มณีในเปือกตม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 99
หน้าที่ 99 / 120

สรุปเนื้อหา

บทที่ ๔ มณีในเปือกตม “ดูก่อนสุรเสนะ! แคว้นที่มีชื่อเดียว กับเจ้า ซึ่งมีเมืองมธุราเป็นราชธานีนั้น มีลำน้ำยมุนาอันไหลมาแต่ทิศอุดร หล่อเลี้ยงอยู่ตลอดปี ปลายน้ำยมุนา นั้นไปบรรจบกันกับลำน้ำคงคาทางทิศ อาคเนย์ แห่งกรุงโกสัมพี ราชธานีแห่ง แคว้นวังสะ ลำน้ำยมุนานั้นเป็นทาง สัญจรสำคัญสายหนึ่งระหว่างแคว้น โกศลกับมคธ จากทิศทักษิณ ไปสู่ บูรพา” มีนาวาใหญ่น้อยบรรทุกสินค้า บ้าง คนโดยสารบ้าง ไปมาติดต่อกันได้ โดยสะดวก. “พ่อได้เดินทางเลียบลำน้ำยมุนา เรื่อยลงไปทางใต้ เพลิดเพลินไปใน การเดินทางชมภูมิประเทศ เก็บผลไม้ ป่ากินบ้าง ซื้ออาหารกินในที่อันพอซื้อ ได้บ้าง จากทรัพย์ซึ่งนำติดตัวมา เช่น เพชร พลอย ทอง เงินอันเป็นของมีค่า ซึ่งไม่หนักเกินไปที่จะนำติดตัวไปด้วย พอเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกใน ระหว่างทางและในการตั้งถิ่

