ข้อความต้นฉบับในหน้า
หุกความสำเร็จที่หัวใจเรียกร้อง
ไม่มป้อมปราการใดจะมากางกั้น
หากหัวใจกั้งมั่น นั่นหมายถึง
ความสำเร็จ ๕๕ ^0
เหก็ออีกเปอร์เย็นดีดียว
ดีอลงมือทําว
ดังเโนหระภิกษุรูปหนึ่ง
ผู้มีหัวใจไสั่งกีดโวาง
ปรากฏในหนังสือพระธรรมบทเล่มที่ ๑
ในเมืองสาวัตถี มีกุฎมพี่ผู้หนึ่งนามว่ามหาบาล
สมัยนั้นเมืองสาวัตถี มีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมาก
ชาวเมืองได้ฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บรรลุ
ธรรมเป็นอริยสาวกเกือบค่อนเมือง เหล่าอริยสาวกที่เป็น
ฆราวาสมีกิจกรรมบุญหลักเพียง ๒ อย่างเท่านั้น คือก่อน
พระภิกษุและสามเณรลันภัตตาหารทั้งเช้าและเพล ได้
พร้อมใจกันถวายทาน และหลังจากพระและสามเณรกันแล้ว
ก็ถือเครื่องสักการบูชาไทยธรรม ไปเพื่อจะฟังธรรมและ
ปฏิบัติธรรม วันหนึ่ง กุฎมพี่มหาบาลเห็นหมู่อริยสาวก
กำลังไปวิหาร จึงถามว่า “มหาชนจะไปไหนกัน ?" ครั้น
ได้ยินว่า "ไปฟังธรรม” ก็คิดว่า “เราก็จักไป” ครั้นไปถึง
ถวายบังคมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จึงนั่งท้ายสุดของ
ประชุมชน.
ธรรมดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย เมื่อจะ
ทรงแสดงธรรม ทอดพระเนตรอุปนิสัยแห่งคุณ มีสรณะ
ศีลและบรรพชาเป็นด้น ก่อนแล้วจึงทรงแสดงตามอัธยาศัย
วันนั้น พระองค์ทอดพระเนตรอุปนิสัยของกุฎมพีแล้ว
๑๕๘ ฝทป'เณ แม - มกราด^ พ.ศ. ๒๕๐๕
เมื่อทรงแสดงธรรม ได้ตรัสอนุปุพพิกถา คือทรงประกาศ
ทานกถา สีลกถา ลัคคกถา โทษความเลวทรามและความ
เศร้าหมองแห่งกามทั้งหลาย และอานิสงส์ในเนกขัมมะ
ท่านกุฎม สดับธรรมนั้นแล้ว ก็คิดได้ว่า “บุตรและธิดาก็ดี
โภคสมบัติก็ดี ย่อมไม่ไปตามผู้ไปสู่โลกหน้า ถึงร่างกายก็
ไปกับตัวเองไม่ได้ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะอยู่ครองเรือน”
จึงตัดสินใจออกบวชทันทีโดยบอกลาญาติพี่น้องทางบ้าน
เรียบร้อย
เมื่ออยู่ในสำนักอุปัชฌาย์ ถึง ๕ พรรษา ย่าง
เข้าพรรษาที่ 5 เข้าไปเสาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถวาย
บังคมแล้วทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญในพระศาสนานี้
มีสมณกิจหลักของเหล่าภิกษุที่อย่าง ? พระองค์ตรัสตอบว่า
“มี ๒ อย่าง คือ ดันถธุระและวิปัสสนาธุระ พระมหาบาล
ทูลถามว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ดันถธุระและวิปัสสนา
ธุระเป็นอย่างไร ?” ตรัสตอบว่า กิจนี้ คือ การเรียนนิกาย
{หมวดธรรม)หนึ่งหรือสองนิกายจนจบพุทธวจนะคือพระ
ไตรปิฎก ตามสมควรแก่ปัญญาของตนทรงง่า ขึ้นใจ แล้ว
กล่าวบอกพุทธวจนะนั้น ชื่อว่าคันถธุระ ส่วนการเริ่มตั้งความ
สิ้นและความเสื่อมไว้ในอัตภาพ ยังวิปัสสนาให้เจริญ ด้วย
อำนาจแห่งการกระทำ สมาธิที่ต่อเนื่องแล้ว บรรลุพระ
อรหัตของภิกษุผู้มีความประพฤติดีแคล่วคล่อง ยินดียิ่งใน
เสนาสนะสงัด ชื่อว่าวิปัสสนาธุระ เลยกราบทูลพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าว่า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์บวชตอนแก่ ไม่
สามารถจะบำเพ็ญคันถธุระให้สมบูรณ์ได้ แต่จักบำเพ็ญ
วิปัสสนาธุระให้สมบูรณ์ ขอพระองค์ตรัสบอกพระกรรม
ฐานแก่ข้าพระองค์เถิด
ล่าดับนั้น พระองค์ตรัสบอกพระกรรมฐานตั้งแต่
ต้นจนถึงพระอรหัต ท่านถวายบังคมพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าแล้ว สมัครพรรคพวกภิกษุด้วยกันได้ถึง ๖๐ รูป
เดินทางไกลถึงหมู่บ้านชายแดนซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่หมู่หนึ่ง
จึงเข้าไปบิณฑบาต ชาวบ้านพอเห็นพระภิกษุจำนวนมาก
ก็เปรียบเสมือนต้นกล้าที่คอยฝนต่างดีใจกันใหญ่นิมนต์รับ
ภัตตาหารพร้อมทั้งนิมนต์อยู่ พรรษาที่อารามใกล้บ้าน
เหล่าพระภิกษุซึ่งมีพระมหาบาลเป็นหัวหน้าก็รับนิมนต์
ในวันจำพรรษา พระเถระเลยจัดประชุมพร้อมกัน แล้ว
ถามว่า “ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจักให้พรรษา