การจราจรในเมือง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 73
หน้าที่ 73 / 120

สรุปเนื้อหา

หากการจราจรจะติดขัดบ้าง ช่วงรถ ติดจะสั้นกว่าการติดขัดบนถนนเพชรบุรี ขับออกไปจากที่ทำงานยังไม่ถึงสอง ป้ายรถเมล์ ถูกรถเมล์จัมโบ้ไล่กวด ไปติดสัญญาณไฟแดงตรงสี่กั๊กพระยา ศรี ข้าพเจ้าเริ่มตื่นเต้นอีกแล้ว เครื่องยนต์ ตับ สตาร์ทไม่ติดถึงสองครั้ง แต่ค่อย ยังชั่วที่จัมโบ้ไม่กดแตรไล่ พอรถเข้า ใกล้เขตวัดมังกรกมลาวาด การจราจร ดูพลุกพล่าน วุ่นวายไปหมด นอกจาก ผู้คนจะข้ามถนนกันไม่เป็นที่เป็นทาง แล้ว มอเตอร์ไซค์และสามล้อเครื่อง ยังแข่งกันแซงซ้ายแซงขวา ปาดหน้า ปาดหลัง ให้เป็นที่หวาดเสียวยิ่งนัก ข้าพเจ้าสู้ทน รวบรวมสติ ใช้ความ ระมัดระวังอย่างเต็มที่ ขับเรื่อยไป เข้าถนนพระรามสี่ ใกล้ถึงสามย่าน การจราจรเริ่มพลุกพล่านอีกแล้ว ขณะนั้นอากาศร้อนอบอ้าวมาก รู้สึก ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว พอติดสัญญาณ ไฟแดงตรงทางแยกสามย่าน ข้า

