ข้อความต้นฉบับในหน้า
กระผมขอถวายความยินดีไว้ล่วงหน้า
เสียแต่บัดนี้ เพราะเพียงแต่ถ้อยคำที่
แย้มพรายออกมา ก็ยังไพเราะ นุ่มนวล
ควรดื่มไว้ในใจเห็นปานฉะนี้แล้ว ดังนั้น
อย่างไรเสียกองทัพธรรมของพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้พระธรรมราชา กอง
ใดกองหนึ่งข้างหน้าโน้น คงจะพากัน
ภาคภูมิและร่าเริงสักครั้งหนึ่ง ในเมื่อ
ได้ท่านผู้แสวงบุญเช่นนี้ไปเป็นขุนทัพ
มิทันที่ตรุณสามเณรจะออกวาจา
ชื่นชมต่อไปอีก พระบาทเสนก็ชิงพูด
ตัดบทเสียก่อนว่า “จะมากไปแล้วละ
พ่อเณร แต่ถ้าเป็นเพียงความเห็น
และความประสงค์ภายในใจของพ่อเณร
ระเหยออกมาให้ปรากฏ ฉันก็รู้สึกดีใจ
ในการพระศาสนาด้วยเป็นอย่างมาก
ที่พระสงฆ์สาวกผู้บริหารพระศาสนา
นั้น ช่างมีชีวิตจิตใจจดจ่ออยู่กับการ
ธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาเสียจริง ๆ
จะว่ามีศาสนาเป็นเลือดเป็นชีวิตก็
ไม่ผิด เพราะแม้แต่พ่อเณร ผู้เป็นเหล่ากอ
สมณะองค์น้อย ๆ เท่านี้ ก็ยังมีความ
ปรารถนาดีต่อพระพุทธศาสนาถึง
เพียงนี้ น่าสักการบูชายิ่งนัก
“ความจริง ฉันเองก็มิได้มี
ความปรารถนาจะล่วงล้ำเข้าไป
ดำรงเป็นขุนพล นำกองทัพธรรม
กองใดกองหนึ่งแต่ประการใดเลย
ฉันเอื้อม ฉันระอา ฉันเบื่อ ฉัน
หน่าย ถึงกับยินดีเสียสละทุกสิ่ง
ทุกประการ หันหลังต่อเกียรติยศ
ของขุนพลมาแล้ว ดังนั้น การมา
ของฉันคราวนี้ จึงมาเพียงเป็น
ผู้อาศัย เป็นศิษย์อยู่ศึกษาด้วย
เท่านั้น ถ้าจะกรุณาในเมื่อเห็นเป็น
มีความจงรักภักดีต่อ ก็ขอให้รับไว้
เพียงเป็นพลธรรมเท่านั้นเถิด”
“ท่านผู้แสวงบุญ” กรุณสามเณร
กล่าวต่อ “เท่าที่ผมเรียนความรู้สึก
ภายในใจถวายนั้น ความจริงก็มิได้
มุ่งหมายความเป็นใหญ่ยิ่งในธรรม
แต่ประการใดสำหรับท่าน หากแต่ผม
เรียนถวายด้วยความยินดี ในวงการ
พระศาสนาจะได้พระผู้มีความรู้ความ
สามารถช่วยบริหารพระศาสนา เชิดชู
ศากยปุตติวงศ์ให้รุ่งเรือง สถิตสถาพร
ในโลกสืบไปตลอดกาลนานเท่านั้น
ข้าแต่ท่านผู้มีความพยายาม
ก้าวไปในเบื้องหน้า ประทานโทษเถอะ!
ท่านยังระลึกถึงความหลังของพระธรรม
เสนาบดีสารีบุตร องค์อัครมหาสาวก
ได้อยู่บ้างหรือ ?”
“ฉันระลึกไม่ได้เลยแหละพ่อเณร”
พระบาทเสนกล่าว “ความจริงแล้วฉัน
ไม่ควรจะว่า ระลึกไม่ได้ ที่ถูกฉันควร
จะตอบว่า ฉันไม่เคยรู้เรื่องของท่าน
ด้วยซ้ำไป เพราะอะไร? เพราะฉันเพิ่ง
บวชใหม่ บวชอย่างไม่ได้เตรียมเนื้อ
เตรียมตัว เกือบจะเป็นอย่างหนีบวช
องของ
ทั้งบวชแล้วก็มีการเรียนเรื่องข
พระศาสนาน้อยเต็มที่ จึงไม่มีความรู้
จะสนองคำเสนอของพ่อเณรได้
ณะ"
“ดูกรท่านผู้เป็นเหล่ากอแห่งสม
พระบาทเสนกล่าวสืบต่อไป
“ไหน ๆ พ่อเณรก็ได้อ้างนามพระอัคร
ปรารภถึงความหลังของท่านพระธรรม
เสนาบดีนั้น กระผมมีความปรารถนา
เพียงเพื่อจะยกขึ้นอ้างเป็นหลักฐาน
ในความรู้สึกของกระผมที่เรียนถวาย
เท่านั้น โดยคาดว่า ท่านผู้สูงด้วยกำลัง
พร คงจะทราบบ้าง เพื่อจะได้เห็น
สอดคล้องกับความรู้สึกของกระผม
ซึ่งคาดว่าจะไม่มากไป เมื่อท่านไม่
ทราบ กระผมก็ต้องขอประทานอภัยโทษ
และพร้อมกันนี้ จะขอเล่าถวายสนอง
คำร้องของท่าน เฉพาะตอนที่เป็น
ตัวอย่างในความรู้สึกในองค์ท่านของ
กระผม
ในกาลแห่งพระพุทธศาสนา
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนาม
ว่า อโนมทัสสี นั้น ท่านพระธรรม
เสนาบดีสารีบุตร ได้บังเกิด
เป็นบุตรของพราหมณ์มหาศาลคน
หนึ่ง ชื่อว่า สรทมานพ เมื่อบิดาถึง
แก่กรรมแล้ว สามานพ สละทรัพย์
สมบัติ บุตร และทาระ ด้วยเบื่อ
หน่าย ในความวุ่นวายของภารกิจ
ไม่รู้จักจบจักสิ้น ต้องคอยรับบุญ
รับบาปของคนที่ร่วมงานอยู่ไม่ขาด
ซึ่งในที่สุดก็ตายตามกันไป สังเวช
แก่ใจ จึงออกจากบ้านบวชเป็น
ดาบส าเพ็ญพรตอยู่ในป่าหา
ความสงบสุขอยู่แต่เดียว ไม่ปรา
มหาสาวก ซึ่งทรงเกียรติคุณสูงสุดมาตั้ง | รถนาจะเป็นครูเป็นอาจารย์ใคร ๆ
ไว้แล้ว หากพระคุณสมบัติอันใดของ
พระองค์ท่าน จะช่วยให้กำลังใจในการ
ปฏิบัติของฉันบ้างแล้ว ฉันก็ขอความ
กรุณาจากพ่อเณรขอให้ฉันได้ทราบพระ
คุณสมบัติอันนั้น เท่าที่ควรเถิด”
“ท่านผู้แสวงบุญ ตามที่กระผม
ทั้งสิ้น อย่างท่านเช่นนี้แหละ
ครั้นจำเนียรกาลนานมามีมหาชน
เลื่อมใสเคารพนับถือ นิยมในปฏิปทาของ
ท่าน ยอมตนเป็นศิษย์ออกบวร
ตาม จนเป็นคณาจารย์มีชื่อเสียง มีดาบส
ในสำนักเป็นอันมาก ต่อมา พระอโนม
Kalyanamitra.org
๓๗