ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระพุทธรูปปางต่างๆ ที่ประดิษฐานในปรางค์องค์ประธาน
อันพร้อมเพรียงของพวกเราก็ดังก้องกังวานไปไกลแสนไกล
ในความรู้สึกของผมเชื่อว่า คงดังก้องไปทั้งจักรวาลเลย
ทีเดียว อย่างน้อยๆ ก็ทำเอาบรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลาย
พากันหยุดมองและบันทึกภาพไว้ด้วยความสนใจ จากนั้น
พวกเราก็พร้อมใจทำสมาธิภาวนาโดยมีสามเณรชาว
กัมพูชา งมาศึกษาธรรมะที่วัดพระธรรมกายเป็นผู้นำนั่ง
สมาธิ ก่อให้เกิดบรรยากาศที่สงบและศักดิ์สิทธิ์จนสัมผัสได้
ถึงตายก็ตายตาหลับ
สามเณรน้อยนำนั่งสมาธิ
ทุกอณูของนครวัด ฉะนั้นจึงไม่น่าภูมิใจหรือไม่คุ้มลัก
เท่าใดกับการเห็นแบบนี้ จะบอกว่ามาเห็นแล้วตายตา
หลับอย่างนี้ยังไม่พอ เพราะตายไปจะตกนรกหรือขึ้น
สวรรค์ก็ยังไม่รู้ เรื่องอะไรจะยอมตายให้โง่
ถ้าจะให้แน่ต้องเอาอย่างมหาธรรมกายเจดีย์ของ
เรานี่ผมว่าชัดเจนที่สุดเพราะพวกเราสร้างมาเพื่อสื่อให้
เข้าถึงธรรมะภายในโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง
องค์ประกอบ หรือแผนผังแต่ละอย่างพอถอดรหัสออกมา
ก็จะเป็นธรรมะทั้งสิ้น
ฉะนั้น ใครที่อยากตายตาหลับจริงๆ ขอให้มายัง
มหาธรรมกายเจดีย์นี่เถิด รับรองไม่ผิดหวังเพราะต่อจาก
ความยิ่งใหญ่อลังการของนครวัดที่เลื่องลือออกไป
ทำให้ผู้คนมากมายใฝ่ฝันที่จะหาโอกาสมาเที่ยวชม
โบราณสถานแห่งนี้เพื่อเป็นบุญตาดังคำกล่าวของอาร์โนลด์ นี้ไปใครๆ จะต้องพูดว่า
ทอยนบี นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษที่พูดเพียงสั้นๆ แต่
จุดความใฝ่ฝันของคนทั้งโลกไว้ว่า “566 King" โผล
ลูกช 016" คือบอกว่าถ้าได้มาเห็นนครวัดลักครั้ง ถึงจะ
ตายก็ไม่เสียดายหรือจะตายก็ตายตาหลับ อะไรทำนองนั้น
ผมว่าใครที่คิดอย่างนั้นก็ถือว่ามองอะไรขึ้นไปสัก
หน่อย เหมือนกับมองเห็นเพียงแค่ความยิ่งใหญ่งดงาม
ของนครวัดเท่านั้น แต่ยังมองไม่ซึ้งถึงธรรมะที่ซ่อนอยู่ใน
๑๕๖ กัลยาณ ด มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕
“.....เพียงเห็นมหาธรรมกายเจดีย์สักครั้งหนึ่ง ถึง
ตายก็ไปสุคติ