ข้อความต้นฉบับในหน้า
J
สงบความสุขอย่างแท้จริง เดี๋ยวนี้ผม
ไปวัดทุกวันอาทิตย์ ไม่ไปไม่ได้ รู้สึกว่า
เหมือนขาดสิ่งสำคัญในชีวิตไป” คุณ
สมชาย ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มธรรมโฆษณ์
เช่นเดียวกันกับภรรยากล่าวอย่างยิ้ม
แย้มแจ่มใส
“ตอนนั้นผมติดบุหรี่อยู่ด้วย ตอน
มาวัดใหม่ ๆ ก็รู้สึกรำคาญตัวเองว่า
พอสวดมนต์เสร็จ นั่งสมาธิเสร็จ แล้ว
ต้องเดินออกไปที่ลานจอดรถ ไปสูบบุหรี่
แล้วกลับมาตั้งต้นสวดมนต์ใหม่ มารับ
ศีล รู้สึกลำบากใจ ผมก็อธิษฐานในใจ
เลยว่า ถ้าตัวเองมีบุญจริงจะต้องเลิก
ให้ได้ ความจริงแต่ก่อนผมก็ตั้งใจเลิก
หลายครั้งแล้วนะครับ ปีละ ๓-๔ หน
ก็เลิกไม่ได้ แต่พอพบหลวงพ่อก็อธิษ
ฐานขอเลิก เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ก็
เลิกได้จนถึงเดี๋ยวนี้ ผมไม่มีความรู้สึก
อยากจะสูบบุหรี่อีกเลย"
เมื่อได้มาวัดบ่อยเข้า ก็ยิ่งมีความ
ศรัทธาในปฏิปทาของคณะสงฆ์วัดพระ
ธรรมกาย และเห็นการมุ่งหน้าทำงาน
บุญสร้างบารมีของเหล่าอุบาสกอุบาสิกา
อย่างแข็งขัน รวมทั้งเกิดความปีติ อัน
เกิดจากการปฏิบัติธรรม ในที่สุดคุณ
สมชายและคุณศุภร จึงได้สมัครเข้าร่วม
เป็นเจ้าหน้าที่ของวัดด้วย ในตำแหน่ง
เจ้าหน้าที่ธรรมโฆษก
“หน้าที่ของธรรมโฆษณ์ แบ่งเป็น
๒ ฝ่ายนะคะ ที่เป็นเด็กหน่อย ก็จะทำ
หน้าที่บอกบุญ ให้ธรรมะบนรถ ประคอง
ใจสาธุชนด้วยการเล่าชาดกต่างๆ แล้ว
จะโยงมาถึงการบอกบุญและยกใจสาธุ
จนให้เกิดปีติ โดยกล่าวถึงอานิสงส์
ของบุญที่จะได้รับติดตัวเรื่อยไปทุกภพ
ทุกชาติ จนกว่าจะเข้าถึงพระนิพพาน
ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่ จะทำหน้าที่
สร้างกัลยาณมิตร หรือผู้นำบุญถาวร
ขึ้นมาใหม่ การที่จะสร้างกัลยาณมิตร
ถาวรได้ ก็คือ ผู้ที่มาวัดบ่อย ๆ และที่
เป็นประธานงานบุญใหญ่ ซึ่งโดยปกติ
ทุกท่านก็เป็นผู้ที่ตรึกอยู่ในบุญอยู่แล้ว
อาจจะมีบ้างบางครั้งที่ท่านใจตก หมาย
ถึงเกิดความท้อแท้นะคะ อาจจะเกิด
จากเหตุกระทบที่มาจากเรื่องราวใน
ครอบครัวบ้าง ในที่ทำงานบ้าง หรือ
อาจจะเกิดจากเหตุอันใดก็ตาม หน้าที่
ของพวกเราคือต้องช่วยประคับประคอง
จิตใจ หมั่นไปเยี่ยมเยียนหรือโทรศัพท์
ไปบ้าง พยายามให้เขาได้ใกล้ชิดวัด
เดี๋ยวนี้นะคะ เจ้าหน้าที่กลุ่มธรรม
โฆษก็มีมากขึ้น การดูแลสาธุชนไม่ทั่ว
ถึง จึงได้ขยายออกไปอีก ๑๒ กลุ่ม คือ
แต่ละกลุ่มจะมีผู้ที่เป็นกำลังสำคัญตรย
ติดต่อประสานงานในกลุ่มของตน อย่าง
