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น ๒ ปี เช่นกัน
และเมื่อกลับมาถึงโลก
3-
©๖๖ กัลยา ณ น มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