หัวข้อประเด็น

- การจราจรในเมือง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หากการจราจรจะติดขัดบ้าง ช่วงรถ ติดจะสั้นกว่าการติดขัดบนถนนเพชรบุรี ขับออกไปจากที่ทำงานยังไม่ถึงสอง ป้ายรถเมล์ ถูกรถเมล์จัมโบ้ไล่กวด ไปติดสัญญาณไฟแดงตรงสี่กั๊กพระยา ศรี ข้าพเจ้าเริ่มตื่นเต้นอีกแล้ว เครื่องยนต์ ตับ สตาร์ทไม่ติดถึงสองครั้ง แต่ค่อย ยังชั่วที่จัมโบ้ไม่กดแตรไล่ พอรถเข้า ใกล้เขตวัดมังกรกมลาวาด การจราจร ดูพลุกพล่าน วุ่นวายไปหมด นอกจาก ผู้คนจะข้ามถนนกันไม่เป็นที่เป็นทาง แล้ว มอเตอร์ไซค์และสามล้อเครื่อง ยังแข่งกันแซงซ้ายแซงขวา ปาดหน้า ปาดหลัง ให้เป็นที่หวาดเสียวยิ่งนัก ข้าพเจ้าสู้ทน รวบรวมสติ ใช้ความ ระมัดระวังอย่างเต็มที่ ขับเรื่อยไป เข้าถนนพระรามสี่ ใกล้ถึงสามย่าน การจราจรเริ่มพลุกพล่านอีกแล้ว ขณะนั้นอากาศร้อนอบอ้าวมาก รู้สึก ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว พอติดสัญญาณ ไฟแดงตรงทางแยกสามย่าน ข้าพเจ้า ขอเวลานอก เหลือบขึ้นไปมองกระจก หลัง รู้สึกตกใจเป็นกำลัง เห็นใบหน้า ของตัวเองซึ่งเคยขาวซีด กลับแดง ราวกับใบหน้าของ “กวนอู” ในวรรณคดี จีน ซึ่งข้าพเจ้าเคยเห็นในนิ้วสมัยเป็น เด็ก ข้าพเจ้าคงตื่นเต้น และเครียดกับ การขับรถ ในท่ามกลางอากาศที่ร้อน ระอุ จึงทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ข้าพเจ้าพยายามควบคุมสติ นึกเสียว่า ไปเรื่อย ๆ ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง มิฉะนั้น เส้นโลหิตในสมองอาจจะแตก ตายเสีย ก่อนจะถึงบ้านก็ได้ หลังจากวันนั้น ข้าพเจ้าก็ขับรถ ไปทำงานทุกวัน แม้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ไม่เว้น หาเรื่องขับออกไปทำธุระ อยู่เสมอ ทั้งนี้เพื่ออา ทั้งนี้เพื่ออาศัยชั่วโมงบินลอน ให้เกิดความชำนาญ จนกระทั่งวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ เพื่อนโทรศัพท์ เชิญชวญข้าพเจ้าให้ไปรับประทาน อาหารมื้อเย็นกับเขาที่บ้าน และเพื่อ ป้องกันการปฏิเสธเขาบอกด้วยว่า ได้เตรียมอาหารที่ข้าพเจ้าชอบไว้แล้ว ข้าพเจ้าจำใจรับเชิญเพื่อฉลองศรัทธา ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากแวะออกนอกเส้นทาง กลับบ้าน เนื่องจากอยู่ในระยะฝึกขับรถ ใหม่ ๆ ไม่คุ้นเส้นทาง ไม่คุ้นกับการ เปลี่ยนเลน และที่สำคัญคือ ข้าพเจ้า หลีกเลี่ยงที่จะขับรถกลางคืน เพราะ ถนนบางสาย บางช่วงไม่มีไฟฟ้าเป็น การขับรถในเวลากลางคืน ระยะ ๆ จึงต้องใช้สายตามากเป็นพิเศษ วันนั้นข้าพเจ้ากลับจากบ้านเพื่อน เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม ไปขึ้นทางด่วน ที่ถนนรัชฎาภิเษก ลงทางด่วนที่บางนา รับออกเลนขวา ชิดเกาะกลางถนนเรื่อย ไป ครั้งถึงหน้าตลาดสำโรง ซึ่งช่วงนี้ รถที่ขับไปทางเลนซ้ายจะติดรถเมล์ ที่จอดแช่ป้ายกันเป็นแถว ส่วนที่รถที่ ขับไปทางเลนขวา ยังคงไปได้เรื่อย ๆ ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังขับรถตามคันหน้า ไปอยู่ดี ๆ ก็เกิดเสียงดัง โครม...เข้าที่ ด้านซ้ายของรถข้าพเจ้า ข้าพเจ้า หันขวับไปตามเสียง เห็นหัวรถคันหนึ่ง สงบนิ่งคาอยู่ที่ด้านซ้ายของรถข้าพเจ้า แต่มองไม่ถนัดว่าเป็นรถอะไร ขณะที่ ข้าพเจ้าเปิดประตูรถ เพื่อจะก้าวลง มาดูเหตุการณ์ ทันใดนั้นก็มีเสียงรถ รับกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว ข้าพเจ้า ซึ่งงง ๆ อยู่ ได้หันไปมองรถคันนั้น เห็น เป็นรถจิบแลนด์โรเวอร์ แล้วก็รีบหัน กลับมามองทางด้านซ้ายของรถข้าพเจ้า เพื่อให้แน่ใจ เพราะยังไม่ทราบเลยว่า รถอะไรที่ชนรถของข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ใจหายวาบ เพราะช้างรถข้าพเจ้าเหลือแต่ ความว่างเปล่า ข้าพเจ้ารีบหันขวับ กลับไปมองรถแลนด์โรเวอร์ซ้ำอีกทีเพื่อ จำ ก.ท.รถไว้ ปรากฏว่าป้าย ก.ท.รถ มิได้อยู่ในที่ที่ควรจะอยู่ คือป้ายรถ คันนั้นแทนที่จะติดไว้ตรงกลางกลับ ติดไว้ตรงมุมซ้ายสุด แถมยังมีขอเหล็ก อันใหญ่ยังไว้อีกด้วย ข้าพเจ้ามองเห็น เลข ก.ท.รถสองตัวแรกเท่านั้น เมื่อ แน่ใจว่าถูกแลนด์โรเวอร์ชนแล้วหนี ก.ท.รถก็เห็นไม่ถนัด รู้สึกเลือด ขึ้นหน้า หูตาลาย เห็นข้างตัวเท่ามด ลืมหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมว่าขณะนั้น เป็นเวลากลางคืน ลืมว่าเพิ่งหัดขับรถ ได้ไม่ทันถึงเดือน แม้ที่สุด ลืมกระทั่ง ความเป็นหญิง เท้าไวเท่าความคิด ข้าพเจ้ากระโดดผลุงขึ้นรถ สตาร์ทแล้ว เหยียบคันเร่งขับพุ่งออกจากที่นั่น ราวกับธนูพุ่งออกจากแหล่ง เป้าหมาย นั้นหรือ คือไล่กวดแลนด์โรเวอร์มหาภัย คันนั้นให้จงได้ ข้าพเจ้าขับรถขึ้นไปติดอยู่บน สะพานสำโรง เนื่องจากข้างหน้าเป็น ทางแยกซ้ายเข้าถนนเทพารักษ์ ซึ่ง ขณะนั้นมีสัญญาณไฟแดงขึ้น รถที่วิ่ง ขึ้นสะพานสำโรง ทั้งเลนซ้ายเลนขวา จึงติดกันเป็นแถว แลนด์โรเวอร์ติด อยู่เชิงสะพาน ในเลนซ้าย ส่วนรถ ข้าพเจ้าติดอยู่บนสะพาน ในเลนขวา ข้าพเจ้านึกภาวนาให้รถที่อยู่ในเลน เดียวกับข้าพเจ้าขยับเขยื้อนไปไว 1 คำภาวนาเป็นผล พอสัญญาณไฟเขียว รถที่อยู่เลนขวาวิ่งตรงไปปากน้ำ จึง ขยับได้เร็วกว่ารถที่อยู่ในเลนซ้าย ซึ่งเลี้ยวเข้าถนนเทพารักษ์ ข้าพเจ้า ได้ช่อง เริ่มเบนหัวรถยอมเสียมรรยาท พยายามกระแซะเบียดเข้าเลนซ้าย Kalyanamitra.org ๖๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More