ข้อความต้นฉบับในหน้า
-
PR
เกณฑ์ขึ้น ทั้งที่จบ ป.4 มาเหมือนๆ กัน เลยทำให้คิด
ว่าการเข้าวัดน่าจะดีนะตอนหลังก็เลยไปบ่อยขึ้น
ผู้สัมภาษณ์ : ตอนนั้นเลิกเหล้าได้หรือยังคะ
คุณไพรัตน์ : ยังครับ คือ วัดก็เช้า เหล้าก็กิน แต่วันหนึ่ง
เหมือนถึงคราวที่จะเลิกได้มั้ง ผมได้เจอหลวงพ่อธัมมชโย
ท่านทักผมว่า ได้ข่าวว่าเปิดร้านใหม่ไม่ใช่หรือ เปิดมาได้
กี่เดือนแล้ว ผมก็เรียนท่านว่า ๓ เดือน ท่านก็ทักต่อเลยว่า
ให้ผมกลับไปดูป้ายหน้าร้านใหม่นะ ว่าป้ายชักจะเอียงๆ
ท่านหักแบบนี้ผมรู้สึกสะกิดใจเลย เพราะป้ายเอียงนี่หมาย
ถึงจะเจ๊ง เลยได้เริ่มคิดว่าเราน่าจะเลิกเหล้าจริงๆ ซะที
ผู้สัมภาษณ์ : แล้วเป็นยังไงต่อคะ
คุณไพรัตน์ : พอรุ่งขึ้นก็ได้มาเจอหลวงพ่อหัตตชีโว ด้วย
เหตุที่ท่านเมตตาให้ความเป็นกันเองกับผม ท่านก็ทักผม
เลยว่า ถ้าเลิกเหล้าไม่ได้ไม่ต้องมาหาท่านอีก ตรงนี้ท่าให้
เราตัดสินใจว่าต้องเลิกจริงๆ แล้วหละ เพราะเราเข้าวัดแล้ว
เราต้องเคารพศรัทธาท่าน ที่ท่านกล้าพูดอย่างนี้ไม่กลัว
ผมโกรธ ท่านต้องหวังดีกับผมจริงๆ ผมเลยตัดสินใจเลิก
โดยเอากระป๋องนมตราหมีอะลูมิเนียมอันใหญ่ใส่น้ำดื่มไว้เต็ม
๑๕ กระป๋อง แล้วบอกกับตัวเองว่า ถ้าคิดจะดื่มเหล้า
ต้องกินน้ำให้ หมด ๑๕ กระป๋องก่อน พอดื่มไปๆ จนน้ำ
มาถึงคอ ก็ไม่อยากทานเหล้าแล้ว ตอนนั้นใช้เวลา ๑๕ วัน
ผมถึงเลิกเหล้าได้..พอเลิกได้ ผมเลยได้คิดว่าถึงแม้เราจะ
เลือกสิ่งแวดล้อมไม่ได้ แต่เราเลือกทำในสิ่งที่ดีๆ ได้
ผู้สัมภาษณ์ : ดีใจไหมที่คุณไพรัตน์เลิกเหล้าได้
คุณพ่องกมล (ภรรยาคุณไพรัตน์) : ดีใจมาก ทุกคนอยาก
ให้เขาเลิก พอเขาเลิกได้เหมือนมีชีวิตใหม่ ขึ้นมา
ผู้สัมภาษณ์ : หลังจากที่คุณจิตตวุธแต่งงานแยกครอบคริวไป
แล้วเป็นยังไงบ้าง
คุณจิตตวุธ (ลูกชายคนที่ ๒) : ตอนนั้น พอแยกออกไป ก็
ห่างครอบครัวใหญ่มากขึ้นนะ ก็จะไปเข้าสังคมกลุ่มพ่อ
ค้าขายยา เพราะเราทำธุรกิจด้านนี้ต้องสังคมบ่อย แต่
เพื่อนกลุ่มนี้กินเหล้า เล่นพนัน เต้นลีลาศกัน แทบทุก
อาทิตย์เลย จนพี่น้องเราเป็นห่วงว่าเราจะเป็นคนดีดเที่ยว
ไปกับเขาด้วย ตอนหลังมีเรื่องถึงกับต้องค้ำประกันเพื่อน
ที่เล่นพนัน ก็รู้สึกว่าแม้เราไม่ได้เล่น แต่เราเองก็
ติดร่างแหไปด้วย จนตอนหลัง น้องชายกับน้องสาวชวน
เรามาวัด ชีวิตผมก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นทั้งตัว
พี่เองและครอบครัว
มกราคม พ.ศ. 10๕3:๕ b©