เช่น ในหมู่บ้านโชคชัย ๔ หรือพระโขนง
ก็จะมีแกนสำคัญ ซึ่งเป็นคนในถิ่นนั้น
เขาจะรู้จักคนที่มาวัดทุกคน จะคอย
ดูแลประคับประคองให้กำลังใจติดตาม
บอกข่าวบุญต่าง ๆ
สำหรับความเป็นมาของกลุ่ม
ธรรมโฆษก์ เริ่มตั้งแต่ครั้งที่คุณเสาวนีย์
พงษ์บุญสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มธรรม
โฆษก ได้ใช้รถส่วนตัวนำสาธุชนไปปฏิ
บัติธรรมที่วัดพระธรรมกาย ครั้นจำนวน
สาธุชนเพิ่มมากขึ้น จึงเปลี่ยนมาใช้รถ
สองแถวแทน จนรถสองแถวก็ไม่สามารถ
บรรจุผู้คนที่มากยิ่งขึ้นทุกที คุณเสาวนีย์
จึงเปลี่ยนมาเป็นรถบัส ขณะเดียวกัน
เธอก็พบว่า สาธุชนเหล่านี้ส่วนมาก
ปรารถนาที่จะทำบุญกับวัดพระธรรม
กาย โดยการสอบถามรายละเอียดกับ
เจ้าหน้าที่ประจำรถบ่อย ๆ คุณเสาวนีย์
จึงได้ใช้วิธีบอกบุญบนรถเสียคราวเดียว
โดยนำเรื่องชาดกที่มีเนื้อความใกล้เคียง
กันกับประเภทของงานบุญนั้น ๆ
การออกไปทำหน้าที่กัลยาณ
มิตรชักชวนสาธุชนมาวัดของคุณสมชาย
และคุณสุภะ ไม่ได้จำกัดแค่เพียงบริเวณ
ในกรุงเทพฯเท่านั้น หากยังได้เดินทาง
ไปยังจังหวัดใกล้เคียงที่ใช้เวลาเดินทาง
ไปกลับในวันเดียว เพื่อที่จะได้กลับมา
รับบุตรทั้ง ๓ ทันในตอนเย็น
“แต่ก็มีบางครั้งนะคะ ที่ทำงาน
จนลืมรับลูก” งานที่เธอกล่าวถึง ก็คือ
งานในหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรนั่นเอง
“มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พี่ไปตามกองกฐินที่
นครปฐม ซึ่งเขารับไว้ ๔๐ กว่ากอง
ถ้าไม่ไปตามเขาอาจจะไม่ไปวัด พี่ก็
ตัดสินใจขับรถไปกับน้อง ๆ ในกลุ่ม
M-E
คน พอทำงานเสร็จก็เกิดปิติมาก จนลืม
ไปรับลูก พอกลับมาถึงบ้านก็นึกออก
รีบออกไปถึงโรงเรียน ตั้ง 5 โมงเย็นแล้ว
รั้งหนึ่งนะคะ ที่สระบุรี ก็ไป
บอกบุญกับน้อง ๆ ธรรมโฆษก เวลา
ทำหน้าที่ก็จะแบ่งออกไปเป็นสาย สาย
ละ ๒ คน ลูกสาวคนโต (น้องป๊อกแป๊ก)
ก็แยกไปบอกบุญกับรุ่งอรุณ ตอนขึ้นรถ
กลับบ้านก็รับทุกคนขึ้นรถหมดเลย พอ
ขับรถออกไปได้สัก ๑๗ กิโลเมตร จึงนึก
ขึ้นมาได้ว่า ลูกไม่ได้นั่งมาในรถด้วย
ต้องย้อนกลับไปรับลูกใหม่ที่สระบุรี”
แต่บุตรธิดาทั้ง ๓ ของ คุณ
สมชายและคุณศุภรก็ไม่ได้เป็นเหตุ
ให้เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติงานบุญ
แต่อย่างใด ตรงกันข้ามทั้ง ๓
กลับเป็นกำลังใจ กำลังกาย แก่ผู้
ให้กำเนิดทั้งสองอย่างเข้มแข็ง
ด้วยซ้ำ
การให้กำลังใจ คือการที่บุตรธิดา
Kalyanamitra.org