ข้อความต้นฉบับในหน้า
ยกไม่ขึ้น แต่มั่นใจว่าต้องก้าวออก ต้องไหว ก็เลยค่อยๆ
กระดิกนิ้วทีละนิ้วๆ พอครบห้านิ้ว ก็ก้าวขา และก้าวออก
มันสำคัญที่ใจนะ ตั้งใจสู้ซะอย่าง มันก็ทำได้”
จนกระทั่งเมื่ออาการทรุดหนักมาก คุณยายจึงได้
บอกกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยให้ทราบด้วย
น้ำเสียงที่ราบเรียบเป็นปกติว่า
“ยายไม่รู้ว่าเป็นอะไร คงจะต้องหาหมอมารักษา
มันหมดแรงไปเสียเฉยๆ
ซึ่งจากการตรวจของแพทย์ พบว่าคุณยายเป็น
โรคขาดสารอาหาร โดยในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ค.
๒๕๒๕ เป็นช่วงที่คุณยายป่วยหนัก ท่านได้เล่าให้ข้าพเจ้า
ฟังว่า
“เมื่อคืนยายลุกขึ้นมานั่งเข้าที่บนเตียง ทำใจใสมาก
จนธรรมะใสสะอาดมาก เห็นพระธรรมกายในตัวใสที่สุด
ใสแจ๋วที่สุด สว่างมาก มองเห็นโลกนี้มีด กลางวันในโลก
เหมือนเป็นความมืดเมื่อเทียบกับความสว่างของพระธรรม
กายที่ยายเห็น ยายจึงรู้ว่าป่วยครั้งนี้ ถ้าเป็นคนธรรมดา ก็
๑๐๐ กัลยาณมิตร มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕
ตายไปนานแล้ว ยายจึงอธิษฐานว่า ทุกภพทุกชาติที่ยังต้อง
ลงมาสร้างบารมี ขอให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ให้หูดีดาดี
ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายที่ป่วย ชาติต่อไปไม่ให้มีโรคเลย
เมื่อถึงคราวหมดอายุขัย ก็ให้ไปอย่างง่ายดาย เหมือน
นอนหลับไป”
การดูแลอาการป่วยของคุณยาย จึงทำอย่างเต็มที่
ทุกวิถีทาง ทุกอย่างที่คิดว่าดีที่สุดถูกนำมาใช้หรือ
ประคับประคองสังขารของคุณยาย กระทั่งปี พ.ศ.๒๕๒๙
เป็นเวลา ๔ ปี คุณยายจึงเริ่มที่เนดีขึ้นมาเป็นลำดับ ด้วย
อาหารที่มีคุณภาพ อาหารเสริม วิตามิน และยาบำรุง
ร่างกายต่างๆ ที่จัดว่าเป็นเลิศ ได้นำมาใช้บำรุงร่างกาย
ของคุณยาย ต่อมาสุขภาพของท่านเริ่มแข็งแรง และ
ตั้งแต่วันอาทิตย์ต้นเดือนในปี พ.ศ.๒๕๓๐ เป็นต้นมา
ท่านก็สามารถออกมาเป็นผู้นำในการบูชาข้าวพระที่สภา
ธรรมกายสากลหลังคาจากได้ เริ่มมีเรี่ยวแรงที่จะรับแขก
ในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ที่อาคารยามาได้ตามลำดับ
ครั้นวันเวลาล่วงเลยเข้าสู่เดือนมิถุนายน