กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 1 หน้า 174
หน้าที่ 174 / 208

สรุปเนื้อหา

เสมือนว่าเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมา ณ บัดนี้ เลยทีเดียว ! จากความรู้เหล่านี้เอง :- องค์การนาซาของประเทศสหรัฐอเมริกา จึงมี โครงการสร้าง "กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล” หรือ เรียกอีกอย่างว่า “ยานเวลาเจาะอดีตจักรวาล” โดยกล้อง นี้มีขนาดใหญ่ถึง ๙๔.๔ นิ้ว “ซึ่งสามารถมองย้อนอดีต กลับเข้าไปในจักรวาล...หรือมองออกไปยังขอบจักรวาล ได้ไกลถึง ๑๔,๐๐๐ ล้านปีแสง” โดยมีจุดประสงค์ คือเพื่อ จะศึกษาการกำเนิดของจักรวาล ซึ่งเรียกว่า “บิกแบง" (616 6746) โดยเชื่อกันว่า “จักรวาลมีกำเนิดจากการระเบิด ครั้งใหญ่ในอดีตเมื่อประมาณ ๑๖,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ล้านปีที่ ผ่านมา” และเชื่อว่า “ขอบของจักรวาลจะอยู่ห่างจากโลก ออกไปไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านปีแสง” ดังนน :- เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ค.๒๕๓๓ “องค์กร นาซาจึงได้ส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลข

หัวข้อประเด็น

- กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เสมือนว่าเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมา ณ บัดนี้ เลยทีเดียว ! จากความรู้เหล่านี้เอง :- องค์การนาซาของประเทศสหรัฐอเมริกา จึงมี โครงการสร้าง "กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล” หรือ เรียกอีกอย่างว่า “ยานเวลาเจาะอดีตจักรวาล” โดยกล้อง นี้มีขนาดใหญ่ถึง ๙๔.๔ นิ้ว “ซึ่งสามารถมองย้อนอดีต กลับเข้าไปในจักรวาล...หรือมองออกไปยังขอบจักรวาล ได้ไกลถึง ๑๔,๐๐๐ ล้านปีแสง” โดยมีจุดประสงค์ คือเพื่อ จะศึกษาการกำเนิดของจักรวาล ซึ่งเรียกว่า “บิกแบง" (616 6746) โดยเชื่อกันว่า “จักรวาลมีกำเนิดจากการระเบิด ครั้งใหญ่ในอดีตเมื่อประมาณ ๑๖,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ล้านปีที่ ผ่านมา” และเชื่อว่า “ขอบของจักรวาลจะอยู่ห่างจากโลก ออกไปไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านปีแสง” ดังนน :- เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ค.๒๕๓๓ “องค์กร นาซาจึงได้ส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลขึ้นไปโคจร ในอวกาศรอบโลก...ด้วยยานขนส่งอวกาศดิสคัฟเวอรี่" เพื่อทำการระลึกชาติในอดีตของจักรวาล ! จากกรณีทั้งหมดตังที่กล่าวมา : คงจะทำให้เราเข้าใจทฤษฎีสัมพัทธภาพของ ไอน์สไตน์ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น “เมื่อศึกษาเปรียบเทียบ กับเวลาที่แตกต่างระหว่างภพในพระพุทธศาสนา" รวมทั้ง กรณีอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ คือ “เรื่องของความสัมพันธ์ ระหว่างพลังงานกับสสาร” (ธ−IV12) ซึ่งเราได้กล่าวไปแล้ว ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “ของหยาบและละเอียด สามารถแปรเปลี่ยนกลับไปกลับมาได้...บุญบาป สามารถ สร้างทุกสรรพสิ่งขึ้นมาได้ ...และทุกๆ สรรพสิ่งก็สามารถ จะแปรเปลี่ยนเป็นบุญ บาป ได้เช่นกัน" ฯลฯ ทั้งหมดนี้... ชัดเจนอย่างยิ่งว่า “ทฤษฎีสัมพัทธภาพคือสิ่งที่ ไอน์สไตน์....พยายามที่จะอธิบายเรื่องราวในพระพุทธ ศาสนาเป็นภาษาทางคณิตศาสตร์” คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญดอก นะ "ที่ทฤษฎีสัมพัทธภาพจะเหมือนกับเรื่องราวใน พระพุทธคาสนาไปหมดซะทุกอย่าง" ในโลกไหนเลยจะมี เรื่องบังเอิญมากมายอะไรเช่นนี้ แม้กระทั้งเรื่องที่ว่า “จิต ของมนุษย์สร้างจักรวาลขึ้นมา” (พระพุทธศาสนาเป็น ศาสนาเดียวของโลกที่สอนเช่นนี้ ศาสนาอื่นๆ จะสอนว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกและทุกสรรพสิ่ง) อย่าว่าแต่...การที่ไอน์สไตน์ “ได้ยกย่องเทิดทูน พระพุทธศาสนาให้เป็นศาสนาของจักรวาล" (005^10 66- น(3108) ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ความหมายก็ชัดเจน อย่างยิ่งทีเดียวว่า “ไอน์สไตน์เข้าใจและให้ความสำคัญแก่ พระพุทธศาสนามากเพียงใด” จึงไม่น่าแปลกใจอะไรเลย ถ้าจะบอกว่า “ไอน์สไตน์ได้คัดลอกพระพุทธศาสนาออก มาเป็นภาษาทางวิทยาศาสตร์นั้นเอง” ! แล้ว... ในเมื่อไอน์สไตน์เข้าใจพระพุทธศาสนาดีเช่นนี้ แน่นอนที่สุดที่เขาจะต้องรู้ว่า “หัวใจสำคัญของ พระพุทธศาสนา คือการฝึกจิตให้ผ่องใสหมดจดจากกิเลส !" โดยมีวิธีการปฏิบัติทางจิตโดยตรงที่กล่าวเอาไว้อย่างละเอียด ได้แก่ “การทำสมาธิ ๔๐ วิธี" สําคัญอยู่ที่ว่า... ไอน์สไตน์ได้ลงมือก สมาธิหรือไม่!?? เพราะข้อมูลต่างๆ ได้บ่งบอกไปในลักษณะนั้น เช่น - ทฤษฎีสัมพัทธภาพเกิดจาก “การหยั่งรู้จาก ภายใน” (เผ█ปเทโION) ...ภาพลักษณ์ของไอน์สไตน์คล้ายกับ “ผู้กำลังทำ สมาธิในอิริยาบถต่างๆ” ๑๖๘ กัลยาณเพิ มกราคม พ.ศ. เฝ๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More