หัวข้อประเด็น

- มณีในเปือกตม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บทที่ ๔ มณีในเปือกตม “ดูก่อนสุรเสนะ! แคว้นที่มีชื่อเดียว กับเจ้า ซึ่งมีเมืองมธุราเป็นราชธานีนั้น มีลำน้ำยมุนาอันไหลมาแต่ทิศอุดร หล่อเลี้ยงอยู่ตลอดปี ปลายน้ำยมุนา นั้นไปบรรจบกันกับลำน้ำคงคาทางทิศ อาคเนย์ แห่งกรุงโกสัมพี ราชธานีแห่ง แคว้นวังสะ ลำน้ำยมุนานั้นเป็นทาง สัญจรสำคัญสายหนึ่งระหว่างแคว้น โกศลกับมคธ จากทิศทักษิณ ไปสู่ บูรพา” มีนาวาใหญ่น้อยบรรทุกสินค้า บ้าง คนโดยสารบ้าง ไปมาติดต่อกันได้ โดยสะดวก. “พ่อได้เดินทางเลียบลำน้ำยมุนา เรื่อยลงไปทางใต้ เพลิดเพลินไปใน การเดินทางชมภูมิประเทศ เก็บผลไม้ ป่ากินบ้าง ซื้ออาหารกินในที่อันพอซื้อ ได้บ้าง จากทรัพย์ซึ่งนำติดตัวมา เช่น เพชร พลอย ทอง เงินอันเป็นของมีค่า ซึ่งไม่หนักเกินไปที่จะนำติดตัวไปด้วย พอเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกใน ระหว่างทางและในการตั้งถิ่นฐาน เมื่อพ้นเขตสุรเสนะไปได้ไกลแล้ว พ่อได้โดยสารเรือไปตามลำน้ำยมุนา จนถึงกรุงโกสัมพี จึงได้แวะขึ้นเที่ยวดู ภูมิประเทศ เพื่อว่าเมื่อชอบใจจะได้ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ (ทิศที่พระอัคนีรักษา) - ทิศใต้ ทิศตะวันออก ตั้งภูมิลำเนาอยู่ พ่อได้กล่าวแล้วว่า กรุงโกสัมพี่ก็อาศัยลำน้ำยมุนาเช่นเดียว กัน และโดยเหตุที่ห่างจากพาราณสี เพียง ๒๓ โยชน์ จึงเท่ากับเป็นศูนย์ กลางการค้าขายทางเรือที่สำคัญแห่ง หนึ่ง เมื่อเรือมาถึงที่บรรจบกันระหว่าง ลำน้ำคงคากับยมุนา ถ้าต้องการจะ ขึ้นเหนือไปสู่แคว้นโกศลก็แยกไปตาม ลำน้ำคงคา ถ้าต้องการเลยไปทางแคว้น วังสะและอื่น ๆ ก็แยกมาจอดพักที่ ท่าเรือกรุงโกสัมพี เพราะฉะนั้นเมือง ท่าแห่งนี้จึงนับว่าเจริญและมีผู้คนอัดแอ มิใช่น้อย, พ่อได้ท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นเขตใกล้เคียงของกรุงโกสัมพี ได้พบเห็นขนบประเพณีผิดแผกไปจาก ที่พบปะมาจากทางเหนือ แต่ก็ยังไม่ ชอบใจว่า ตำบลใดจะเหมาะแก่การ ที่จะตั้งภูมิลำเนาได้ตามความประสงค์ ของพ่อ. “ระหว่างทางที่เที่ยวไป ได้ติดต่อ คบหากับบุคคลหลายประเภท เป็นเหตุ ให้ได้เรียนรู้นิสัยใจคอของคนต่าง ๆ ชนิด บางครั้งพบคนพาลเกเรซึ่งถึงกับต้อง ปราบกันด้วยกำลังกายจึงได้รู้สำนึกตน บางคนปากร้ายแต่ใจดี บางคนพูดจา อ่อนหวาน แต่เต็มไปด้วยชั้นเชิงที่จะ หาผลได้เอาเปรียบคนไม่เลือกหน้า ๑ โยชน์ - ๑๖ กิโลเมตร บางคนซื่อสัตย์คบได้โดยง่าย ไม่คดเคี้ยว บางคนก็หมดยางอายโกงเขาซึ่ง ๆ หน้า “ดูก่อนสุรเสนะ ! บุคคลในโลก มีอยู่หลายประเภทเช่นนี้ พ่อจึงขอเตือน เจ้า ให้รู้จักสังเกตและระวังตนให้ดี เมื่อจำเป็นต้องติดต่อเกี่ยวข้องกับคน ทั่วไป “ดูก่อนสุรเสนะ! เศรษฐีกรุง โกสัมพี่มีอยู่หลายคน ข้อที่น่าชมก็คือ เศรษฐีเหล่านั้นต่างตั้งโรงทานไว้สำหรับ แจกอาหารเป็นประจำวันแก่คนขัดสน กำพร้า คนเดินทางและนักบวชต่าง ๆ เช่นเดียวกับเศรษฐีและมหาอำมาตย์ บางคนแห่งกรุงสาวัตถี แต่ในสมัยนั้น นักบวชแห่งพระพุทธศาสนายังมิได้ไป ตั้งสำนักที่นั่น เพียงแต่จาริกไปสั่งสอน บ้างแล้วก็เลยไปที่อื่น จึงคงมีแต่พวก เดียรถีย์ปริพาชกเป็นต้นที่ตั้งสำนักอยู่ คนส่วนมากเห็นกันว่า ผู้เป็นเศรษฐี มักมีใจคับแคบ ตระหนี่ ดังที่ผูกคำ เป็นภาษิตไว้ว่า เราได้กินน้ำจากขันน้ำ ตุ่มน้ำ, บ่อน้ำ เป็นส่วนใหญ่ พอไปถึง ทะเลเข้า แม้มีน้ำมากก็กินไม่ได้เลย เพราะเต็มไปหมด อันเปรียบความว่า คนทั้งหลายที่ได้รับความช่วยเหลือ อุปการะนั้น ก็ได้จากคนจน ๆ ด้วยกัน หรือคนผู้ไม่ค่อยมั่งมีเท่าไรนักเป็นส่วน มาก แต่พอไปถึงเศรษฐีหรือคนชั้นสูง เข้าก็กลายเป็นเหมือนน้ำทะเลไป ไม่ได้ รับอุปการะช่วยเหลืออะไร เมื่อเศรษฐี เหล่านั้นมีใจโอบเอื้ออารีต่อคนอื่น ๆ อันเป็นการตรงกันข้ามกับภาษิตที่ กล่าว พ่อจึงว่าน่าชม เพราะแม้จะ เป็นดุจทะเล ก็มิใช่ทะเลน้ำเค็ม แต่ เป็นทะเลสาบน้ำจืดซึ่งกว้างใหญ่เช่น เดียวกัน Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More