การต่อสู้กับยักษ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 18
หน้าที่ 18 / 120

สรุปเนื้อหา

ไปติดอยู่ที่ขนหน้าแข้งยักษ์ทั้งหมด ถึง เพียงนี้แล้ว ปัญจาวุธกุมารก็มิได้ทรง หวาดหวั่นขวัญเสีย ตรัสข่มขู่แสดงอำนาจ อยู่มิได้ขาดปาก พลางโถมเข้าชกต่อย เตะถีบเป็นพัลวัน แต่ทั้งมือทั้งเท้าของ พระองค์ก็มีอันต้องไปติดอยู่ที่ขนหน้าแข้ง อันดกหนารุงรังของยักษ์ทั้งสิ้น สภาพของมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อย ที่ติดโตงเตง ขลุกขลักอยู่ในกลุ่มขน หน้าแข้งของยักษ์ใหญ่นั้น น่าสมเพช เวทนายิ่งนัก แต่พระกุมารปัญจาวุธ ทรงเป็นนักสู้ที่ยากจะหาใครเสมอเหมือน ทรงใช้พระวรกายทุกส่วนเข้าทำร้ายคู่ ต่อสู้ จนแม้เส้นพระเกศาก็ไม่เป็นอิสระ ยักษ์ร้ายนึกอัศจรรย์ในความเด็ด เดี่ยวกล้าหาญผิดวิสัยมนุษย์ของเหยื่อ รายนี้ยิ่งนัก มันรำพึงอยู่ในใจว่า “มนุษย์นี้เป็นเอก ยากที่จะหาใคร เสมอเหมือน เราฆ่าคนมาก็มาก ไม่เคย เห็นใครองอาจแกล้วกล้า สู้ตายเหมือ

หัวข้อประเด็น

- การต่อสู้กับยักษ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๔ ไปติดอยู่ที่ขนหน้าแข้งยักษ์ทั้งหมด ถึง เพียงนี้แล้ว ปัญจาวุธกุมารก็มิได้ทรง หวาดหวั่นขวัญเสีย ตรัสข่มขู่แสดงอำนาจ อยู่มิได้ขาดปาก พลางโถมเข้าชกต่อย เตะถีบเป็นพัลวัน แต่ทั้งมือทั้งเท้าของ พระองค์ก็มีอันต้องไปติดอยู่ที่ขนหน้าแข้ง อันดกหนารุงรังของยักษ์ทั้งสิ้น สภาพของมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อย ที่ติดโตงเตง ขลุกขลักอยู่ในกลุ่มขน หน้าแข้งของยักษ์ใหญ่นั้น น่าสมเพช เวทนายิ่งนัก แต่พระกุมารปัญจาวุธ ทรงเป็นนักสู้ที่ยากจะหาใครเสมอเหมือน ทรงใช้พระวรกายทุกส่วนเข้าทำร้ายคู่ ต่อสู้ จนแม้เส้นพระเกศาก็ไม่เป็นอิสระ ยักษ์ร้ายนึกอัศจรรย์ในความเด็ด เดี่ยวกล้าหาญผิดวิสัยมนุษย์ของเหยื่อ รายนี้ยิ่งนัก มันรำพึงอยู่ในใจว่า “มนุษย์นี้เป็นเอก ยากที่จะหาใคร เสมอเหมือน เราฆ่าคนมาก็มาก ไม่เคย เห็นใครองอาจแกล้วกล้า สู้ตายเหมือน หนุ่มน้อยผู้นี้เลย ชะรอยคงจะมีอะไร ดี ๆ อยู่ในตัว” ในที่สุด ยักษ์แม้ร้ายเท่าร้ายก็ยัง ลังเล เมื่อเจอคนใจแข็งจริง ๆ เข้า “พ่อหนุ่ม...ทำไมเจ้าจึงไม่กลัว ตาย” ยักษ์หยั่งเสียงถาม พระราชกุมารแม้เข้าตาจน มี ความตายจ่ออยู่ตรงหน้า แต่ด้วยกำลัง ใจอันเข้มแข็ง และพระสติอันฝึกดีแล้ว ประกอบกับทรงมีไหวพริบปฏิภาณเป็น เลิศ เมื่อจับน้ำเสียงได้ว่ายักษ์กำลังลังเล ก็ฉวยโอกาสนั้นแสดงท่าทีข่มขู่ กล่าว ตอบด้วยอุบายเป็นนัย “ทำไมเราจะต้องกลัวตาย ในเมื่อ ทุกคนเกิดมาแล้วต้องตายด้วยกันทั้งนั้น แม้เจ้าเองก็ต้องตาย ยิ่งกินเราเข้าไป เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งตายเร็วขึ้นเท่านั้น” ในที่สุด ด้วยพระสติปัญญา อันเฉลียวฉลาด และความอุตสาหะวิริยะ เป็นเลิศ เพียงเวลา ผ่านไปไม่นาน ปัญจาวุธกุมาร ก็สามารถศึกษา ศิลปศาสตร์ได้สำเร็จ ครบทุกแขนง ในด้านการรบพุ่ง ทรงมีความชำนาญ ยอดเยี่ยมในการใช้อาวุธ สำคัญทั้ง ๕ ชนิด สมดังค่าทํานาย ของโหราจารย์ ทุกประการ และทรงถืออาวุธ ทั้งหมดนั้นเป็นอาวุธ ประจำพระองค์ “ทำไม...” ยักษ์ถามเร็วปรือ “จะบอกให้นะ เราไม่เหมือน คนอื่น ในท้องเรามีวชิราวุธ อาวุธนี้ นอกจากจะย่อยไม่ได้แล้วยังคมกริบ พอเจ้ากินเราเข้าไป วชิราวุธก็จะบาด ตับไตไส้พุงของเจ้าให้ขาดวิ่น เจ้าต้อง ตายไปพร้อม ๆ กับเราแน่นอน ที่เราต่อสู้ เจ้านั้นไม่ใช่เพราะกลัวตาย แต่สงสาร ไม่อยากให้เจ้าตายเร็วเกินไป บางที ถ้าพูดกันรู้เรื่อง เจ้าก็จะได้อยู่เป็นสุข ดีกว่านี้...” (หลาน ๆ อย่าเพิ่งเหมาเอาว่า พระเอกของเราโกหกเอาตัวรอดนะจ๊ะ การพูดปดน่ะไม่ดี ปัญจาวุธกุมารมิได้ เป็นเพียงนักรบ แต่ทรงมีพระอุปนิสัย ฝักใฝ่ในธรรมมาแต่เล็กแต่น้อย ใจของ ท่านสงบ สะอาด สว่างไสวอยู่ตลอด เวลา ผิวพรรณของพระองค์จึงผ่องใส สติปัญญาเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่ยังทรง พระเยาว์ คราวนี้ท่านก็ไม่ได้พูดเท็จ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More